
Mahidol x Harvard Health Systems Innovation Lab Hackathon 2026 คือความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยมหิดลกับ Harvard T.H. Chan School of Public Health นำโดย ศาสตราจารย์ นายแพทย์ หม่อมหลวง ชาครีย์ กิติยากร รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย ร่วมกับ รองศาสตราจารย์ ดร.นภเรณู สัจจรักษ์ ธีระฐิติ รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์, รองศาสตราจารย์ ดร.วิชิตา รักษ์ธรรม รองอธิการบดีฝ่ายสื่อสารองค์กร, รองศาสตราจารย์ ดร.วิริยะ เตชะรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการสถาบัน iNT และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทิพาจินต์ ไทยพิสุทธิกุล ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิจัย
สิ่งที่ทำให้โครงการนี้ต่างจาก Hackathon ทั่วไป คือมันไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อหาทีมที่เก่งที่สุด แต่เพื่อสร้าง Innovation Pipeline ที่เชื่อมจากห้องเรียนไปสู่เวที Venture Capital จริง
ผู้สมัครมากกว่า 1,500 คนจากทั่วประเทศครอบคลุมหลากหลายสาขา ทั้งแพทย์ วิศวกร นักวิจัย และผู้ประกอบการ ตั้งแต่ระดับนักเรียนไปจนถึงระดับ Professional นับเป็นเวทีที่มีครบทุกวัยและสะท้อนแนวคิด Equity ใน Ecosystem ที่เปิดโอกาสอย่างเท่าเทียม
ผู้เข้าร่วมต้องสร้างทีมข้ามสาขา พัฒนา Solution ที่แก้ปัญหาจริง และเรียนรู้ทั้ง Technology, Business Model และ Go-to-Market ในคราวเดียวกัน ผ่านการบ่มเพาะช่วง Pre-Hackathon จาก Harvard, มหาวิทยาลัยมหิดล และ Partner ระดับโลกอย่าง NUS Enterprise, Curtin University และ True Digital Academy
ส่วนช่วง Onsite ถูกออกแบบให้ Team Building และ Networking เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เพราะนวัตกรรมที่ใช้ได้จริงไม่ได้เกิดจากคนที่คิดเหมือนกัน แต่เกิดจากคนที่คิดต่างมาชนกัน
ทีมที่ชนะทั้ง 3 ทีมมีจุดร่วมเดียวกัน คือมองปัญหาในระดับระบบ ไม่ใช่แค่แก้ปัญหาเฉพาะจุด
ทั้ง 3 ทีมกำลังก้าวเข้าสู่ Harvard Global Innovation Program เพื่อพัฒนาต่อยอดต่อเนื่อง 8 สัปดาห์ และนำเสนอต่อ Venture Capital ระดับนานาชาติ
จากเวทีนี้ ภาคเอกชนและภาครัฐส่งสัญญาณชัดเจนว่าต้องการอะไร ผ่านมุมมองของ คุณเอกภาส ปัญจวัฒน์ จาก True Corporation, นพ.พงศ์ธีร์ เกียรติดำวงศ์ จาก BDMS, คุณสรญา พิบูลกลสัมฤทธิ์ จาก Krungthai Venture, คุณมนภา ใจเกรียง จาก NIA, คุณกวี พันธรัตนมาลา จาก Asia Plus Group Holdings, คุณโอม ศิวะดิตถ์ National Technology Officer จาก Microsoft Thailand และคณะกรรมการอย่าง นพ.ธนวรรณ ฟองศรี จาก BDMS และ คุณสมิต มั่งมีตระกูล จาก Microsoft Thailand
NIA เน้นย้ำว่านวัตกรรมต้องแก้ Big Pain Points ระดับระบบ ไม่ใช่เพียงแก้ปัญหาเฉพาะจุด ขณะที่ BDMS มองหา Solution ที่วัดผลได้จริงผ่านข้อมูล KTB ให้ความสำคัญกับทีมบริหารที่แข็งแกร่งมากกว่าเทคโนโลยีล้ำเพียงอย่างเดียว และทุกฝ่ายมองไปในทิศทางเดียวกันว่าอนาคตของ Healthcare จะอยู่ที่ Predictive และ Preventive Medicine, Personalization at Scale และ Seamless Health Journey
สิ่งที่ฆ่า Pitch เร็วที่สุดไม่ใช่การไม่มี AI แต่คือการเข้าใจปัญหาผิด
หนึ่งใน Insight ที่สำคัญที่สุดจากเวทีนี้คือ ประเทศไทยมี Resource พร้อมมากกว่าที่หลายคนคาด ตั้งแต่ Funding, Hospital Access, Data Infrastructure ไปจนถึง User Base ระดับประเทศ สิ่งที่ยังขาดไม่ใช่ทรัพยากร แต่คือ Platform ที่เชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกัน
ในขณะที่โลกยังคงแข่งขันกันสร้าง AI ที่เก่งขึ้น ความท้าทายที่แท้จริงกลับอยู่ที่การ Deploy ไม่ใช่การ Build ทีมที่ชนะคือทีมที่เข้าใจ User จริง และ Interdisciplinary Team คือหัวใจของนวัตกรรมยุคนี้
Mahidol x Harvard Hackathon 2026 จึงไม่ใช่แค่ Event แต่คือสัญญาณว่าประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่บทบาทใหม่บนเวทีนวัตกรรมโลก ผ่านการเปลี่ยนบทบาทของมหาวิทยาลัยจากผู้ผลิตความรู้ ไปสู่ Platform ที่เชื่อมคน เทคโนโลยี และ Ecosystem เข้าด้วยกัน
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด