
สำหรับคนทั่วไป ชื่อ Kauffman Fellows อาจยังไม่คุ้นหู แต่ในโลก Venture Capital หรือธุรกิจเงินร่วมลงทุนที่นำเงินไปลงทุนในสตาร์ทอัพระยะเริ่มต้น โครงการนี้ถือเป็นหนึ่งในเครือข่ายที่ทรงอิทธิพลที่สุดของวงการ จนหลายคนเปรียบว่าเป็น Harvard ของวงการ VC
ปีนี้ มีนักลงทุนไทยหนึ่งคนได้รับเลือกเข้าไปอยู่ในเครือข่ายนั้น
เธอคือ ‘มะเหมี่ยว’ ปารดา ทรัพย์ประเสริฐ Partner แห่ง 500 TukTuks (500 Global Thailand) และ Managing Partner แห่ง Orzon Ventures ที่ได้รับคัดเลือกเข้าเป็นสมาชิก Kauffman Fellows รุ่นที่ 31 หรือ KF31 กลายเป็นคนไทยคนที่ 2 ที่ผ่านเข้าโครงการนี้ ต่อจาก กระทิง พูนผล ผู้ร่วมก่อตั้ง 500 TukTuks และรุ่นพี่ในโครงการเดียวกัน
รุ่น KF31 มีสมาชิก 55 คนจาก 13 ประเทศใน 6 ทวีป บริหารสินทรัพย์รวมกันถึง 101,000 ล้านดอลลาร์ นำดีลการลงทุนรวมกันกว่า 750 ดีล และมีผู้หญิงคิดเป็น 38% ของรุ่น
Kauffman Fellows คือโครงการพัฒนาผู้นำด้านการลงทุนระยะเวลา 2 ปี ก่อตั้งเมื่อปี 1995 ภายใต้มูลนิธิ Ewing Marion Kauffman คัดเลือกนักลงทุนแถวหน้าจากทั่วโลกเข้ามารุ่นละ 55 ถึง 70 คน โดยมีอัตราการรับเข้าเพียงราว 6 ถึง 8% ของผู้สมัครทั้งหมด
จุดเด่นไม่ได้อยู่ที่หลักสูตรในห้องเรียนเท่านั้น แต่อยู่ที่การได้เข้าร่วมวงสนทนาแบบปิดกับผู้นำระดับโลกในอุตสาหกรรม การเรียนรู้ร่วมกับเพื่อนร่วมรุ่น และที่สำคัญที่สุดคือการได้เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย Fellow ทั่วโลกกว่า 1,000 คน ใน 65 ประเทศ ซึ่งเปิดโอกาสให้ร่วมลงทุนและแลกเปลี่ยนดีลกันข้ามพรมแดน
ตัวเลขที่สะท้อนอิทธิพลของเครือข่ายนี้ได้ชัดที่สุดคือ 15% ของยูนิคอร์นทั่วโลก หรือสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าเกิน 1,000 ล้านดอลลาร์ มีสมาชิก Kauffman Fellow เป็นผู้ลงทุนอยู่เบื้องหลัง และเมื่อรวมสินทรัพย์ภายใต้การบริหารของ Fellow ทั้งหมด ตัวเลขทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์เข้าไปแล้ว
ความเข้มข้นของรุ่น KF31 ไม่ได้อยู่แค่เม็ดเงิน แต่อยู่ที่ตัวคนด้วย เพราะ 62% ของสมาชิกเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจระดับสูงในกองทุน และอีก 52% อยู่ในระดับ Partner ขึ้นไป
Fernando Fabre ซีอีโอของ Kauffman Fellows ระบุว่า KF31 จะเป็นหนึ่งในรุ่นที่มีบทบาทต่อทิศทางของ ‘เศรษฐกิจ AI’ ซึ่งเร่งตัวขึ้นหลังการมาถึงของเครื่องมืออย่าง ChatGPT และ Claude เพราะเป็นคนรุ่นที่ผ่านการสร้างธุรกิจมาตั้งแต่ยุค SaaS หลังวิกฤตดอตคอม จนถึงยุค Web 2.0 และรู้ดีว่าการสร้างของท่ามกลางความไม่แน่นอนเป็นอย่างไร

เส้นทางของ มะเหมี่ยว ปารดา เริ่มจากการเป็น Money-Market Dealer ที่ธนาคารกรุงเทพ ก่อนจะข้ามฝั่งมาสู่โลกของการลงทุนในสตาร์ทอัพ
ปัจจุบันเธอดูแลกองทุนถึงสองแห่ง ฝั่งหนึ่งคือ 500 TukTuks ที่ลงทุนในสตาร์ทอัพไทยและภูมิภาคตั้งแต่ระยะ Seed จนถึง Pre-Series A หรือช่วงตั้งไข่ของบริษัท
อีกฝั่งคือ Orzon Ventures กองทุนที่เน้นธุรกิจ Mobility และ Lifestyle ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก OR (PTT Oil and Retail Business) ลงทุนในระยะที่โตขึ้นมาอย่าง Series A และ B
จุดร่วมของทั้งสองกองทุนคือไม่ได้ให้แค่เงิน แต่เติมความรู้ เครือข่าย และคนระดับ Silicon Valley ให้บริษัทในพอร์ตไปแข่งในตลาดของตัวเองได้ รวมแล้วเธอลงทุนผ่านกองทุนของเธอมาแล้วกว่า 100 ดีล
ในฐานะหนึ่งในนักลงทุน VC ผู้หญิงของไทย ชื่อของเธอปรากฏบนเวทีระดับนานาชาติมาต่อเนื่อง เธอติดทำเนียบ Forbes 30 Under 30 Asia ปี 2018 ในสาย Finance และ Venture Capital ได้รับเลือกเป็น Generation T โดย Tatler Asia ในปี 2019 และเคยคว้ารางวัล Prime Minister Award สาขา Evangelist of the Year ในปี 2021

Venture capital คือเกมระยะยาว หลังจากนำทัพ 500 TukTuks และ Orzon Ventures มา 10 ปี และหนุนผู้ก่อตั้งกว่า 100 รายทั่วไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เชื่อว่าเงินทุนที่มีค่าที่สุดที่เราลงไป ไม่ใช่แค่ตัวเงิน แต่คือความเชื่อมั่น ความอดทน และความเชื่อที่ว่าบริษัทที่ดีที่สุดของภูมิภาคนี้ยังรออยู่ข้างหน้า
ประโยคที่คุณมะเหมี่ยวโพสต์บน Linkedin ส่วนตัว ซึ่งสรุปสิ่งที่นักลงทุนระยะเริ่มต้นในตลาดเกิดใหม่อย่างไทยต้องมี เพราะการรอให้สตาร์ทอัพเติบโตจนถึงวันที่ขายกิจการหรือเข้าตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งวงการเรียกว่าการ exit ใช้เวลาหลายปี และต้องอาศัยความเชื่อมั่นในตัวผู้ก่อตั้งตั้งแต่วันที่ยังไม่มีอะไรพิสูจน์ได้
อ้างอิง : Kauffman Fellows [1] [2], Linkedin Pahrada (Mameaw) Sapprasert, Forbes 30 Under 30 Asia 2018
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด