Midjourney เปิดตัว V1 โมเดลสร้างวิดีโอด้วย AI รุ่นแรก

Midjourney ประกาศเปิดตัวโมเดลสร้างวิดีโอด้วย AI ครั้งแรกในชื่อ “V1”  โมเดลนี้ให้ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนภาพนิ่ง ให้กลายเป็นวิดีโอความยาว 5 วินาทีได้ทันที แต่ผู้ใช้สามารถเลือกที่จะขยายความยาวเพิ่มได้ครั้งละ 4 วินาที สูงสุดถึง 4 ครั้ง ทำให้ได้วิดีโอที่มีความยาวรวมสูงสุดถึง 21 วินาที เปิดให้ใช้งานผ่าน Discord เท่านั้น และยังจำกัดการใช้งานเฉพาะบนเว็บไซต์ ไม่มีแอปให้ใช้งาน ณ ตอนนี้

ท้าชนคู่แข่งในตลาดวิดีโอ AI

การเปิดตัว V1 ทำให้ Midjourney เข้าสู่ตลาดเดียวกับผู้พัฒนา AI วิดีโอรายอื่นๆ อย่าง OpenAI (Sora), Runway (Gen-4), Adobe (Firefly) และ Google (Veo 3) โดยแต่ละเจ้าเน้นพัฒนาโมเดลที่ควบคุมได้ง่าย ใช้ในงานโฆษณาหรือโปรดักชันเชิงพาณิชย์ แต่ Midjourney ยังคงยึดจุดยืนเดิมคือ เน้นสร้างเครื่องมือให้คนสายครีเอทีฟมากกว่าการใช้งานเพื่อธุรกิจ

David Holz ซีอีโอของบริษัท บอกว่าเป้าหมายของ Midjourney ไม่ใช่แค่การสร้างวิดีโอประกอบฉาก สำหรับหนังหรือโฆษณา แต่คือการพัฒนาโมเดลที่สามารถ “จำลองโลกเสมือนแบบเรียลไทม์” ได้ในอนาคต โดยหลังจากโมเดลวิดีโอ บริษัทมีแผนจะต่อยอดสู่การสร้างโมเดล 3 มิติ และโมเดลที่ทำงานแบบเรียลไทม์

เปิดตัวท่ามกลางคดีฟ้องร้องจากฮอลลีวูด

การเปิดตัว V1 เกิดขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์หลังจาก Midjourney ถูกฟ้องร้องโดยสองค่ายหนังใหญ่ Disney และ Universal ในข้อหาใช้ภาพของตัวละครที่มีลิขสิทธิ์ เช่น Homer Simpson และ Darth Vader ในการฝึก AI ของบริษัท

ค่ายหนังหลายแห่งเริ่มแสดงความกังวลเกี่ยวกับ AI ที่สามารถสร้างภาพและวิดีโอได้ เพราะอาจกระทบต่ออุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และหลายบริษัทก็อ้างว่า AI เหล่านี้ถูกฝึกด้วยข้อมูลที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แม้ Midjourney จะพยายามสร้างภาพลักษณ์ว่าเน้นงานครีเอทีฟมากกว่าการค้า แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้นข้อกล่าวหาเรื่องลิขสิทธิ์ที่กำลังเป็นประเด็นร้อน

อ่านเพิ่มเติม: Disney-Universal จัดหนัก! ฟ้อง Midjourney ฐานละเมิดลิขสิทธิ์ตัวละครดัง

ใช้งานได้แล้ว แต่คิดเครดิตวิดีโอแพงกว่าภาพ 8 เท่า

ในช่วงเปิดตัว ฟีเจอร์สร้างวิดีโอของ Midjourney จะใช้เครดิตมากกว่าการสร้างภาพนิ่งถึง 8 เท่า หมายความว่าหากคุณเน้นสร้างวิดีโอ เครดิตที่มีอยู่จะหมดเร็วกว่าการสร้างภาพแบบเดิมมาก

ผู้ใช้งานสามารถทดลอง V1 ได้ผ่านแพ็กเกจ Basic เดือนละ 10 ดอลลาร์ ส่วนผู้ใช้แผน Pro (60 ดอลลาร์) และ Mega (120 ดอลลาร์) จะสามารถสร้างวิดีโอได้แบบไม่จำกัด แต่ต้องอยู่ในโหมด “Relax” ซึ่งทำงานช้ากว่า Midjourney ระบุว่าจะประเมินโครงสร้างราคาอีกครั้งภายในเดือนข้างหน้า

ฟีเจอร์ของ V1 มีอะไรน่าสนใจ 

ผู้ใช้สามารถเลือกให้ AI สร้างวิดีโอแบบสุ่มจากภาพนิ่ง หรือจะพิมพ์ข้อความสั่งให้ขยับแบบที่ต้องการก็ได้ ที่พิเศษคือยังเลือกได้ด้วยว่าจะให้กล้องและวัตถุในวิดีโอเคลื่อนไหวมากหรือน้อย โดยมีให้เลือกเป็นแบบ “low motion” ที่เคลื่อนไหวเบา ๆ หรือ “high motion” ที่ขยับเยอะและดูตื่นเต้นกว่า

วิดีโอที่สร้างจาก V1 ยังคงกลิ่นอายเหนือจริงและดูแฟนตาซีคล้ายกับภาพที่สร้างจาก Midjourney รุ่นก่อนๆ ไม่ใช่แนวสมจริงแบบวิดีโอทั่วไป เสียงตอบรับแรกจากผู้ใช้งานค่อนข้างดี แต่ก็ต้องจับตาว่า Midjourney จะยืนระยะสู้คู่แข่งที่พัฒนาโมเดลมาก่อนหน้านี้ได้หรือไม่

อ้างอิง: techcrunch

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Google เปิดตัวฟีเจอร์ Rambler ลบ "เอ่อ-อ๋อ-เอ้ย" อัตโนมัติ จับไทยคำอังกฤษคำได้แม่นยำ

Google เปิดตัว Rambler ฟีเจอร์พิมพ์ด้วยเสียงพลัง Gemini บน Gboard! ฉลาดล้ำ ตัดคำอุทาน แก้ประโยคผิดได้เอง แถมพูดสลับไทย-อังกฤษได้ลื่นไหล ไม่ต้องโหลดแอปเพิ่ม...

Responsive image

Pause Point ฟีเจอร์ 'ดึงสติ' คนติดหน้าจอ ระบบใหม่ที่มากับ Android 17 ลดพฤติกรรมไถฟีดแบบไร้จุดหมาย

หลายครั้งที่เราหยิบโทรศัพท์เปิดแอปขึ้นมาเพื่อ ‘ดูแป๊บเดียว’ แต่กลับเผลอไถหน้าจอเพลินจนเสียเวลาไปเป็นวัน ล่าสุด Android ได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ชื่อ Pause Point เพื่อช่วยลดพฤติกรรมการไ...

Responsive image

The Android Show I/O Edition 2026 อัด 9 ประกาศใหญ่ก่อน Google I/O เปลี่ยน Android เป็นระบบอัจฉริยะ ที่ Gemini ช่วยทำงานข้ามแอปฯ ได้มากขึ้น

Google จัดงาน The Android Show I/O Edition ก่อนเวที Google I/O 2026 หนึ่งสัปดาห์ อัดประกาศใหญ่ทั้ง Gemini Multi-step ข้ามแอป Android 17 Screen Reactions Pause Point Quick Share จับ...