
ท่ามกลางความผันผวนและความต้องการที่หลากหลายยิ่งขึ้น คุณสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTL ตอกย้ำการทำธุรกิจประกันชีวิตเพื่อเป็นคู่คิดที่ลูกค้าไว้วางใจในเรื่องชีวิตและสุขภาพ ประกาศเดินหน้ากลยุทธ์ 'Go Healthier with MTL' ยกระดับการดูแล สุขภาพกาย สุขภาพใจ สุขภาพทางการเงินให้ดียิ่งขึ้น ผ่านผลิตภัณฑ์ บริการ ช่องทางการขาย นวัตกรรม พาร์ตเนอร์ และ Health Ecosystem ที่ออกแบบเพื่อตอบโจทย์ความต้องการสำหรับทุกไลฟ์สไตล์
ในงานแถลงข่าวประกาศผลประกอบการปี 2568 คุณสาระเกริ่นด้วยการกล่าวขอบคุณลูกค้าในปีที่ผ่านมา แม้ต้องผชิญกับความท้าทายรอบด้าน แต่เมืองไทยประกันชีวิตก็มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากความเชื่อมั่นและไว้วางใจของลูกค้า โดยในด้าน เบี้ยประกันภัยรับปีแรก (New Business Premium) เติบโตขึ้นกว่า 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ แบบประกัน Investment-Linked เติบโต 249% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และแบบประกันคุ้มครองโรคร้ายแรง (รายเดี่ยว) เติบโต 24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ด้าน คะแนน NPS (Net Promoter Score) เมืองไทยประกันชีวิตก็ได้สูงขึ้นจาก 75 คะแนน เป็น 78 คะแนน มีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (Capital Adequacy Ratio) ณ สิ้นปี 2568 มากกว่า 350% ซึ่งสูงกว่าระดับเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามเกณฑ์ที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนดที่ 140% ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ และความแข็งแกร่งทางการเงินจาก S&P Global Ratings ที่ระดับ BBB+ (Stable Outlook) และ Fitch Ratings ที่ระดับ A- และ AAA(tha) (Stable Outlook)

ส่วน นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) เมืองไทยประกันชีวิตเดินหน้านโยบายการสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ จากการประเมินล่าสุดโดย MorningStar Sustainalytics สถาบันวิจัยและจัดอันดับความยั่งยืนระดับโลก ด้าน ESG บริษัทฯสามารถทำคะแนน ESG Risk Rating ได้ที่ 19.9 คะแนน จัดอยู่ในกลุ่ม 'ความเสี่ยงต่ำ' (Low Risk Profile) โดยหัวใจสำคัญของความสำเร็จนี้มาจากความสามารถในการควบคุม 'ความเสี่ยงด้าน ESG’ ได้อย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ยังเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกของไทยที่เข้าร่วมลงนาม UN-supported Principles for Responsible Investment (PRI) พร้อมด้วยการขึ้นทะเบียน คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) กับ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) รวมถึงการเข้าเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC – Thai Private Sector Collective Action Against Corruption) ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3
สำหรับในปี 2569 นับเป็นอีกปีที่สำคัญของเมืองไทยประกันชีวิตในการก้าวเข้าสู่ปีที่ 75 ประกาศเดินหน้ากลยุทธ์ 'Go Healthier with MTL' สุขภาพดีขึ้นไปกว่าเดิมกับเมืองไทยประกันชีวิต ที่มุ่งดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ สุขภาพทางการเงินของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับนโยบายการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน (ESG) ภายใต้การกำกับดูแลกิจการและการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงการสร้างสมดุลทั้งในมิติสิ่งแวดล้อม มิติสังคม และมิติบรรษัทภิบาล และพร้อมอยู่เคียงข้างตั้งแต่การวางแผนดูแลเชิงป้องกันเพื่อสุขภาพดีในระยะยาว (Wellness and Prevention) ผ่านกิจกรรมที่ส่งเสริมการดูแลสุขภาพ เช่น เมืองไทยไตรกีฬา เมืองไทยเชียงใหม่มาราธอน การดูแลเมื่อเจ็บป่วย ผ่านความคุ้มครองที่เลือกได้ตามใจ บริการต่าง ๆ และพาร์ตเนอร์ที่ครอบคลุมอย่างครบวงจร (Diagnosis and Treatment)

ไม่ว่าจะเป็น MTL Health Buddy, แคร์คัฟเวอร์ สหคลินิก, เครือข่ายโรงพยาบาล MTL Smile Hospital Network, MTL Global Doctors และ MTL Global Connect รวมถึงการดูแลต่อเนื่องหลังการรักษาหรือพักฟื้น การดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิง ผ่านพาร์ตเนอร์ผู้เชี่ยวชาญ (Post-Treatment) อย่าง Health at Home, Naya Residence by LivWell และพาร์ตเนอร์ด้านสุขภาพอีกมากมาย
สำหรับความร่วมมือกับเครือข่ายโรงพยาบาลคู่สัญญาทั่วประเทศภายใต้โครงการ MTL Hospital Smile Network ครอบคลุมทั้งภาครัฐ เอกชน และโรงเรียนแพทย์กว่า 145 แห่ง เพื่อยกระดับการดูแลผู้เอาประกันอย่างสะดวกและอุ่นใจ ตั้งแต่การลดความกังวลด้านค่าใช้จ่ายส่วนเกิน การประสานงานประเมินค่าใช้จ่ายก่อนการรักษาอย่างรวดเร็ว ไปจนถึงสิทธิประโยชน์และแพ็กเกจผ่าตัดพิเศษ สะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทในดูแลลูกค้าอย่างครบวงจร
ด้านของการดูแลสุขภาพทางการเงิน เมืองไทยประกันชีวิต พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ สามารถเข้ามาช่วยให้การวางแผนชีวิตเป็นเรื่องง่ายขึ้น เลือกความคุ้มครองที่เหมาะสมกับช่วงชีวิตได้ตรงจุด ทั้งผลิตภัณฑ์ทางเลือกในการส่งต่อความมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่นอย่างไม่สะดุด ด้วยแบบประกันภัย อาทิ
1) เมืองไทย พรีเมียร์ เลกาซี่ หรือตัวช่วยให้ผู้ซื้อประกันเบาใจในวันที่จากไป ด้วยการวางแผนสร้างหลักประกันที่มั่นคงให้คนที่คุณรัก ผ่านโครงการ 'ShieldLife' รวมถึงประกันรูปแบบใหม่ที่รวมประกันชีวิตและสุขภาพที่ให้คุณดูแลได้ทั้งตัวเองและคนข้างหลังในกรมธรรม์เดียว
2) 'เมืองไทย เฟล็กซี่ โพรเทคชั่น' ที่พร้อมด้วยประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง ประกันชีวิตควบการลงทุน ประกันอุบัติเหตุ ที่มีอย่างหลากหลาย เข้าถึงได้จริง เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าคนสำคัญ โดยล่าสุดเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เมืองไทย เฟล็กซี่ โพรเทคชั่น 99/5 แบบประกันชีวิตที่ 'คนซื้อได้ใช้จริง' โดดเด่นด้วยคุ้มครองครอบคลุมทั้งชีวิตและสุขภาพ ครบจบในกรมธรรม์เดียว เปลี่ยนทุนประกันเป็นค่ารักษาพยาบาลได้เมื่ออายุครบ 65 ปี* ช่วยให้อุ่นใจด้วยวงเงินสุขภาพพร้อมใช้ในวัยเกษียณ และจ่ายตามจริงทั้งผู้ป่วยใน-ผู้ป่วยนอก
สำหรับ 'เมืองไทย เฟล็กซี่ โพรเทคชั่น' จ่ายเบี้ยคงที่ 5 ปี ไม่ปรับเพิ่มตามอายุ พร้อมการขยายอายุรับประกันตามความต้องการของลูกค้า จากเดิมรับได้ถึงอายุ 45 ขยายเพิ่มเป็นอายุ 55 ปี คุ้มครองยาวถึงอายุ 99 ปี กรณีเสียชีวิตทุนประกันที่เหลือสามารถส่งต่อให้คนข้างหลัง และเบี้ยประกันสามารถลดหย่อนภาษีได้
คุณสาระกล่าวเพิ่มว่า เร็ว ๆ นี้ ทุกท่านจะได้พบกับโฉมใหม่ของ เมืองไทยสไมล์คลับ และ Fit Rewards ที่จะมาร่วมเติมเต็มให้สุขภาพกาย สุขภาพใจ และสุขภาพทางการเงินที่ดียิ่งขึ้น ด้วยกิจกรรมและสิทธิพิเศษเหนือระดับ ซึ่งถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดีครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม พร้อมเชื่อมต่อทุกการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันให้กลายมาเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันภัย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการในโลกยุคใหม่ได้อย่างลงตัว
คุณนาเดีย สุทธิกุลพานิช รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
ต่อยอดจากที่คุณสาระให้ข้อมูลเบื้องต้นด้านการวางแผนดูแลเชิงป้องกันเพื่อสุขภาพดีในระยะยาว หรือ Wellness & Prevention ในประเด็นนี้ คุณนาเดีย สุทธิกุลพานิช รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ขยายความกลยุทธ์ด้านสุขภาพและบริการเพิ่มเติม ดังนี้
ปีนี้บริษัทจะ 'Double Down' หรือ การให้ความสำคัญ การเพิ่มความพยายามเป็นทวีคูณที่จะช่วยให้ลูกค้ามีสุขภาพที่ดี ใช้ชีวิตได้อย่างยั่งยืน ทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ เช่น ลูกค้าที่มีประกันสุขภาพกับเมืองไทยประกันชีวิตอยู่แล้วสามารถใช้บริการ Telemedicine ได้ฟรี 3 ครั้ง พร้อมด้วยบริการส่งยาถึงบ้านผ่านแอป MTL Click, การใช้ฟีเจอร์ MTL Fit เก็บข้อมูลสุขภาพในแอปดังกล่าวแล้วได้ส่วนลดหรือสิทธิพิเศษ โดยคุณนาเดียเล่าประสบการณ์ส่วนตัวว่า หลังจากใช้งานฟีเจอร์ MTL Fit แล้วได้รับส่วนลดค่าเบี้ยประกัน Elite Health ถึง 8%
เรื่องสำคัญที่ควรทำทุกปีอย่างการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ เพื่อลดอัตราการเจ็บป่วยและการเข้าโรงพยาบาล เมืองไทยประกันชีวิตจึงทำโครงการที่เชื่อมโยงกับ Muang Thai Smile Club ในแคมเปญ 'One point, one dose' โดยลูกค้าสามารถเข้าถึงวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ คุณนาเดียยังกล่าวถึงการเปิดตัว MTL Smile Hospital Network เครือข่ายพันธมิตรกับโรงพยาบาลกว่า 145 แห่ง เพื่อให้ลูกค้าได้รับความรวดเร็วในการบริการ (Speed in service) ได้สิทธิพิเศษและส่วนลดต่าง ๆ ทั้งนี้ คาดว่าจะเปิดตัวอย่างเต็มรูปแบบในไตรมาสแรกของปี 2569

คุณนาเดียเล่าถึงการขยายสาขา 'CareCover' (แคร์คัฟเวอร์ สหคลินิก) คลินิกรักษาโรคทั่วไปที่คุณสาระกล่าวถึงข้างต้น จากสาขาแรกที่ อาคารเมืองไทยภัทร คอมเพล็กซ์ เป็นการอำนวยความสะดวกและช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายให้แก่ลูกค้า สู่การเปิดสาขาที่ 2 ใน นิคมอุตสาหกรรมอมตะ จังหวัดชลบุรี เพื่อรองรับลูกค้าประกันกลุ่มและประกันสังคม โดยยังคงเน้นที่การรักษาโรคทั่วไป (Simple Diseases) เช่น ไข้หวัด เจ็บคอ ปวดท้อง
คุณนาเดียกล่าวถึงพันธมิตรด้าน Nursing Home หรือการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยพักฟื้น (Post-Treatment) หลังการเจ็บป่วย เช่นที่ Naya Residence (นายา เรสซิเดนซ์) เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุที่จะขยายตัวยิ่งขึ้น โดยเมืองไทยประกันชีวิตมองว่า Naya Residence เป็นที่พักสำหรับ Active Seniors คือ ผู้สูงอายุที่ยังแข็งแรงและช่วยเหลือตัวเองได้ ซึ่งจะมีกิจกรรมให้ทำหลากหลายอย่าง นอกจากนี้ คุณสาระยังกล่าวถึง Naya Residence ในมุมที่บริษัทเข้าไปลงทุนและเรียนรู้พฤติกรรมลูกค้า โดยพบ Insight ที่น่าสนใจว่า แม้สังคมไทยจะเป็นครอบครัวขยายแต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจที่ลูกหลานต้องออกไปทำงานนอกบ้าน ส่งผลให้เกิดการใช้งาน Nursing Home แบบ 'Day Care' ซึ่งเป็นโอกาสทางธุรกิจอีกด้านหนึ่ง
บริการที่กล่าวถึงทั้งหมด ไม่ว่าจะเกี่ยวกับการป้องกันอาการหรือโรค, CareCover, การค้นหาโรงพยาบาล, Telemedicine ทางเมืองไทยประกันชีวิตรวมฟีเจอร์ที่ผู้ใช้น่าจะต้องการมาใส่ MTL Click ให้เป็น All-in-One App ซึ่งเข้าถึงได้ผ่านการใช้แอปเดียว คือ MTL Click
นอกเหนือจากสุขภาพกาย เมืองไทยประกันชีวิตยังให้ความสำคัญในด้าน สุขภาพใจ (Mental Health) เนื่องจากมีผู้คนประสบปัญหาเกี่ยวกับสุขภาวะทางจิตมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ความเครียด, หมดไฟ (Burnout), วิตกกังวล, ซึมเศร้า ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทยและสังคมโลก โดยคุณสาระเปิดเผยว่า อยู่ระหว่างการออกแบบประกันให้เหมาะสม เนื่องจากมีเรื่องต้องคำนึงถึงหลายมิติและบางเรื่องก็เป็นเรื่องอ่อนไหว อย่างไรก็ตาม แผนประกันชีวิตที่มีอยู่ในปัจจุบันให้ความคุ้มครองด้านสุขภาพจิตแล้วบางส่วน และจะสามารถซื้อเพิ่มโดย Top-up จากแผนเดิมได้ในอนาคต
จากนั้นคุณสาระยังกล่าวเพิ่มว่า เร็ว ๆ นี้ ทุกท่านจะได้พบกับโฉมใหม่ของ เมืองไทยสไมล์คลับ และ Fit Rewards ที่จะมาร่วมเติมเต็มให้สุขภาพกาย สุขภาพใจ และสุขภาพทางการเงินที่ดียิ่งขึ้น ด้วยกิจกรรมและสิทธิพิเศษ ซึ่งคัดสรรมาเป็นอย่างดีให้ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ยิ่งกว่าเดิม พร้อมเชื่อมต่อทุกการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันให้กลายมาเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันภัย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการในโลกยุคใหม่ได้อย่างลงตัว
“เรามองว่า ปี 2569 ยังคงเป็นปีแห่งความท้าทาย โลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มตัว และยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีกมากมาย เมืองไทยประกันชีวิต เราพร้อมยืนเคียงข้างและดูแลลูกค้าคนสำคัญในทุกช่วงของชีวิตไม่ว่าโลกจะมีการเปลี่ยนแปลงไปแบบไหน โดยมุ่งหวังว่าเราจะทำให้ทุกคนมีความสุขและรอยยิ้ม เราจะไม่หยุดยั้งการพัฒนา คิดค้นนวัตกรรม รวมถึงบริการ ที่สามารถเข้าถึงและใช้บริการได้จริง เพื่อเป็นส่วนช่วยให้ทุกคนได้มีสุขภาพดีในทุกด้าน” คุณสาระกล่าวปิดท้าย
หมายเหตุ : *บริษัทจะเริ่มจ่ายผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลให้ผู้เอาประกันภัยตั้งแต่วันครบรอบปีกรมธรรม์ที่ผู้เอาประกันภัยมีอายุ 65 ปี และชำระเบี้ยประกันภัยครบถ้วนแล้ว โดยจะจ่ายไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
• เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
• การพิจารณารับประกันภัยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ
• เบี้ยประกันภัยสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์เป็นไปตามที่กรมสรรพากร กำหนด
คำเตือน : ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด