
ในเวทีเสวนา “Navigating Global Trade Shifts: Strategic Implications for Thailand” เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2026 ที่ผ่านมา ถือเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญในการวางทิศทางเศรษฐกิจไทย เมื่อเหล่าผู้นำทางความคิดจากกระทรวงการต่างประเทศ กรมทรัพย์สินทางปัญญา World Bank และ ADB มาร่วมกันวิเคราะห์ถึงกลยุทธ์ที่ไทยต้องปรับเพื่อให้ไปต่อได้ ในยุคที่ความไม่แน่นอนคือความปกติใหม่
Techsauce สรุปประเด็นสำคัญที่จะเปลี่ยนทิศทางเศรษฐกิจไทยไว้ดังนี้
หากเปรียบเทียบสถานการณ์เศรษฐกิจโลกในตอนนี้ คงเหมือนกับเครื่องบินที่เจอกับหลุมอากาศรุนแรง ซึ่งเกิดมาจากแรงหนุนของมหาอำนาจที่ผลักดันอุตสาหกรรมตัวเองจนบิดเบือนกลไกตลาดโลก ไทยจึงจำเป็นต้องมีกัปตันที่นำทางเครื่องบินลำนี้อย่างแม่นยำ โดยมี 3 กลยุทธ์ที่ควรทำคือ
การค้าโลกในอนาคตจะเปลี่ยนผ่านจากสินค้าที่จับต้องได้ ไปสู่ ‘สินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้’ มากขึ้น การจะแลนดิ้งบนเครื่องบินลำนี้ได้อย่างปลอดภัย ไทยต้องให้ความสำคัญกับ IP Value Chain ใน 4 เสาหลัก เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเก็บเกี่ยวคุณค่าของสินทรัพย์เหล่านี้ได้จริง ได้แก่
จากมุมมองของสถาบันการเงินระหว่างประเทศ (ADB) เฉพาะในอาเซียนต้องการเงินทุนเพื่อความยั่งยืนถึง 4 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี ปัญหาใหญ่ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่คือมาตรฐาน (Taxonomy) ที่แตกต่างกันจนนักลงทุนสับสน
ไทยก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้าน Green Finance ในภูมิภาคผ่านการออกพันธบัตรสีเขียวและสีฟ้า (Green & Blue Bonds) สิ่งที่ต้องทำต่อคือการสร้างระบบตรวจสอบที่โปร่งใสเพื่อป้องกันการฟอกเขียว และลดความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน
ข้อมูลจากธนาคารโลก (World Bank) ระบุว่าสัดส่วนการค้าต่อ GDP ของไทยสูงถึงเกือบ 140% เป้าหมายของไทยจึงไม่ใช่การหันกลับไปมองแค่ภายใน (Inward) แต่คือการเพิ่ม "คุณภาพของการเปิดประเทศ" ผ่าน 3 ด้านหลัก:
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด