NocNoc เผยการใช้ AI พาแพลตฟอร์มโตไวจากเรื่อง 'พื้นๆ' | Techsauce

NocNoc เผยการใช้ AI พาแพลตฟอร์มโตไวจากเรื่อง 'พื้นๆ'

NocNoc แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่รวมสินค้าและบริการเรื่องบ้านออนไลน์ภายใต้ บริษัท เบ็ตเตอร์บี มาร์เก็ตเพลส จำกัด ยกระดับบริการช็อปปิงที่ตอบโจทย์รายบุคคล (Personalized) ให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลที่ลูกค้าเข้ามาค้นหา (ฺSearch & Browse) อ่านรายละเอียด รวมถึงกดชื่นชอบ (Favourite) สินค้า ซึ่งมีเทคโนโลยี ML (Machine Learning) และ AI (Artificial Intelligence) เรียนรู้และทำความเข้าใจจาก Data และนำเสนอสินค้าที่ลูกค้าน่าจะสนใจหรือชื่นชอบ จนสามารถเพิ่มยอดขายเพิ่มขึ้นเท่าตัวภายใน 1 ปี!

NocNoc แพลตฟอร์มที่เสนอตัวเป็น Home Solution

NocNocคุณชลลักษณ์ มหาสุวีระชัย Chief Executive Officer, NocNoc เปิดเผยว่า NocNoc สร้างประสบการณ์ด้าน Home & Living ผ่านสินค้าและบริการที่เป็นวัสดุและสินค้าตกแต่งบ้าน รวมทั้งงานพื้น ผนัง ประตู หน้าต่าง ฝ้าเพดาน หลังคา งานระบบไฟฟ้า แอร์ ระบบประปา สุขภัณฑ์ งานทำความสะอาดและบำรุงรักษา งานรีโนเวตและต่อเติมห้อง งานออกแบบ วางแผน และควบคุมงาน ไปจนถึงบริการตรวจรับบ้านและคอนโด โดยเชื่อมร้านค้า ผู้ให้บริการ และผู้ใช้บริการ มาอยู่ในแพลตฟอร์มเดียวกัน ทำให้การซื้อ-ขาย ชำระเงิน จัดส่งสินค้า หรือบริการติดตั้ง ง่ายสำหรับลูกค้ามากที่สุด และสรุปความเปลี่ยนแปลงของ NocNoc ให้เห็นภาพการเติบโตว่า

  • NocNoc เป็นมาร์เก็ตเพลสที่รวมสินค้าและบริการเรื่องบ้านออนไลน์ ซึ่งเริ่มจากการเน้น Purchasing and Installation กล่าวคือ การให้ลูกค้าเลือกซื้อสินค้าที่มีใน SKU แล้วส่งถึงมือหรือติดตั้งให้ลูกค้าถึงบ้าน 

  • มาในตอนนี้ ภารกิจของ NocNoc คือการ Empower ลูกค้าให้สามารถรับบริการเฉพาะบุคคล (Personalize) ทั้ง Online และ Onsite ได้เอง โดยในปีที่ผ่านมาและปีนี้ต้องการเพิ่ม Ideation และ Inspiration ให้แก่ลูกค้าผ่านโลกดิจิทัล

  • NocNoc ยังเป็น Home Solution ที่เน้นจุดขายทั้งสินค้าและบริการแบบ 'One Stop Service' ผู้ใช้งานสามารถเข้าแอปหรือเว็บเมื่อต้องการไอเดียแต่งบ้าน สร้างแรงบันดาลใจ ได้ไอเดียแล้วก็สามารถเลือกซื้อสินค้า เลือกบริการติดตั้งและการดูแลเครื่องใช้ในบ้าน เพื่อให้ผู้ใช้บริการหรือลูกค้าได้รับประสบการณ์พิเศษที่มีความเฉพาะตัว (Personalized Experience) 

  • มูลค่าตลาด Home and Living  ในปี 2566 อยู่ที่ 4.5 แสนล้านบาท เป็นการเติบโตทั้งตลาด 3% ส่วนออนไลน์มีการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 10% ขณะที่ NocNoc เติบโต 100% และในปี 2567 นี้ NocNoc มีผู้ค้า (Seller) บนแพลตฟอร์มมากกว่า 7,000 ราย และมีรายการสินค้า (SKU) ประมาณ 700,000 รายการ

กว่าจะโตมาได้ถึงปัจจุบัน NocNoc เริ่มจากมีสินค้า 3 หมวดหมู่หลัก ได้แก่ วัสดุปูพื้น วัสดุตกแต่งผนัง และเฟอร์นิเจอร์ โดยเฉพาะวัสดุปูพื้นที่มีผู้ใช้เข้ามาเลือกซื้อและใช้บริการมาก เนื่องจาก NocNoc มีตัวเลือกหลากหลาย อาทิ พื้นกระเบื้อง พื้นไม้ พื้นลามิเนต ทั้งยังบอกคุณสมบัติเด่นและให้คำแนะนำเพิ่ม เช่น พื้นแบบใดที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ที่ลูกค้ากำลังค้นหา พื้นแบบใดที่ไม่เหมาะกับบ้านที่มีเด็กหรือผู้สูงอายุ ฯลฯ พร้อมกับการเพิ่มความหลากหลายทั้งสินค้าและบริการเรื่อยมา โดยดึงดูดผู้ผลิต ผู้ค้า ผู้ให้บริการ เข้ามาในระบบอย่างต่อเนื่อง สอดรับกับการเติบโตของตลาด Home and Living ที่นับวันจะมีการตัดสินใจซื้อทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น และเม็ดเงินที่ใช้จ่ายต่อตะกร้าก็มากขึ้นอีกด้วย

ถามว่า NocNoc ใช้เทคโนโลยี AI ด้านไหน อย่างไร

คุณชลลักษณ์ มหาสุวีระชัย Chief Executive Officer, NocNoc

คุณชลลักษณ์กล่าวว่า NocNoc ใช้เทคโนโลยี ML และ AI ของ AWS (Amazon Web Service) ตั้งแต่วางโครงสร้างพื้นฐานของแพลตฟอร์ม โดยเริ่มจากการใช้งานภายในองค์กรแล้วขยายสู่การใช้งานภายนอก เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า โดยบริษัทจะเลือกเทคโนโลยี AI ตัวหลัก (Core) มาใช้งาน และมีทีมเทคโนโลยีของ NocNoc ที่นำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาปรับจูนต่อ เพื่อให้เข้ากับ Data Set ที่บริษัทมี รวมถึงปัญหาที่จะแก้ไขให้ลูกค้าในแต่ละช่วง เพราะการนำเสนอสินค้ายุคนี้ไม่ได้จบแค่การใช้เทคโนโลยี แต่สามารถออกแบบ Journey ให้ลูกค้าที่ต้องการสินค้า ต้องการการเติมเต็มด้านที่อยู่อาศัย เทียบได้กับการใช้ AI ช่วยร้อยเรียงการใช้บริการตั้งแต่ออนไลน์ไปออฟไลน์ 

คุณอธิป รู้ประโยชน์ศิลป์ Chief Technology Officer, NocNoc ร่วมกับคุณชลลักษณ์ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ AI เพิ่มว่า ปัจจุบัน NocNoc ใช้ AI ในการแนะนำสินค้า ตอบคำถามลูกค้าผ่านแพลตฟอร์ม สร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า หลังจากนี้ จะใช้ AI ขับเคลื่อนการสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ และใส่ใจในการให้บริการลูกค้าเพิ่มขึ้นและจะเพิ่ม Ideation และ Inspiration เครื่องมือสำหรับการใช้ไอเดียสร้างสรรค์ สร้างแรงบันดาลใจผ่านโลกดิจิทัลให้แก่ลูกค้า โดยโฟกัสอยู่ที่ 3 เรื่อง 

  • 1) AI Driven Personalization การใช้ AI ขับเคลื่อนธุรกิจที่โดนใจลูกค้าเฉพาะบุคคล
  • 2) Online and Onsite Experience การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้าทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์
  • 3) Journey การซื้อสินค้าของลูกค้าที่มีความแตกต่างกันนั้นทำได้อย่างราบรื่น ตามชนิดของสินค้า การใช้งาน ช่วงอายุของลูกค้า ฯลฯ

ต่อด้วยตัวอย่างเทคโนโลยีที่ NocNoc ใช้ อาทิ

  • 1) Amazon Personalize เพื่อช่วย Personalize ประสบการณ์ของลูกค้าบนแพลตฟอร์ม NocNoc และแนะนำสินค้าที่ตรงใจลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น โดยการดึงข้อมูลจากการค้นหาครั้งก่อน, สินค้าที่เคยเลือกลงตะกร้า รวมไปถึงข้อมูลจากฐานลูกค้าใกล้เคียงมาประมวลผล
  • 2) Amazon EMR (Amazon Elastic Map Reduce) เทคโนโลยีที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลขนาดใหญ่และคัดกรองข้อมูล 
  • 3) Amazon EKS (Elastic Kubernetes Service) สำหรับการรันระบบวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ NocNoc เห็นภาพรวมของธุรกิจและวางแผนกลยุทธ์ได้ดีขึ้น

ส่วนเรื่องการใช้ Generative AI - ทาง NocNoc ยังไม่ได้นำ Generative AI มาใช้ แต่จะทดลองใช้บริการที่เป็นตัวกลางบน Amazon Bedrock ในปีนี้เพื่อหา Use case ที่เหมาะสมก่อน

คุณชลลักษณ์กล่าวเสริมว่า การใช้เทคโนโลยี AI ช่วยได้ทั้งเรื่องการลดต้นทุน (Cost Efficiency) การขยายขนาดได้ง่ายและเร็ว (Scalability) และความมั่นคงของระบบ (Stability) ส่วนเรื่อง การใช้ Data Set เทรน AI เพื่อให้บริการลูกค้า NocNoc นำ Data Set ของสินค้ากลุ่ม Home & Living กับข้อมูลลูกค้าไปเทรนโมเดลบน AWS โดยข้อมูลลูกค้าจะยังเป็นของ NocNoc ไม่มีการนำไปใช้เทรนโมเดลอื่น ๆ และถูกจัดเก็บอย่างปลอดภัยตามมาตรฐาน AWS 

NocNoc

เมื่อถามว่า การใช้ Generative AI ของ NocNoc จะเป็นไปในทิศทางใด ลูกค้าจะสามารถใช้ Prompt สร้างสรรค์หรือออกแบบห้องบนแพลตฟอร์มของ NocNoc ได้เองเลยหรือไม่ เพื่อประโยชน์ในการสร้าง Ideation คุณชลลักษณ์อธิบายว่า 

"ถ้าถามว่า Generative AI ใช้ทำอะไรได้ ตอนนี้ใช้ Gen AI มาดูไอเดีย ทำได้อยู่แล้ว แต่พฤติกรรมการเลือกของลูกค้าอาจจะไม่เป๊ะ เพราะ Journey ของลูกค้าแต่ก่อนที่ใช้เทคโนโลยี AR ลูกค้าหยิบเก้าอี้ใส่เข้าไปในห้องที่ชอบได้ แต่เป็นการหยิบมาใส่เล่น จะไปซื้อจริงก็วัดใหม่ หรือไม่หาที่ปรึกษา เราเห็นปัญหานี้จึงทำ Home Solution ขึ้น ร่วมกับการดูว่าถ้านำ Gen AI มาใช้จะมี Value กับลูกค้าแค่ไหน ลูกค้าไทยใช้ Prompt แล้วจะเชื่อตามนั้นจริงหรือเปล่า ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่ 'การเลือก' นี่เป็นสิ่งที่น่าสนใจ เช่น การเลือกแบบห้องแล้วนำไปสู่การซื้อสินค้าทั้งเซ็ต และสินค้าก็ต้องมีอยู่จริงด้วยถึงจะ Impactful" 

เนื่องจากการนำเทคโนโลยี Gen AI มาใช้ในการดำเนินธุรกิจต้องลงทุนสูง การใช้งานจึงต้องใช้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและคุ้มค่ามากที่สุด (ฺBusiness Impact) เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจซื้อหรือปิดจบ Journey ของลูกค้าได้ ด้วยเหตุนี้ NocNoc จึงยังไม่ได้นำ Gen AI มาใช้ แต่อยู่ระหว่างหา Use Case ที่ใช่และคุ้มค่า

AWS ธุรกิจที่เกิดจากค้าปลีก ก้าวสู่สายซัพพอร์ตค้าปลีก

AWSปัจจัยสำคัญที่เครื่องมือ AI ของ AWS ตอบโจทย์ธุรกิจค้าปลีกได้อย่างตรงจุด คุณวัตสัน ถิรภัทรพงศ์ Country Manager, AWS ประจำประเทศไทย อธิบายว่า เนื่องจาก AWS เป็นบริษัทลูกของ Amazon ซึ่งเกิดจากธุรกิจค้าปลีก (Retail) ที่เป็นร้านหนังสือออนไลน์ AWS (Amazon Web Service) จึงถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นกลไกสำคัญสำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ จากการใช้งานภายในก็พัฒนาสู่ภายนอก จากออนไลน์ก็ขยายสู่ออฟไลน์ ซึ่งเอื้อให้บริษัทค้าปลีกอื่น ๆ นำไปใช้สร้างธุรกิจและสร้างรายได้มายาวนานกว่า 25 ปี พร้อมกันนี้ ยังยกตัวอย่างเทคโนโลยีสำหรับที่ใหม่และโดดเด่นในธุรกิจค้าปลีก เช่น 

  • Amazon Go ที่ใช้ 'Just walk out technology' เป็นเทคโนโลยีที่เพิ่มความสะดวกในชีวิตประจำวัน โดยลูกค้าสามารถหยิบสินค้าใส่ตะกร้าแล้วเดินออกจากร้านได้เลย ระบบก็จะสแกน คิดเงิน และตัดบัตรหรือเงินใน e-Wallet ที่ผูกไว้อัตโนมัติ
  • Amazon One เทคโนโลยีสแกนฝ่ามือแล้วอ่านค่าจาก 'เม็ดเลือด' เพื่อยืนยันตัวตนลูกค้า ทดแทนการสแกนม่านตาที่หลายคนกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว
  • การใช้ Robotics จัดเก็บสินค้าในคลังแบบเจาะจง เช่น การเก็บสินค้าที่ลูกค้ามักจะซื้อคู่กันเอาไว้ในชั้นเดียวกันหรือใกล้กัน เช่น แปรงสีฟันกับยาสีฟัน ต่างจากเดิมที่เป็นระบบการจัดเก็บตามประเภทสินค้า

คุณวัตสันให้ข้อมูลเพิ่มว่า มูลค่าธุรกิจอีคอนเมิร์ซในเมืองไทย ณ ปี 2023 อยู่ที่ 31,000 ล้านดอลลาร์ คาดการณ์ว่า ในปี 2027 หรืออีก 3 ปี จะเติบโต 13.33% เป็น 51,000 ล้านดอลลาร์ และสำหรับนวัตกรรมใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมค้าปลีก เน้นที่ประเภทเทคโนโลยี3 ด้านนี้ 

  • 1) Improve Insight การที่ผู้ซื้อและผู้ขายต่างก็มีข้อมูลที่เพียบพร้อม ผู้ขายแนะนำสินค้าให้แก่ผู้ซื้อได้ดีขึ้น
  • 2) Optimize Operations การลดต้นทุนโดยการ Optimize และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
  • 3) Transform Customer Experiences การเน้นความพึงพอใจและการสร้างประสบการณ์ที่ดีและสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า

"เบื้องหลังของค้าปลีกมีอะไรเยอะมาก ไม่ใช่แค่การซื้อของออนไลน์ ออฟไลน์ แต่ยังมีเรื่องซัพพลายเชน มีระบบ Smart Store ระบบการวิเคราะห์ที่ช่วยให้กระบวนการ Lean ขึ้น ระบบคาดการณ์ Demand & Supply ซึ่งช่วยลดต้นทุนในการถือสินค้าคงคลังได้ รวมถึง Gen AI ที่จะมาช่วยนำเสนอสินค้าได้ง่ายขึ้น จัดรูปแบบให้มีความเหมาะสมและใกล้เคียงกับที่ลูกค้าต้องการได้มากขึ้น เช่น เราจะซื้อกาน้ำร้อน ก็ผูกสินค้ากับเทคหลังบ้านที่จะมีระบบช่วยทำให้เห็นรูปเสมือนว่า ถ้าวางกาในครัวของเราแล้วจะมีรูปแบบยังไง ดูดีหรือเปล่า" คุณวัตสันอธิบายเพิ่ม

จะเห็นว่า โอกาสและช่องทางทำเงินของผู้เล่นในธุรกิจค้าปลีกกับผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีหรือโซลูชันส์ยังมีอีกมาก ซึ่งนอกจากผนึกกำลังเพื่อให้บริการลูกค้าและคู่ค้าได้อย่างรวดเร็วแล้ว การผนึกกำลังเพื่อลดต้นทุน สร้างมูลค่าเพิ่ม ก็สำคัญไม่แพ้กัน 

เช่นที่ NocNoc เผยในตอนท้ายว่า เห็นโอกาสร่วมงานกับ AWS อีกหลายด้าน โดยเฉพาะ 'การพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกัน' เพื่อสร้างมูลค่าให้เทคโนโลยีที่เป็นพื้นฐาน สามารถนำไปใช้งานได้จริงและมีอิมแพ็กต่อธุรกิจของ NocNoc ต่อไป

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ไม่ได้ก็ไม่เอา ชิปจีนเลิกพึ่งสหรัฐฯ จีบญี่ปุ่น เกาหลีใต้ หาซัพพลายเออร์ใหม่

อุตสาหกรรมชิปจีนจะไม่พึ่งพาอเมริกาอีกต่อไป เพราะล่าสุดบริษัทชิปชั้นนำของจีนอย่าง SMIC และ CXMT ประกาศเดินหน้าเต็มกำลังในการหาซัพพลายเออร์ในท้องถิ่น...

Responsive image

อย่าหาทำ! จำนำ iCloud แทนสินทรัพย์ ผู้เชี่ยวชาญเตือนเสี่ยงข้อมูลหลุด

อย่าหาทำ! จำนำ iCloud แทนสินทรัพย์ ผู้เชี่ยวชาญเตือนเสี่ยงข้อมูลหลุด...

Responsive image

Disrupt เปิดตัวกองทุน Disrupt Health Impact Fund ดึงกลุ่มธุรกิจชั้นนำร่วมลงทุน ดัน HealthTech โต

Disrupt เปิดตัวกองทุน Disrupt Health Impact Fund ตั้งเป้าเปลี่ยนแปลง Healthcare ไทยให้เข้าถึง Deep Technology ด้าน Healthcare ระดับโลก...