
NVIDIA ประกาศก้าวสำคัญในงาน GTC ที่เมืองซานโฮเซ รัฐแคลิฟอร์เนีย ด้วยการเปิดตัว กลุ่มพันธมิตร NVIDIA Nemotron ซึ่งรวมนักพัฒนา AI และห้องปฏิบัติการวิจัยชั้นนำเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อร่วมกันสร้างโมเดลโอเพนซอร์สระดับแนวหน้าที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมา ถือเป็นความร่วมมือในรูปแบบนี้ครั้งแรกของวงการ
สมาชิกผู้ก่อตั้งแปดรายประกอบด้วย Black Forest Labs, Cursor, LangChain, Mistral AI, Perplexity, Reflection AI, Sarvam และ Thinking Machines Lab ซึ่งแต่ละรายล้วนเป็นผู้นำในสาขาของตนเอง โดยที่น่าจับตาเป็นพิเศษคือ Thinking Machines Lab ก่อตั้งโดย Mira Murati อดีตประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ OpenAI ที่ลาออกในปี 2024 ก่อนจะมาสร้างบริษัท AI ของตัวเอง
โครงการแรกที่จะเกิดขึ้นจากกลุ่มพันธมิตรนี้คือ โมเดลพื้นฐาน ที่ NVIDIA และ Mistral AI จะร่วมกันพัฒนา โดยใช้โครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลบน NVIDIA DGX™ Cloud ก่อนที่สมาชิกคนอื่นจะนำความเชี่ยวชาญด้านข้อมูล การประเมินผล และองค์ความรู้เฉพาะด้านมาสนับสนุนในกระบวนการฝึกฝนต่อยอด เมื่อพัฒนาเสร็จ โมเดลจะถูกเผยแพร่เป็นโอเพนซอร์สเพื่อให้นักพัฒนาและองค์กรทั่วโลกนำไปต่อยอดได้อย่างอิสระ และจะเป็นรากฐานของ NVIDIA Nemotron 4 ซีรีส์โมเดลที่กำลังจะมาถึงด้วย
ความสัมพันธ์ระหว่าง NVIDIA และ Mistral AI นั้นไม่ได้เริ่มต้นที่นี่ ทั้งสองบริษัทเคยร่วมกันเปิดตัว Mistral 3 ในเดือนธันวาคม 2025 ซึ่งเป็นโมเดลโอเพนซอร์สที่รองรับหลายภาษาและหลายรูปแบบข้อมูล ใช้สถาปัตยกรรมแบบผสมผู้เชี่ยวชาญ (Mixture-of-Experts) มีพารามิเตอร์รวมถึง 675 พันล้านตัว และหน้าต่างบริบทสูงถึง 256,000 โทเค็น ทำงานเหนือชั้นบน NVIDIA GB200 NVL72

ความน่าสนใจของกลุ่มพันธมิตรนี้อยู่ที่ความหลากหลายของความเชี่ยวชาญที่แต่ละรายนำมา Black Forest Labs จะสนับสนุนด้าน ความสามารถหลายรูปแบบข้อมูล ครอบคลุมทั้งภาพนิ่งและวิดีโอแบบเรียลไทม์ ในขณะที่ Cursor จะมอบชุดข้อมูลประเมินผลจากสภาพแวดล้อมการเขียนโค้ดจริง ส่วน LangChain ซึ่งมีผู้ดาวน์โหลดกรอบงานกว่า 100 ล้านครั้งต่อเดือน จะนำความเชี่ยวชาญด้านตัวแทน AI และการใช้เหตุผลเชิงยาวมาเสริม
ฝั่ง Perplexity, Reflection AI และ Sarvam ก็มีบทบาทที่ชัดเจนไม่แพ้กัน โดย Perplexity จะนำความรู้ในการสร้างระบบ AI ที่เข้าถึงง่ายและรองรับผู้ใช้ในระดับล้านคน ส่วน Sarvam จะเป็นตัวแทนการพัฒนา AI ภาษาอธิปไตย ที่เน้นเสียงและภาษาท้องถิ่น เพื่อให้ AI ทำงานได้จริงในทุกชุมชนทั่วโลก Aravind Srinivas ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Perplexity กล่าวว่า "คุณค่าของ AI วัดจากประสิทธิภาพในการช่วยให้ผู้คนค้นหาและใช้ความรู้ได้จริง โมเดลโอเพนซอร์สทำให้ AI เข้าถึงได้ในวงกว้าง และให้ผู้สร้างมีความยืดหยุ่นในการพัฒนาต่อยอด"
การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการเปิดตัวโมเดลใหม่หลายตัวในงาน GTC ได้แก่ Nemotron 3 Ultra สำหรับแอปพลิเคชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างผู้ช่วยเขียนโปรแกรม, Nemotron 3 Omni ที่รองรับทั้งเสียง ภาพ และภาษาในโมเดลเดียว และ Nemotron 3 VoiceChat ที่สามารถฟังและตอบโต้แบบเรียลไทม์พร้อมกันได้ในคราวเดียว นอกจากนี้ NVIDIA ยังประกาศ Cosmos 3 และ Isaac Lab 3.0 เพื่อรองรับการพัฒนา AI เชิงกายภาพ สำหรับหุ่นยนต์อีกด้วย
Jensen Huang ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ NVIDIA กล่าวถึงกลุ่มพันธมิตรนี้ว่า "โมเดลโอเพนซอร์สคือเส้นเลือดของนวัตกรรมและเครื่องยนต์แห่งการมีส่วนร่วมในการปฏิวัติ AI สำหรับนักเรียน นักวิทยาศาสตร์ สตาร์ทอัพ และอุตสาหกรรมทั้งหมด Nemotron Coalition รวบรวมห้องปฏิบัติการ AI ระดับโลกเพื่อพัฒนาโมเดลโอเพนซอร์สระดับแนวหน้าที่ยึดมั่นในความโปร่งใส การร่วมมือ และอธิปไตยทางข้อมูล ขยายการเข้าถึงปัญญาประดิษฐ์และสร้างอนาคตของ AI ร่วมกับโลกและเพื่อโลก"
ในแง่ธุรกิจ บริษัทที่มีมูลค่าตลาดกว่า 4.45 ล้านล้านดอลลาร์ นี้มีรายได้เติบโตถึง 65% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา พร้อมอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 71% การสร้างกลุ่มพันธมิตรของ NVIDIA จึงไม่ใช่เพียงกลยุทธ์ทางเทคนิค แต่คือการวางตัวเองให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานกลางของระบบนิเวศ AI โลกในระยะยาว และสร้างแรงกดดันต่อผู้เล่นรายใหญ่ที่เลือกพัฒนาโมเดลแบบปิดอย่างมีนัยสำคัญ
ที่มา: NVIDIA
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด