
นวัตกรรมที่จะพลิกโฉมอุตสาหกรรมประกันภัยครั้งต่อไป อาจไม่ได้เริ่มต้นจากองค์กรขนาดใหญ่เสมอไป แต่อาจซ่อนอยู่ในไอเดียของนักศึกษาหรือสตาร์ทอัพสักทีมที่มองเห็นปัญหาและกล้าคิดในสิ่งที่แตกต่าง ความเชื่อนี้เองที่ทำให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เดินหน้าเปิดเวทีค้นหานวัตกรรมประกันภัยอีกครั้ง พร้อมยกระดับให้ใหญ่กว่าทุกปีที่ผ่านมา
คุณชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. เป็นประธานเปิดโครงการ OIC InsurTech Award 2026 ภายใต้แนวคิด 'Ready for the Future's Emerging Risks : ก้าวข้ามขีดจำกัด รับมือความเสี่ยงอุบัติใหม่ในโลกอนาคต' ณ ห้องประชุมสถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง สำนักงาน คปภ. โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรมประกันภัย ภาคการศึกษา และภาคนวัตกรรมเข้าร่วมงาน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีประกันภัย (InsurTech) ให้พร้อมรองรับความเสี่ยงรูปแบบใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต

คุณชูฉัตรอธิบายว่า สำนักงาน คปภ. จัดโครงการนี้ขึ้นเพื่อเป็นเวทีเปิดกว้างในการค้นหาและสนับสนุนแนวคิด เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ที่จะช่วยยกระดับระบบประกันภัยไทยให้เข้าถึงง่าย รวดเร็ว เป็นธรรม และตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ โดยปีนี้กำหนดโจทย์การแข่งขันให้ผู้เข้าประกวดพัฒนาโซลูชันรองรับ 4 ความเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ ความเสี่ยงอุบัติใหม่ (Emerging Risk) ความเสี่ยงจากสังคมสูงวัย (Aging Society Risk) ความเสี่ยงจากภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Disaster Risk) และความเสี่ยงทางไซเบอร์ (Cyber Risk)
นอกจากโจทย์ที่ชัดเจนแล้ว โครงการยังส่งเสริมให้ผู้เข้าแข่งขันประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอย่าง AI ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) อุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (IoT) และภาพถ่ายดาวเทียม มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ประกันภัยรูปแบบใหม่ที่ใช้งานได้จริง
จุดเปลี่ยนสำคัญของปีนี้คือการยกระดับจากเวทีประกวดสู่แพลตฟอร์มบ่มเพาะนวัตกรแบบครบวงจร เริ่มตั้งแต่กิจกรรม Roadshow ในมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ การให้คำปรึกษาเชิงลึก (Consult Day) การอบรมและพัฒนาศักยภาพในค่าย Bootcamp ไปจนถึงการนำเสนอผลงานรอบชิงชนะเลิศ และยังไม่จบเพียงเท่านั้น เพราะหลังจบโครงการยังมีการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) การสนับสนุนแหล่งทุน และโอกาสเข้าสู่อุตสาหกรรมประกันภัยรออยู่อีกด้วย
ความครบวงจรนี้เกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของ 6 หน่วยงานพันธมิตร ประกอบด้วย สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมประกันวินาศภัยไทย สถาบันประกันภัยไทย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TED Fund) รวมถึงเครือข่ายสถาบันการศึกษาชั้นนำทั่วประเทศ
ภายในงานยังมีการเสวนาหัวข้อ 'Navigating Emerging Risks : ยกระดับประกันภัยไทยสู่ National Risk Buffer ด้วยพลัง InsurTech และคนรุ่นใหม่' โดย ดร.นิรัตน์ ทรัพย์ทวีธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ สายสถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง สำนักงาน คปภ. ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้แทนจากสมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมประกันวินาศภัยไทย และสถาบันประกันภัยไทย ถึงการรับมือความเสี่ยงรูปแบบใหม่ ทั้งสังคมสูงวัย ภัยพิบัติ และภัยไซเบอร์
เวทีนี้ชี้ให้เห็นว่า โจทย์การประกวดของ OIC InsurTech Award 2026 ต่อยอดมาจากแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 ที่มุ่งยกระดับระบบประกันภัยไทยสู่การเป็นกันชนความเสี่ยงของประเทศ (National Risk Buffer) ภายใต้ยุทธศาสตร์ 'อึด-รับ-ทั่ว-ล้ำ' โดยพันธมิตรแต่ละรายได้กำหนดบทบาทสนับสนุนไว้อย่างเป็นระบบ สมาคมประกันชีวิตไทยจะร่วมแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกด้านสังคมสูงวัยเพื่อชี้เป้าโจทย์การพัฒนาโซลูชัน ร่วมตัดสินในรอบชิงชนะเลิศ และเปิดโอกาสให้ผู้ชนะการประกวดเข้าฝึกงาน ขณะที่สมาคมประกันวินาศภัยไทยจะเดินสายโรดโชว์ พร้อมส่งผู้เชี่ยวชาญประกบเป็นพี่เลี้ยงในรอบ Bootcamp รวมถึงส่งเสริมการจับคู่ธุรกิจ ส่วนสถาบันประกันภัยไทยจะจัดตั้งคอร์สเรียนออนไลน์ปูพื้นฐานการบริหารความเสี่ยงประกันภัย และสนับสนุนรางวัลพัฒนาทักษะเครื่องมือดิจิทัลใน Bootcamp โดยทั้งหมดมุ่งสร้างกำลังคนแห่งอนาคตให้กับอุตสาหกรรม
อีกหนึ่งเวทีเสวนาในหัวข้อ 'InsurTech Ecosystem Synergy : ผนึกกำลังภาครัฐ ปลดล็อกแหล่งทุนและบ่มเพาะ Tech Talent สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน' คุณประภาภัสร์ กุลปวโรภาส ผู้ทรงคุณวุฒิอาวุโส สำนักงาน คปภ. ร่วมเสวนากับผู้แทนจาก depa NIA และ TED Fund โดยสะท้อนบทบาทของสำนักงาน คปภ. ที่กำลังปรับเปลี่ยนจากการเป็นหน่วยงานกำกับดูแล (Regulator) สู่การเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ (Business Partner) และผู้สร้างระบบนิเวศนวัตกรรม (Ecosystem Builder) ที่พร้อมสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมด้านประกันภัยตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
ความน่าสนใจอยู่ที่การแบ่งบทบาทกันอย่างชัดเจนของ 3 หน่วยงานรัฐ เริ่มจาก TED Fund ทำหน้าที่เป็นจุดสตาร์ทต้นน้ำ คอยสนับสนุน 'ทุนตั้งไข่' และกระบวนการบ่มเพาะตั้งแต่ระยะเริ่มต้นพัฒนาแนวคิด ต้นแบบ และการพิสูจน์เทคโนโลยี (Ideation & Proof of Concept) เพื่อผลักดันไอเดียของคนรุ่นใหม่ให้กลายเป็นชิ้นงานจริง จากนั้น NIA รับช่วงต่อในระยะกลางน้ำ ติดอาวุธนวัตกรรมและเทคโนโลยีเชิงลึกผ่านโปรแกรมเร่งการเติบโต (Accelerator Program) พร้อมช่วยเปิดตลาดในวงกว้างผ่านงานจัดแสดงเทคโนโลยีระดับชาติอย่างเวที Startup x Innovation Thailand Expo (SITE) ก่อนที่ depa จะรับไม้ต่อในระยะปลายน้ำ ผลักดันสตาร์ทอัพและคนรุ่นใหม่เข้าสู่ระบบนิเวศธุรกิจอย่างเต็มตัว ต่อยอดสู่การขยายธุรกิจเชิงพาณิชย์ (Scale Up) และการเติบโตในระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน

คุณชูฉัตรกล่าวทิ้งท้ายว่า นวัตกรรมที่ดีที่สุดไม่ได้เกิดจากคนเพียงคนเดียว แต่เกิดจากระบบนิเวศที่เปิดโอกาสให้ทุกความคิดได้เติบโต โครงการนี้จึงไม่ใช่แค่เวทีประกวดนวัตกรรม แต่เป็นกลไกสำคัญในการสร้างคน สร้างนวัตกรรม และสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่จะขับเคลื่อนระบบประกันภัยไทยให้พร้อมรับมือความเสี่ยงรูปแบบใหม่ พร้อมมุ่งหวังให้แนวคิดของคนรุ่นใหม่ถูกต่อยอดสู่การใช้งานจริงทั้งในภาคธุรกิจและภาคสังคม เพื่อยกระดับระบบประกันภัยไทยให้เป็นกลไกบริหารความเสี่ยงของประเทศ และเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่มีประสิทธิภาพ ทันสมัย และตอบโจทย์ชีวิตในโลกยุคใหม่
สำหรับเยาวชน นิสิต นักศึกษา บัณฑิตจบใหม่ สตาร์ทอัพ และผู้สนใจด้านเทคโนโลยีประกันภัย สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการ OIC InsurTech Award 2026 ได้ระหว่างวันที่ 1-31 กรกฎาคม 2569 ที่ https://bit.ly/4xDVmM4 และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook Page : CIT - Center of InsurTech Thailand, Instagram : citthailand หรืออีเมล [email protected]
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด