OpenAI เผยผู้ใช้นับแสนคน มีสัญญาณสุขภาพจิตขั้นวิกฤต! เร่งผนึก 170 ผู้เชี่ยวชาญ อัปเกรดโมเดลเพื่อรับมือบทสนทนาที่มีความเสี่ยง

OpenAI ผู้สร้าง ChatGPT ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลสถิติชุดใหม่ที่น่ากังวล โดยยอมรับว่าส่วนหนึ่งของผู้ใช้งานกำลังเผชิญกับวิกฤตด้านสุขภาพจิต บริษัทประมาณการว่า 0.07% ของผู้ใช้งานรายสัปดาห์ หรืออาจคิดเป็นตัวเลขหลักแสนคน แสดงสัญญาณของภาวะฉุกเฉินทางจิตที่รุนแรง เช่น ภาวะจิตเภท (Psychosis) หรือภาวะฟุ้งพล่าน (Mania)

ตัวเลขนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของภูเขาน้ำแข็ง OpenAI ยังเผยอีกว่า ประมาณ 0.15% ของผู้ใช้ มีบทสนทนาที่บ่งชี้ถึงการวางแผนหรือความตั้งใจในจบชีวิตที่ชัดเจน และอีก 0.15% กำลังแสดงสัญญาณของการพึ่งพาทางอารมณ์ (Emotional Reliance) ต่อ AI ในระดับที่น่ากังวล เช่น การยึดติดกับโมเดลโดยละเลยความสัมพันธ์ในโลกแห่งความเป็นจริง

ภาพลวงตาในยุค 800 ล้านผู้ใช้งาน

แม้ตัวเลขเปอร์เซ็นต์จะดูน้อยนิด แต่เมื่อนำไปคูณกับฐานผู้ใช้งานมหาศาลที่ Sam Altman ซีอีโอ เคยระบุว่ามีถึง 800 ล้านคนต่อสัปดาห์ จำนวน 0.07% ก็อาจหมายถึงผู้คนกว่าครึ่งล้านคนที่กำลังอยู่ในภาวะเสี่ยง

Dr. Jason Nagata จาก University of California San Francisco Parnassus Campus ชี้ว่า 'แม้ 0.07% จะฟังดูน้อย แต่ในระดับประชากรหลายร้อยล้านคน นี่คือคนจำนวนไม่น้อยเลย' เขาเตือนว่าแม้ AI จะช่วยขยายการเข้าถึงการสนับสนุนด้านสุขภาพจิตได้ แต่เราต้องตระหนักถึงข้อจำกัดของมัน

ประเด็นนี้กำลังถูกตรวจสอบอย่างหนัก โดยเฉพาะเมื่อ OpenAI กำลังเผชิญกับการฟ้องร้องทางกฎหมายหลายคดี คดีที่โด่งดังที่สุดคือคดีจากพ่อแม่ของ Adam Raine วัย 16 ปี ในแคลิฟอร์เนีย ที่กล่าวหาว่า ChatGPT สนับสนุนและยุยงให้ลูกชายของพวกเขาปลิดชีวิตตัวเอง นอกจากนี้ยังมีคดีฆาตกรรมแล้วจบชีวิตใน Connecticut ที่ผู้ก่อเหตุโพสต์บทสนทนาหลายชั่วโมงกับ ChatGPT ซึ่งดูเหมือนจะไป 'กระตุ้นอาการหลงผิด' ของเขา

Professor Robin Feldman, Director of the AI Law & Innovation Institute, University of California Law ให้ความเห็นว่า 'แชทบอทสร้างภาพลวงตาแห่งความจริง (illusion of reality) และมันเป็นภาพลวงตาที่ทรงพลังมาก'

จับมือจิตแพทย์ 170 คน เทรน AI 

เพื่อบรรเทาความเสี่ยงนี้ OpenAI ได้ใช้กระบวนการ 5 ขั้นตอน และได้สร้างเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญที่เรียกว่า "Global Physician Network" ซึ่งประกอบด้วยจิตแพทย์ นักจิตวิทยา และแพทย์กว่า 170 คน จาก 60 ประเทศทั่วโลก

เป้าหมายคือการอัปเดตโมเดลล่าสุด (ที่ในเอกสารมีการอ้างอิงถึงการทดสอบกับ GPT-5) ให้มีความสามารถในการรับมือบทสนทนาที่ละเอียดอ่อนเหล่านี้ โดยมีหลักการสำคัญคือ:

  1. ตระหนักรู้ (Recognize) ฝึกให้โมเดลจำแนกสัญญาณความทุกข์ใจของผู้ใช้ได้แม่นยำขึ้น แม้จะเป็นสัญญาณโดยอ้อม
  2. ลดความตึงเครียด (De-escalate) ตอบสนองอย่างปลอดภัยและเห็นอกเห็นใจ (Empathetically)
  3. ไม่ตอกย้ำ (Avoid Affirming) หลีกเลี่ยงการสนับสนุนหรือตอกย้ำความเชื่อที่ไม่มีมูล (Ungrounded Beliefs) ที่อาจเกี่ยวข้องกับความหลงผิดหรืออาการทางจิต
  4. ส่งต่อ (Guide) ชี้แนะผู้ใช้ไปยังแหล่งช่วยเหลือในโลกจริง (Real-world support) เช่น สายด่วนสุขภาพจิต หรือกระตุ้นให้ติดต่อเพื่อนและครอบครัว
  5. มีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ เช่น การเปลี่ยนเส้นทาง (Reroute) บทสนทนาที่อ่อนไหวไปยังโมเดลที่ปลอดภัยกว่า และการเพิ่มการแจ้งเตือนให้หยุดพักหากมีการใช้งานต่อเนื่องยาวนาน

ผลลัพธ์การอัปเกรด ลดคำตอบอันตราย 65-80%

OpenAI อ้างว่าการอัปเดตโมเดลใหม่นี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยสามารถลดอัตราการตอบสนองที่ไม่พึงประสงค์ในโดเมนที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิตลงได้ 65% - 80% เมื่อเทียบกับโมเดลก่อนหน้า

โดยแบ่งตามหมวดหมู่ดังนี้

  • ภาวะจิตเภท/ฟุ้งพล่าน ลดการตอบสนองที่ไม่เหมาะสมลง 65%
  • การทำร้ายตัวเอง/จบชีวิต ลดการตอบสนองที่ไม่เหมาะสมลง 65%
  • การพึ่งพาทางอารมณ์ ลดการตอบสนองที่ไม่เหมาะสมลงถึง 80%

แม้ OpenAI จะยืนยันว่าได้พยายามอย่างเต็มที่ และการเคลื่อนไหวครั้งนี้ก็ได้รับคำชมจากผู้เชี่ยวชาญบางส่วนในแง่ของ 'ความโปร่งใส' แต่ศาสตราจารย์เฟลด์แมนก็ยังเตือนว่า 'บริษัทสามารถใส่คำเตือนทุกชนิดไว้บนหน้าจอได้ แต่คนที่มีความเสี่ยงทางจิตอาจไม่สามารถรับฟังคำเตือนเหล่านั้นได้'

การเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้จึงเป็นเหมือนดาบสองคม ด้านหนึ่งแสดงถึงความพยายามแก้ไขปัญหา แต่ขณะเดียวกันก็ยืนยันว่า AI ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิกฤตสุขภาพจิตในโลกยุคใหม่ไปแล้วอย่างปฏิเสธไม่ได้

ที่มา: BBC, OpenAI

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

3 เรื่องที่ประเทศไทยต้อง Focus สร้างคน–นวัตกรรม–ปฏิรูประบบราชการ เพื่อยกระดับขีดความสามารถประเทศ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ฝ่าวิกฤติ รับมือระเบียบโลกใหม่” ในงาน The INTANIA Forum...

Responsive image

BOI รื้อเกณฑ์ Data Center ชู 4 มิติดันไทยสู่ฮับ AI ยั่งยืน คุมเข้มใช้พลังงาน ทรัพยากรน้ำ พร้อมตอบโจทย์ชาติ และการจ้างงานไทย

บีโอไอขานรับระเบียบใหม่คุมดาต้าเซ็นเตอร์ตามมติ ครม. เดินหน้ายกเครื่องเกณฑ์คัดกรองโครงการด้วย 4 มิติ พร้อมเปิดข้อมูล 42 โครงการ ลงทุนรวม 7.5 แสนล้านบาท ครอบคลุมประโยชน์ต่อประเทศ พลั...

Responsive image

Demis Hassabis ขึ้นคุม หัวเรือ AI ของ Alphabet แล้ว หลัง Jeff Dean พนักงานระดับตำนานลาออกไปตั้ง Startup ของตัวเอง

สั่นสะเทือนวงการไอที Google ปรับทัพ AI ครั้งใหญ่ Demis Hassabis สละเก้าอี้คุม DeepMind ด้าน Jeff Dean ตำนานพนักงานคนที่ 30 ประกาศลาออกตั้งบริษัทใหม่...