OpenAI บรรลุข้อตกลงกับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ภายในคืนเดียวกับที่ Anthropic ถูกแบน พร้อมเงื่อนไขที่แทบจะเหมือนกันทุกประการ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2026 อาจเป็นหนึ่งในไทม์ไลน์ที่น่าตั้งคำถามที่สุดในประวัติศาสตร์วงการเทคโนโลยี ภายในชั่วโมงเดียวกับที่ Anthropic ถูกประกาศเป็น "ความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทานต่อความมั่นคงแห่งชาติ" Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI ก็ประกาศว่าบริษัทได้บรรลุข้อตกลงกับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เพื่อนำโมเดล AI เข้าสู่ระบบลับของกองทัพเรียบร้อยแล้ว

ข้อตกลงที่ดูเหมือนคล้ายกับสิ่งที่ Anthropic ถูกปฏิเสธ

สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจอย่างยิ่งคือเนื้อหาของข้อตกลง Sam Altman ระบุบน X ว่า

"หลักการด้านความปลอดภัยที่สำคัญที่สุดสองข้อของเราคือการห้ามเฝ้าระวังพลเมืองในประเทศแบบเหวี่ยงแห และการให้มนุษย์รับผิดชอบต่อการใช้กำลัง รวมถึงในระบบอาวุธอัตโนมัติ กระทรวงกลาโหมเห็นด้วยกับหลักการเหล่านี้ สะท้อนอยู่ในกฎหมายและนโยบาย และเราได้บรรจุไว้ในข้อตกลงด้วย"

นั่นคือเส้นแดงเดียวกันแทบทุกประการกับที่ Dario Amodei ซีอีโอของ Anthropic ยืนกรานมาตลอด แต่กลับถูกลงโทษอย่างรุนแรงจากการยืนหยัดในจุดยืนนั้น

นอกจากนี้ OpenAI ยังระบุว่าจะส่งวิศวกรประจำการที่กระทรวงกลาโหมเพื่อดูแลความปลอดภัยของโมเดล พร้อมสร้างมาตรการทางเทคนิคเพื่อให้มั่นใจว่าโมเดลจะทำงานได้ตามที่ควร ซึ่งเป็นสิ่งที่กระทรวงกลาโหมเองก็ต้องการ

ความแตกต่างที่ยังไม่มีคำตอบ

New York Times รายงานว่า ความต่างที่ชัดเจนของ OpenAI คือการยินยอมให้กระทรวงกลาโหมใช้โมเดลได้ "เพื่อวัตถุประสงค์ที่ถูกกฎหมายทุกอย่าง" ก่อน แล้วค่อยเสริมมาตรการทางเทคนิคป้องกันการใช้งานที่ไม่พึงประสงค์ในภายหลัง ขณะที่ Anthropic ต้องการเขียนข้อห้ามเหล่านี้ลงในสัญญาโดยตรงตั้งแต่แรก

แหล่งข่าวจาก Axios ระบุว่ากระทรวงกลาโหมเคยบอกว่าปัญหากับ Anthropic นั้นเป็น "เรื่องอุดมการณ์" โดยเจ้าหน้าที่อาวุโสระบุว่า "สำหรับ Dario มันเป็นเรื่องอุดมการณ์ เรารู้ว่ากำลังรับมือกับใคร" ซึ่งชี้ให้เห็นว่าความแตกต่างอาจอยู่ที่ "วิธีการเจรจา" มากกว่า "เนื้อหาของข้อตกลง"

ทั้ง CNN, Politico และสำนักข่าวหลายแห่งระบุตรงกันว่ายังไม่ทราบแน่ชัดว่าข้อตกลงของ OpenAI แตกต่างจากสิ่งที่ Anthropic ขอไว้อย่างไรกันแน่ และได้ส่งคำถามไปยังทั้ง OpenAI และกระทรวงกลาโหมแล้ว

กระทรวงกลาโหมโอบรับ OpenAI ทันที

Pete Hegseth รัฐมนตรีกลาโหมที่เพิ่งโพสต์โจมตี Anthropic ไปหมาดๆ รีโพสต์ประกาศของ Sam Altman บน X อย่างรวดเร็ว ขณะที่ Emil Michael รัฐมนตรีช่วยกลาโหมฝ่ายเทคโนโลยีโพสต์ว่า "ในเรื่องที่เกี่ยวกับชีวิตและความตายของทหาร การมีพันธมิตรที่เชื่อถือได้และเจรจาด้วยความสุจริตใจนั้นสำคัญมากที่สุดในยุค AI"

ท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงภายในชั่วโมงเดียวกันนั้น ยิ่งตอกย้ำคำถามที่หลายฝ่ายตั้งมาตลอด ว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาของ "หลักการ AI" หรือเป็นเพียงปัญหาระหว่าง "ตัวบุคคล"

Sam Altman เรียกร้องให้เสนอเงื่อนไขเดียวกันแก่ทุกบริษัท

ในท้ายแถลงการณ์ Sam Altman ย้ำว่า OpenAI ต้องการให้กระทรวงกลาโหม "เสนอเงื่อนไขเดียวกันนี้แก่บริษัท AI ทุกราย ซึ่งในความเห็นของเรา ทุกคนควรยินดีรับ" พร้อมแสดงความต้องการให้สถานการณ์คลี่คลายออกจากการต่อสู้ทางกฎหมายและมาตรการของรัฐบาล ไปสู่ข้อตกลงที่สมเหตุสมผลแทน

ในส่วนของ Anthropic บริษัทประกาศว่าจะยื่นฟ้องทางกฎหมายเพื่อโต้แย้งการถูกประกาศเป็น "ความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน" ซึ่งเป็นสถานะที่ปกติสงวนไว้ใช้กับบริษัทที่มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับประเทศคู่อริ ไม่ใช่บริษัทเทคโนโลยีสัญชาติอเมริกัน

บทนี้ของดราม่า AI vs กระทรวงกลาโหม ยังไม่จบ แต่การที่ OpenAI สามารถได้ข้อตกลงที่มีเนื้อหาคล้ายกับสิ่งที่ Anthropic ถูกแบนเพราะขอมันนั้น อาจกลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่สุดในการต่อสู้ทางกฎหมายของ Anthropic ที่กำลังจะเริ่มต้น

ที่มา: CNN, The New York Times

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Google เปิดตัว Noto Emoji 3D รีดีไซน์อีโมจิใหม่เกือบ 4,000 ตัว พร้อมปล่อย Open Source

จากเดิมที่อีโมจิเคยถูกใช้เพื่อสื่อความหมายแบบตรงตัว แต่ปัจจุบันอิโมจิได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการถ่ายทอดอารมณ์ น้ำเสียง หรือแม้แต่ความหมายแฝงที่ไม่ได้ถูกพิมพ์ออกมา...

Responsive image

นักฟิสิกส์ปลุกวัสดุเก่าปี 1993 สู่ Superconductors แบบใหม่ ไฟฟ้าไหลผ่านได้ 100% หากสำเร็จ รถ EV จะชาร์จไวในชั่วพริบตา

นักฟิสิกส์ University of Houston ทุบสถิติโลกตัวนำยิ่งยวดที่ความดันบรรยากาศปกติ ทำอุณหภูมิ 151 เคลวินด้วยเทคนิค Pressure Quench ทำลายสถิติเดิมที่ยืนมาตั้งแต่ปี 1993 ก้าวสำคัญสู่ยุคส...

Responsive image

เปิดตัว 'แตะจ่ายด้วยทรูมันนี่' ไม่ต้องมีหรือผูกบัตรเครดิตก็จ่ายผ่านเครื่อง BlueTap และ EDC เตรียมขยายแตะเข้า MRT ได้ด้วย

ทรูมันนี่ประกาศยุทธศาสตร์ PaymentTech พร้อมเปิดตัว “แตะจ่ายด้วยทรูมันนี่” ฟีเจอร์ชำระเงินแบบไร้สัมผัสผ่านแอปที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องมีหรือผูกบัตรเครดิต โดยเริ่มให้บริการผ่านอุปกรณ์ B...