'เช็คก่อนฉีด' ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อน-หลัง ฉีดวัคซีน COVID-19 | Techsauce /* */ /* */

'เช็คก่อนฉีด' ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อน-หลัง ฉีดวัคซีน COVID-19

 การฉีดวัคซีนโควิด-19 ดูเป็นเรื่องแสนจะชิลของหนุ่มสาวฉกรรจ์ทั้งหลาย เหลือก็แค่ทำตัวให้แข็งแรงนั่งรอนอนรอ ต่อแถวรับวัคซีนตามคิวที่จะถึงในเร็วๆ นี้ แต่เมื่อยกเคสการฉีดวัคซีนไปพูดในกลุ่มผู้หลักผู้ใหญ่ วัคซีนเข็มเดียวกันจะกลายเป็นเรื่องคนละกรณีทันที เพราะนอกจากภูมิคุ้มกันที่แตกต่างกันชนิดเทียบเด็กวัยรุ่นไม่ได้แล้ว ข่าวคราวผลข้างเคียงจากวัคซีน ยังเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ผู้ใหญ่หลายๆ ท่าน ยังคงกังวลจนเกิดคำถามขึ้นมามากมายในใจ

“ก่อนฉีดวัคซีนต้องทำอะไรบ้าง?” “ถ้าฉีดแล้วต้องไปฉีดซ้ำอีกเหรอ?” “แก่แล้วจะเสี่ยงมากหรือเปล่า?” หรือ “กลางปีนี้ต้องรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ฉีดแล้วมันจะตีกันไหม?”

เตรียมตัวก่อนฉีดวัคซีนโควิด

การตั้งข้อสงสัยถือเป็นหนึ่งในภูมิคุ้มกันที่ดี เพราะจะนำมาซึ่งแนวทางการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง รวมไปถึงการลดความเสี่ยงหลังรับวัคซีนได้อีกด้วย แน่นอนว่าคำตอบของคำถามเหล่านี้ ไม่ได้แค่เป็นประโยชน์กับใครคนใดคนหนึ่งเท่านั้น เพราะไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ใหญ่ เด็กวัยรุ่น หรือวัยทำงาน ต่างก็ควรต้องศึกษาก่อนเข้ารับวัคซีนจริง เพื่อให้วัคซีนทุกเข็มเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด

นายแพทย์วิทยา วันเพ็ญ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ โรงพยาบาลพระราม เผยว่า “วัคซีนโควิด-19 ส่วนใหญ่ จะฉีดให้กับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป โดยที่แทบไม่ต้องเตรียมตัวอะไรเป็นพิเศษ แต่สำหรับการฉีดวัคซีนผ่านแพลตฟอร์ม ‘หมอพร้อม’ ผู้รับวัคซีนล็อตแรกคือ ‘กลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป และกลุ่มผู้มีโรคประจำตัว 7 โรคเรื้อรัง’ ความกังวลที่ตามมาคือเรื่องของสุขภาพ และข้อสงสัยว่าตนเองมีภูมิคุ้มกันที่ดีพอจะรับผลข้างเคียง-อาการแพ้ของวัคซีนหรือไม่ และตนเองควรไปตรวจสุขภาพก่อนฉีดจริงหรือเปล่า”

“คำตอบคือการตรวจสุขภาพโดยทั่วไป ‘ไม่’ สามารถระบุได้ว่าเรามีโอกาสแพ้วัคซีนหรือไม่ แต่การตรวจสุขภาพจะช่วยให้เราทราบถึง ‘ภัยเงียบ’ ของโรคที่ยังไม่แสดงอาการ จะช่วยให้แพทย์สามารถประเมินความเสี่ยงก่อนฉีดวัคซีน ได้ดีขึ้นอีกระดับ”

นอกจากนี้การตรวจเช็คสุขภาพยังเป็นตัวช่วยลด ‘ความรุนแรง’ ของโรคได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะกับกลุ่มคนที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป หรือกลุ่มผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรัง ที่จะช่วยสร้างเป็นประโยชน์ต่อการรักษา และช่วยให้เรารับมืออาการของโรคได้แต่เนิ่นๆ ไม่เว้นแม้กับกลุ่มคนอายุน้อย เพราะการรู้เท่าทันภัยเงียบหรือโรคแฝงภายในตัว นั่นหมายถึงเราจะมีเวลาวางแผนการรักษาเพิ่ม และยังมีเวลาเตรียมความพร้อมให้แข็งแรง ก่อนฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้อีกด้วย

และเมื่อการตรวจสุขภาพช่วยเตรียมความพร้อมให้เราได้ในระดับหนึ่ง ทีนี้ลองหันมามองฝั่งตัวเองบ้าง ว่าเราควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนเข้ารับวัคซีน

อันดับแรก คำนึงให้ดีว่า “2 วัน ก่อนและหลัง” ฉีดวัคซีน ให้งดออกกำลังกายหนักหรือยกสิ่งของที่มีน้ำหนักมาก และต้องนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอด้วย

วันที่ฉีดวัคซีนจริง ควรดื่มน้ำอย่างน้อย 500-1,000 ซีซี (ประมาณ 3-5 แก้ว) งดชา กาแฟ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน รวมถึงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และเลือกฉีดแขนข้างที่ไม่ค่อยถนัด (สำหรับผู้ที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือดอยู่ สามารถทานยาได้ตามปกติ แต่เมื่อฉีดยาแล้วให้กดนิ่งตรงตำแหน่งที่ฉีดต่ออีก 1 นาที) หลังฉีดแล้วเจ้าหน้าที่จะให้รอสังเกตอาการในบริเวณสถานที่ฉีดอีก 30 นาที

หลังจากฉีดวัคซีนอย่างน้อยสองวัน พยายามไม่ใช้งานแขนข้างนั้น ไม่ควรเกร็งยกของหนัก และไม่ควรบีบนวดบริเวณที่ฉีดวัคซีน ในกรณีที่มีไข้ หรือปวดเมื่อยมากจนทนไม่ไหว สามารถกินยาพาราเซตามอลขนาด 500 มิลลิกรัม ครั้งละหนึ่งเม็ด (กินซ้ำได้ถ้าจำเป็น) แต่ให้ห่างกัน 6 ชั่วโมง

และโน้ตไว้เลยว่า “ห้ามกินยาจำพวก Brufen, Arcoxia, Celebrex เด็ดขาด!!”

นายแพทย์วิทยา เสริมต่อว่า วัคซีนโควิด-19 ที่มีใช้ในไทย ทั้ง แอสตร้าเซนเนกา และซิโนแวค เป็นวัคซีนที่ต้องฉีดรวม 2 เข็ม เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้มีประสิทธิภาพ แต่ขั้นตอนของการฉีดวัคซีนซ้ำหลังจากนั้น ยังไม่มีผลการศึกษามากพอที่จะระบุได้ว่าจะต้องฉีดกระตุ้นซ้ำอีกครั้งเมื่อไร

“ปกติคนเราจะทำการฉีดวัคซีนซ้ำเป็นประจำทุกปีเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ตัวอย่างเช่น การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ช่วงฤดูฝน แต่การที่ต้องฉีดวัคซีนโควิด-19 ในสภาวะเร่งด่วน ทำให้หลายคนกังวลใจว่าวัคซีนทั้ง 2 ชนิด ที่ฉีดในเวลาไล่เลี่ยกัน อาจทำให้เกิดผลเสียกับร่างกาย ซึ่งเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด”

ทั้งนี้ทั้งนั้น นายแพทย์วิทยา ได้ให้คำแนะนำว่า “การเข้ารับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ควรเว้นระยะห่างกับวัคซีนโควิด-19 ก่อนหรือหลังก็ได้ เป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน” หรือในกรณีที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 เข็มแรกไปแล้ว ให้พิจารณาขึ้นกับชนิดของวัคซีนโควิด-19 ที่ฉีด ควบคู่ไปด้วย

วัคซีนแอสตราเซเนกา (AstraZeneca) จะมีทางเลือกอยู่ 2 ทาง

  • สามารถรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่คั่นระหว่างกลางก็ได้ แต่ต้องเว้นระยะหลังฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มที่ 1 ไปแล้ว 1 เดือน
  •  แต่ถ้าต้องการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ครบ 2 เข็มก่อน ก็สามารถฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้เช่นกัน แต่ต้องเว้นระยะอย่างน้อย 1 เดือน หลังฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มที่ 2

วัคซีนซิโนแวค (Sinovac) ให้ฉีดให้ครบ 2 เข็มก่อน จากนั้นเว้นระยะ 1 เดือน แล้วจึงเข้ารับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลต่อไป

การฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็นชนิดไหน ยี่ห้ออะไร ก็มีประโยชน์ เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงขึ้นมาจัดการกับเชื้อไวรัสนี้ด้วยกันทั้งนั้น

ซึ่งการตรวจสุขภาพเองก็เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันส่วนหนึ่ง อย่างน้อยก็เพื่อไม่ให้มีภัยเงียบมาแฝงตัวจนทำให้อาการของโควิด-19 รุนแรงขึ้นนั่นเอง




RELATED ARTICLE

Responsive image

โอกาสใหม่ของอินโด-แปซิฟิก G7 เล็งลงทุนด้านพลังงานสะอาด

กลุ่มประเทศ G-7 กำลังพิจารณาเงินลงทุนสำหรับการส่งเสริมให้อินเดีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม เปลี่ยนพลังงานที่ใช้ในประเทศไปเป็นพลังงานหมุนเวียนที่สะอาด ซึ่งสอดคล้องกับแผนการ Build Back...

Responsive image

Opn แต่งตั้ง คุณคริส มิสเนอร์ อดีตผู้บริหารจาก Apple ร่วมทีมคณะกรรมการผู้บริหาร

Opn ผู้ให้บริการโซลูชันด้านการรับชำระเงินแบบครบวงจรจากประเทศญี่ปุ่นและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศแต่งตั้ง "คุณคริส มิสเนอร์" (Chris Misner) อดีตผู้บริหาร Apple Inc. (“Apple”) และ...

Responsive image

โลกปรับธุรกิจจึงต้องเปลี่ยน มุมมองผู้บริหารและนักวิชาการ จากเวที The Disruption of Business, Competition and Transformation, Ready Now for the Future

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ร่วมกับ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ รวมนักวิชาการ นักการตลาด ผู้บริหารจากองค์กรชั้นนำในไทยและระดับโลก สะท้อนมุมมองและแนวคิดการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงที่ไม่...