เมื่อวานนี้ (19 เมษายน 2561) ถือว่าเป็นอีกหนึ่งวันในประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ เพราะเป็นวันที่รัฐบาลไทยลงนามบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU กับบริษัทสัญชาติจีนยักษ์ใหญ่ระดับโลก อย่างอาลีบาบา (Alibaba) ซึ่งทำให้เห็นว่าวันนี้บริษัท E-Commerce จากแดนมังกรรายนี้กำลังจะเข้ามามีบทบาทในไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกต่อไป

Photo: Thaigov.go.th

อ่านประกอบ


หากต้องการจะทำความเข้าใจในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ คงต้องลองฟังสิ่งที่ 'แจ็ค หม่า' (Jack Ma) Co-Founder และ Chairman Executive ของ Alibaba Group พูดในงานลงนาม MOU ว่าเขาพูดอะไรบ้าง โดยคำพูดที่น่าสนใจจะอยู่ในช่วงการตอบคำถามกับสื่อมวลชน ซึ่งทาง Techsauce ได้คำพูดโดยสรุปของ 'แจ็ค หม่า' มาให้ได้อ่านกันครับ

ช่วงขึ้นกล่าวในพิธีลงนาม MOU

Photo : Techsauce

Alibaba ต้องการที่จะนำเอานวัตกรรมและเทคโนโลยีมาช่วยให้ SME ในประเทศไทยพัฒนาผลิตภัณท์ไปสู่ตลาดระดับโลกได้ เราเชื่อว่าในอีกไม่กี่ข้างหน้า 80 เปอร์เซ็นต์ของธุรกิจบนโลกใบนี้จะขึ้นไปอยู่บน Online Platform หรือบน Digital Infrastructure ซึ่งประเทศจีนก็มองเห็นการสร้างโอกาสนี้ให้กับประเทศไทยในการนำผลิตภัณฑ์ของไทยไปสู่สายตาชาวโลกได้

ภายใต้การเริ่มต้นนโยบาย Thailand 4.0 ทาง Alibaba จะนำเอาประโยชน์จากการสร้าง Infrastructure ด้านเทคโนโลยี และความรู้ความสามารถสามารถในด้านดิจิทัล (Digital Capabilities) มาช่วยพัฒนา SMEs ในเอเชียให้เทียบเท่าหรือดีกว่า SMEs ในสหรัฐฯ

การปฏิวัติอุตสาหกรรมยุคแรกที่เกิดขึ้นครั้งแรก จะเห็นว่ายุโรปเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและนำเอาเครื่องจักรไอน้ำเข้ามาใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ  ต่อมาในการปฏิวัติอุตสาหกรรมในยุคต่อมา สหรัฐฯ เติบโตขึ้นมากจากการเริ่มใช้เครื่องจักรเข้ามาช่วยในการทำงานแทนมนุษย์ โดยการปฏิวัติอุตสาหกรรมในยุคถัดไปได้เดินทางมาถึงแล้ว นั่นคือการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI: Artificial Intelligence) และ Machine Learning ซึ่งจะมาจากฝั่งของเอเชียบ้างแล้ว ซึ่งในเอเชียก็มีความพร้อมด้าน Cloud Infrastructure และด้านการค้นพบ-พัฒนาทางด้านเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่ (Technological Breakthroughs) ซึ่ง Alibaba ได้ทำให้ทุกคนเห็นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

Alibaba มีเป้าหมายในการพัฒนาอย่างยั่งยื่น พวกเราหวังจะให้โลกดีขึ้นจากการให้ความรู้และนำเทคโนโลยีเข้ามาโลกพัฒนาไปยิ่งขึ้น ดังนั้นนี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมรัฐบาลไทยและผมต้องใช้เวลานานถึง 8 เดือนเพื่อพูดคุยถึงความเป็นไปได้ในการร่วมมือกันช่วยให้คนไทยและเศรษฐกิจไทยดีขึ้น ผมมักบอกกับทีมของผมอยู่เสมอว่า ความเชื่อมั่นในประเทศไทย และการลงทุนของเราจะทำอย่างจริงจังและทำในระยะยาว และผมเชื่อว่าหากมองลึกลงไปกว่านั้น พวกเรามีเป้าหมายหลักอันเดียวกัน นั่นคือเราเชื่อว่าเศรษฐกิจโลกจะดีขึ้นจากการสร้างความร่วมมือเพื่อเป็นพันธมิตรซึ่งกันและกัน

ในอดีต ผลิตภัณฑ์หรือสินค้าต่าง ๆ มักถูกมองอย่างแบ่งแยกกัน เช่น สินค้านี้ถูกแปะป้ายว่า "Made in Thailand" หรือ สินค้านี้ถูกแปะป้ายว่า "Made In China" ซึ่งในอนาคตสินค้าต่าง ๆ จะรวมกันกลายเป็น " Made in the Internet" แทน

นอกจากนี้ เมื่อก่อนการทำธุรกิจมักแบบเป็น B2C (Business to Consumer) แต่ในอนาคตการทำธุรกิจจะกลายเป็นแบบ C2B (Consumer to Business) นี่จึงเป็นโอกาสอันดีที่ประเทศไทยและชาวไทยจะได้นำเสนอบริการ (Services) ที่ยอดเยี่ยมในแก่ชาวโลก ซึ่งบริการของชาวไทยมีการมองถึงความต้องลูกค้าเป็นหลัก (Customer-centric) อย่างชัดเจน แต่น่าเสียดายที่ยังมีข้อจำกัดและความท้าทายเกิดขึ้นมาอีกหลายอย่าง เพราะหลายคนก็ยังสร้างนวัตกรรมและคิดอะไรใหม่ ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง

ปัญหาในวันนี้คงมาจากหลาย ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นมาในอดีตที่ยังรอการแก้ไขอยู่ และยังรอให้เราแก้ไข ยังรอให้เราช่วย SME ให้เติบโตขึ้น ซึ่งอนาคตเป็นของผู้ที่สามารถจินตนาการมันขึ้นมาได้ ไม่กลัวภาพของอนาคตในอุดมคติ ซึ่งอนาคตที่ว่ามานี้จะเป็นของยุคถัดไปที่มีแรงบันดาลในการเป็นผู้ประกอบการ และ Startup รุ่นใหม่ต่อไป

วันนี้ประเทศไทยมีรายได้หลักจากภาคเกษตรกรรม แต่ในอนาคตผมมีความฝันและแรงบันดาลใจว่ารายได้ของประเทศไทยจะมาจากทุกสิ่งที่อยู่ในประเทศไทย ถึงแม้ว่าการเริ่มต้นจะเป็นสิ่งยากอยู่เสมอ แต่เราจะทำงานอย่างหนักเพื่อทำให้ประเทศไทยเกิดความภูมิใจ ซึ่งถือว่า Alibaba ได้รับเกียรติและได้รับสิทธิ์ที่สำคัญในการร่วมมือกันพัฒนาประเทศไทย ภายใต้นโยบาย Thailand 4.0 หลังจากนี้ขอให้เชื่อมั่นว่าเราจะไม่ทำให้ประเทศไทยหรือคนไทยผิดหวังแน่นอน

ช่วงตอบคำถามสื่อมวลชน

'แจ็ค หม่า' ตอบคำถามผู้สื่อข่าวหลังงานลงนามความร่วมมือ (MOU) กับรัฐบาลไทย จำนวน 4 ฉบับ | Photo: Techsauce

คุณจะทำอย่างไรให้คนไทยเชื่อมั่นว่าการร่วมมือกันครั้งนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย (WIN-WIN Solution)?

Jack Ma: ผมเชื่อว่ามันเป็น WIN-WIN-WIN Solution สำหรบัทุกฝ่าย โดย WIN แรกคือผู้บริโภค WIN ที่ 2 คือ Partner ของเรา (รัฐบาลไทย) และ WIN ที่ 3 คือ Alibaba นี่เป็นเหตุผลสำคัญว่าทำไม Alibaba ถึงประสบความสำเร็จ ก็เพราะมาจากความสำเร็จของคนรุ่นใหม่ ซึ่งรัฐบาลไทยก็กำลังทำสิ่งเดียวกันกับที่เรากำลังทำอยู่ เมื่อรัฐบาลไทยพูดคุยกับคนรุ่นใหม่ ทุกคนต่างเป็นห่วงว่า Alibaba จะเข้ามาช่วยธุรกิจขนาดและคนรุ่นใหม่อย่างไร

นอกจากนี้ผู้คนก็ยังกังวลเกี่ยวกับการเข้ามาของ Alibaba ในประเทศไทย และตั้งคำว่า "เรากำลังจะมายึดครองประเทศไทยหรือเปล่า?" หรือ "เรากำลังจะมา Take Over ประเทศไทยหรือเปล่า?" คำตอบคือไม่ใช่ครับ พวกเราไม่ได้สนใจในประเด็นนั้น พวกเราสนใจว่าเราจะเข้ามาช่วย เข้ามาเปิดทาง ให้รัฐบาลไทยและผู้ประกอบการในประเทศไทยประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจ

โดย Alibaba เชื่อว่า เมื่อรัฐบาลไทยประสบความสำเร็จ พวกเราก็จะถือว่าเราประสบความสำเร็จด้วย

'ความร่วมมือของ Alibaba ที่มาเลเซีย' นำอะไรมาใช้กับ 'ความร่วมมือของ Alibaba ที่ไทย' ได้บ้าง?

Jack Ma: ผมคิดว่าผู้คนจำนวนมากเริ่มเข้ามาในไทยมากขึ้น รวมไปถึงคนจีนด้วยเช่นกัน ซึ่งตอนนี้ก็มีชาวจีนมากกว่า 11 ล้านคนอาศัยอยู่ในประเทศไทยด้วย และนี่ทำให้เราเชื่อว่าทำไมพวกเขาถึงอยู่ที่นี่ เพราะสิ่งที่มีอยู่ในประเทศไทยนั่นเอง เพราะมีผลิตภัณฑ์หลายอย่างในภาคเกษตรกรรมที่สามารถส่งออกได้

โดยจุดประสงค์ของเราในการเข้ามายังประเทศไทย ก็มี 2 เหตุผลหลัก ๆ นั่นคือ "Go to China" และ "Go to Thailand"

"Go to China" หมายความว่า เราต้องการให้สินค้าและผลิตภัณฑ์จากไทยส่งออกไปยังประเทศจีนที่มีกำลังจะมีชนชั้นกลาง (Middle Class) มากกว่า 500 ล้านคนใน 15 ปีข้างหน้า ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้มีความต้องการสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมจากประเทศไทย

ส่วนการ "Go to Thailand" ก็หมายถึงการนำนักท่องเที่ยวจีนเข้าสู่ประเทศไทยเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจของไทย

อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือเมื่อพวกเราพูดว่าเราต้องการเข้าสู่ประเทศไทยเพื่อสร้างนักพัฒนาให้กับประเทศไทย  เรากำลังจะสร้างโรงเรียนสำหรับสอน Startup เพื่อให้คนไทยสามารถมีความรู้ความสามารถด้านดิจิทัลจาก Alibaba ดังนั้นคนไทยจึงสามารถมีส่วนร่วมในการสร้าง Digital Economy สำหรับประเทศไทยในอนาคต

นโยบายเปิดประเทศด้านเศรษฐกิจของจีน (China’s open-door policy) จะมีผลต่อความร่วมมือระหว่างอาลีบาบากับรัฐบาลไทยอย่างไร?

Jack Ma: ผมคิดว่ามันค่อนข้างจะเป็นสิ่งที่ดี นโยบายดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่าง Alibaba กับรัฐบาลไทยมากขึ้น โดย Alibaba จะเป็นเหมือนสะพานให้กับประเทศไทยสามารถเข้าถึงตลาดในต่างประเทศได้ รวมไปถึงจะช่วยให้ไทยเข้าถึงตลาดประเทศจีน ซึ่งเป็นในตลาดที่ใหญ่และมีพลังมากที่สุดในโลกได้อีกด้วย

อะไรทำให้คุณตัดสินใจทำงานร่วมกับรัฐบาลไทย?

Jack Ma: เราต้องการร่วมทำงานกับ SME และธุรกิจขนาดเล็ก ที่ต้องการความช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจ รวมไปถึงคนตัวเล็ก ๆ ที่ต้องการมีชีวิตความเป็นอยู่ที่เหมาะสม ซึ่ง Alibaba รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ทำงานร่วมกับรัฐบาลไทย โดยสิ่งที่เราต้องการไม่ใช่เงิน เงินไม่ใช่ประเด็น

แต่สิ่งที่พวกเราต้องการคือความร่วมมือและวิสัยทัศน์ของรัฐบาล ซึ่งนโยบายต่าง ๆ ควรจะช่วยให้ SME สามารถส่งออกผลิตภัณฑ์ของตัวเองได้ ไม่ใช่การให้ Alibaba ส่งออกผลิตภัณฑ์และสร้างรายได้ให้กับทุกคน และพวกเราจะไปพบปะในสถานที่ที่มีคนรุ่นใหม่และ SME เพราะบริษัทใหญ่ ๆ ไม่ได้ต้องการพวกเรา ซึ่งสำหรับบริษัทเล็ก ๆ เราคิดว่าเราช่วยพวกเขาได้

จะทำอย่างไรถ้า eWTP (Electronic World Trade Platform) ที่ Alibaba สร้างขึ้นนั้นถูกคุกคาม ในขณะเดียวกัน Alibaba อาจต้องลงเอยด้วยการแทรกแซงทางการค้าในประเทศอื่น?

Jack Ma: เป็นเรื่องยากที่ "สงครามทางการค้า" (Trade War) จะยุติลง แต่สงครามนั้นไม่เป็นผลดีต่อใคร เราเชื่อมั่นในการค้าเสรี (Free Trade) เราเชื่อมั่นในการเพิ่มการแลกเปลี่ยนทางการค้า เราต้องการทำให้คนมั่นใจได้ว่าการค้าจะเกิดความครอบคลุมมากขึ้น ส่วนตัวผมไม่คิดว่าสงครามทางการค้าจะเกิดขึ้น

นักธุรกิจทั้งหลายต่างต้องการให้เกิดการค้าแบบยั่งยืน นักการเมืองมากกว่าที่ต้องการสร้างสงครามทางการค้า คุณสามารถแก้ปัญหาการเมืองด้วยการค้าได้ แต่คุณไม่สามารถแก้ปัญหาการค้าด้วยการเมืองได้

ผมออกตัวก่อนเลยว่าผมไม่ชอบสงครามทางการค้าเลย สิ่งที่คุณทำไม่ว่าอะไรก็ตาม ผู้คนจะสงสัยในตัวคุณอยู่เสมอ เช่นเดียวกันหากคุณอยู่ในการทำธุรกิจ ผู้คนจะทั้งวิจารณ์และสงสัยในตัวคุณอยู่เสมอ แต่เป็นเรื่องดีที่ Jack Ma และทีมของเขาไม่ได้สนใจเรื่องนี้ สิ่งที่เราแคร์คือโลกที่เราสร้างวิสัยทัศน์ไว้ในอนาคต โลกที่พวกเราทำงานร่วมกันเพื่อก้าวไปข้างหน้าและทำให้สิ่งวิสัยทัศน์ต่าง ๆ เป็นจริง

ซึ่ง eWTP (Electronic World Trade Platform) เป็นสิ่งที่จะทำให้โลกมีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น เราต้องการแบ่งปันสิ่งดี ๆ ให้กับโลก เราต้องการให้โลกใบนี้สนุกสนานด้วยฝีมือของพวกเราเอง และทำให้ผู้อื่นรู้สึกสนุกสนานกับสิ่งที่เขาอยู่ด้วย

เราจึงสนับสนุนการค้าเสรีต่อไป เราจะสนับสนุนโลกาภิวัฒน์ (Globalization) ต่อไป

จะมีสร้างพันธมิตรหรือสร้างความร่วมมือกับประเทศอื่น ๆ หรือภูมิภาคอื่นอีกหรือไม่?

Jack Ma: อันดับแรกเลยต้องบอกก่อนว่าเป้าหมายของ Alibaba คือ การทำให้โครงพื้นฐาน (Infrastructure) ของ E-Commerce มีความเป็นสากล เพื่อทำให้คนรุ่นใหม่ทุกคนมั่นใจว่าสามารถใช้ประโยชน์จาก E-Commerce ได้ เมื่อตอนที่เราไปมาเลเซีย เราเห็นว่ามาเลเซียมีวิสัยทัศน์ในเรื่องของการสนับสนุนชาวนาเหมือนกับเรา จึงเป็นโอกาสของเราได้การสร้างความร่วมมือให้เกิดขึ้น

ซึ่งในเอเชีย รัฐบาลแต่ละประเทศมีความสำคัญอย่างยิ่ง ชาวยุโรปมักมองว่ารัฐบาลในเอเชียอ่อนแอมาก ซึ่ง Alibaba เกิดขึ้นมาในเอเชีย แต่เรากลับช่วยสร้างโลกนี้ขึ้นมาได้ ฉะนั้นเรื่องเงินจึงไม่ใช่ปัญหาของเรา โดยเราร่วมมือกับไทยในหลายเรื่อง เช่น Logistics, Infrastructure, Payment, การส่งออกสินค้า, การนำเข้าสินค้า, การท่องเที่ยว

ส่วนเรื่องของกรอบเวลาความร่วมมือ หลายคนมองเป็นเรื่องใหญ่ แต่สำหรับ Alibaba แต่เรามองว่ามันไม่ได้มีแค่เรื่องของเวลา แต่ต้องมองว่าเรามีความร่วมมือกับไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้วน่าจะดีกว่า

RELATED ARTICLE

Responsive image

BaseConf2020 อีกหนึ่งหมุดหมายของ Tech Conference ระดับภูมิภาคครั้งใหญ่ที่สุดของ Iskandar Malaysia

Techsauce Global Summit ร่วมกับ START Malaysia จัด BaseConf2020 งาน Tech Conference ระดับภูมิภาคครั้งใหญ่ที่สุดของ Iskandar Malaysia พื้นที่เศรษฐกิจพิเศษในรัฐยะโฮร์บาห์รู (Johor Ba...

Responsive image

AIS จับมือ SCG และ ม.อ. นำร่องใช้ 5G ในโรงงานอุตสาหกรรมจริง

ก้าวย่างสำคัญด้านเทคโนโลยีของประเทศ เมื่อ 2 องค์กรชั้นนำ AIS และ SCG พร้อมด้วย ภาคการศึกษา มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ ผนึกกำลังร่วมทดลองทดสอบการใช้งานจริง 5G ในภาคอุตสาหกรรมได้สำเร็...

Responsive image

Xiaomi ลุยจัดตั้งบริษัทสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคขยายฐานธุรกิจในเขต ‘ฉงชิ่ง’ ประเทศจีน

Xiaomi หันมาลงทุนด้านบริษัทสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคเริ่มต้นลุยขยายฐานธุรกิจในเขต ‘ฉงชิ่ง’ ประเทศจีน พร้อมผู้ร่วมลงทุน Chongqing Rural Commercial Bank (CRCB) และอีกสามบริษัทที่อยู่ในเ...