3 บริษัทไทยติดอันดับ 'บริษัทน่าจับตามองในเอเชียแปซิฟิก' จาก Forbes Asia 100 To Watch 2024

Forbes Asia ได้เปิดเผยรายชื่อบริษัทดาวรุ่งในเอเชียแปซิฟิกที่น่าจับตามอง ประจำปี 2024 หรือ Forbes Asia 100 To Watch 2024 โดยบริษัทที่ได้รับคัดเลือกล้วนเป็นบริษัทที่มีศักยภาพเติบโตสูง ดึงดูดเงินลงทุนจากทั่วโลก และสร้างสรรค์นวัตกรรมเปลี่ยนแปลงอนาคต 

ด้านกระบวนการคัดเลือกมีการพิจารณาจากปัจจัยหลายด้าน ทั้งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมและภูมิภาค ความเหมาะสมกับตลาด รูปแบบธุรกิจ ศักยภาพการเติบโต และความสามารถในการดึงดูดเงินทุน โดยริษัทที่ได้รับการพิจารณาจะต้องมีสำนักงานใหญ่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เป็นบริษัทเอกชนที่แสวงหาผลกำไร และมีรายได้ต่อปีไม่เกิน 50 ล้านดอลลาร์ และมีเงินทุนรวมไม่เกิน 100 ล้านดอลลาร์ 

ในปี 2024 Forbes Asia คัดเลือกบริษัทใน 10 อุตสาหกรรม จาก 16 ประเทศ โดยอินเดียครองแชมป์มีบริษัทติดอันดับมากที่สุด 20 บริษัท ตามมาด้วยสิงคโปร์ (15), จีน (10), ญี่ปุ่น (9) และอินโดนีเซีย (8) ส่วนทางด้านประเทศไทย มีบริษัทติดทำเนียบจำนวน 3 แห่งได้แก่ Simplus, Roojai และ Hungry Hub 


Simplus

สำหรับ Simplus มีความโดดเด่นเรื่องการจัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กภายในบ้าน เช่น เครื่องปิ้งขนมไดร์เป่าผม และหม้อทอดไร้น้ำมัน ให้กับลูกค้าทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ได้แก่ TikTok Shop, Shopee และ Lazada ภายใต้การนำทัพของ Jack Zhang อดีตซีอีโอของ Lazada ประเทศไทย

Roojai

ทางฝั่ง Roojai มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่แหลมฉบัง ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทผลิตรถยนต์หลายแห่ง ให้บริการด้านผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ สุขภาพ และประกันภัยอื่นๆ ทั้งในประเทศไทยและอินโดนีเซีย ผู้ถือกรมธรรม์สามารถใช้แอปพลิเคชันบนมือถือของ Roojai เพื่อยื่นรายงานอุบัติเหตุและโทรขอความช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนได้อย่างสะดวก

เมื่อปี 2023 ที่ผ่านมา Roojai ระดมทุนได้ทั้งหมด 69 ล้านดอลลาร์ รวมถึง 42 ล้านดอลลาร์ในการระดมทุนรอบ Series B นำโดย HDI International บริษัทประกันภัยยักษ์ใหญ่ของเยอรมนี โดยมี International Finance Corp. ซึ่งเป็นกลุ่มธนาคารโลกเข้าร่วมด้วย 

นอกจากนี้ Roojai ยังได้เข้าซื้อกิจการ บริษัท เอฟดับบลิวดีประกันภัย จำกัด (มหาชน) ภายใต้การดูแลของบริษัท โบลท์เทค ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการธุรกรรมในครั้งนี้ โดยการเข้าซื้อกิจการจะทำให้รู้ใจมีส่วนแบ่งในตลาดในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ด้วยเบี้ยประกันรายปีรวมกันกว่า 50 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 1,740 ล้านบาท และก้าวขึ้นเป็นบริษัทประกันภัยดิจิทัลเต็มรูปแบบ พร้อมใบอนุญาตผู้รับประกันวินาศภัย

Hungry Hub

Hungry Hub คือแพลตฟอร์มจองร้านอาหารออนไลน์ที่ให้ผู้ใช้สามารถดูส่วนลดและชำระเงินสำหรับมื้ออาหารล่วงหน้าได้ ผู้ใช้สามารถค้นหาร้านอาหารผ่าน Hungry Hub ได้ตามประเภทอาหาร สถานที่ หรือโอกาสที่กำลังฉลอง ในปี 2023 ที่ผ่านมา Hungry Hub ได้รับเงินทุนรอบ Series A จาก Orzon Ventures ภายใต้ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR

จากรายชื่อบริษัททั้งหมด 100 แห่งของ Forbes Asia 100 To Watch 2024 สะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์การเติบโตของบริษัทในเอเชียแปซิฟิก ไม่ว่าจะเป็น การเติบโตของธุรกิจ Deep Tech เช่น AI, Robotics, Biotech, การเติบโตของโซลูชันเพื่อการยั่งยืน, การเติบโตของ FinTech ไปจนถึงการเติบโตของธุรกิจแบบ D2C (Direct-to-Consumer)

อ้างอิง : Forbes Asia

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

INT มหิดล กางโรดแมปปลดล็อก IP นวัตกรรมไทยจากหิ้งสู่ตลาดจริง

งานวิจัยไทยมีมากพอ แต่กี่ชิ้นกันที่เดินทางออกจากห้องแล็บมาถึงมือผู้บริโภคได้จริง ? คำถามนี้คือแก่นของเวทีเสวนาที่สถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (INT) มหาวิทยาลัยมหิดล จัดขึ...

Responsive image

บอร์ด กบข. แต่งตั้ง 'ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร' นั่งเลขาฯ คนใหม่ คาดเริ่มงาน 1 ก.ค. 69

กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เลขาธิการคนใหม่ เมื่อบอร์ด กบข. มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงินจากตลาดหลักทรัพย์แห่งปร...

Responsive image

CLICX ได้รับใบอนุญาต Virtual Bank แรกของไทย เตรียมเปิดให้บริการมิถุนายนนี้

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มอบใบอนุญาต Virtual Bank ให้ CLICX (คลิกซ์) เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 นับเป็น Virtual Bank ที่ได้รับใบอนุญาตในไทย...