ธนาคารไทยพาณิชย์และบริษัทย่อยรายงานกำไรสุทธิของไตรมาส 3 ปี 2019 จำนวน 14,798 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.8 เปอร์เซ็นต์จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (Q3 2018 อยู่ที่ 10,508 ล้านบาท) เป็นผลจากกำไรสุทธิจากการดำเนินธุรกิจปกติจำนวน 10,484 ล้านบาท และกำไรพิเศษจากการขายหุ้นในบริษัทไทยพาณิชย์ประกันชีวิตจำนวน 11,644 ล้านบาท สำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2019 ธนาคารมีกำไรสุทธิจำนวน 34,930 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.9 เปอร์เซ็นต์ จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

คุณอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า “ในไตรมาสที่ 3 นี้ ธนาคารมีการบันทึกกำไรที่เกิดจากการขายบริษัท ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต แต่เนื่องจากธนาคารเล็งเห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องเตรียมความแข็งแกร่งเพื่อรองรับกับความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจ จากปัจจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ ธนาคารจึงได้เพิ่มระดับการตั้งสำรองเพื่อรองรับหนี้ด้อยคุณภาพที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ในขณะเดียวกัน ธนาคารเล็งเห็นศักยภาพในการขยายธุรกิจเพื่อที่จะเพิ่มรายได้ โดยเฉพาะจากธุรกิจความมั่งคั่ง และธุรกิจประกันชีวิตที่ธนาคารจะเริ่มต้นการทำงานร่วมกับพันธมิตร FWD Group ตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 นี้เป็นต้นไป รวมถึงธนาคารยังคงแสวงหาโอกาสในการลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาวให้แก่ธนาคาร”

ด้านสินเชื่อโดยรวมมีการขยายตัวในระดับปานกลางที่ 2.2 เปอร์เซ็นต์จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสะท้อนสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว อย่างไรก็ตามรายได้ดอกเบี้ยสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2019 เพิ่มขึ้น 7.4 เปอร์เซ็นต์จากช่วงเดียวกันของปีก่อนเป็นจำนวน 26,191 ล้านบาท จากกลยุทธ์ของธนาคารในการบริหารความเสี่ยงและการปรับพอร์ตสินเชื่อด้วยการเพิ่มสัดส่วนของสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนสูง

ด้านอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพหรือ NPL เพิ่มขึ้นเป็น 3.01 เปอร์เซ็นต์ จาก 2.77 เปอร์เซ็นต์ จากเดือนมิถุนายน 2019 การเพิ่มขึ้นของสินเชื่อด้อยคุณภาพเป็นผลมาจากความผันผวนของเศรษฐกิจในปัจจุบัน อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2562 อยู่ที่ 144 เปอร์เซ็นต์สำหรับเงินกองทุนตามกฎหมายของธนาคารอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 18.0 เปอร์เซ็นต์

ในไตรมาสนี้ ธนาคารได้ตั้งสำรองเพิ่มเติมอีก 9,100 ล้านบาทจากสำรองปกติที่จำนวน 6,173 ล้านบาท รวมเป็นเงินสำรองทั้งสิ้น 15,273 ล้านบาท

รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยในไตรมาส 3 ปี 2019 (ที่ไม่รวมรายการพิเศษ) ค่อนข้างทรงตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้หลักจากค่าธรรมเนียมสุทธิ (recurring fee) ยังคงเติบโต โดยเฉพาะค่าธรรมเนียมจากการให้สินเชื่อและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับความมั่งคั่ง (wealth products)

รายได้จากการดำเนินงาน (ซึ่งรวมกำไรพิเศษ) เพิ่มขึ้น 74.1 เปอร์เซ็นต์จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นจำนวน 60,452 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่าการเติบโตของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงเป็น 29.1 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาสที่ 3 ปี 2019

RELATED ARTICLE

Responsive image

ธนาคารไทยพาณิชย์และกสิกรไทย เผยตัวเลขผลกำไรประจำปี 2018

นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกสิกรไทยประกาศผลการดำเนินงานสำหรับปี 2561 โดยธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิจำนวน 38,459 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจ...

Responsive image

สรุปข้อมูลแบงก์ใหญ่ประกาศ 'ฟรีธรรมค่าเนียม' บน Online Banking

วงการธนาคารกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อธนาคารรายใหญ่ของประเทศไทย ประกาศ 'ฟรีค่าธรรมเนียม' หรืองดเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมเมื่อทำธุรกรรมผ่านบริการ Online Banking ที่แต่ละธนาคารให้บริการ...

Responsive image

‘กระเสือกกระสน’ คำที่ ‘CEO ไทยพาณิชย์’ นิยามการฝ่าคลื่น Disruption ผ่านงานแถลงวิสัยทัศน์ปี 2019

ในช่วงที่ผ่านมา เทคโนโลยีใหม่ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีของภาคการเงิน จนทำให้สถานะความเป็นเสาหลักของ “ธนาคาร” ต้องสั่นคลอน เป็นสาเหตุให้ธนาคารไทยพาณิชย์ต้องเร่งเครื่องรับการเปลี่ยนแปล...