ก.ล.ต. ปรับเกณฑ์ดูแล real estate-backed ICO มีผลตั้งแต่ 1 มี.ค. 64

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ปรับปรุงเกณฑ์กำกับดูแลการออกเสนอขายโทเคนดิจิทัลที่อ้างอิงหรือมีกระแสรายรับจากอสังหาริมทรัพย์ (real estate-backed ICO) ให้เทียบเคียงได้กับกรณีทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) เพื่อให้มีกลไกคุ้มครองผู้ลงทุนอย่างเหมาะสม และสอดคล้องกับลักษณะการประกอบธุรกิจของภาคเอกชน เริ่มมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 1 มีนาคม 2564

เนื่องจากการออกเสนอขาย real estate-backed ICO มีรูปแบบการระดมทุนและการให้ผลประโยชน์ที่คล้ายคลึงกับ REITs  แต่หลักเกณฑ์กำกับดูแล real estate-backed ICO เกี่ยวกับกลไกคุ้มครองผู้ลงทุนยังแตกต่างจาก REITs เช่น ยังไม่มีกลไกติดตามดูแลการบริหารจัดการทรัพย์สินและคุ้มครองประโยชน์ของผู้ถือโทเคนดิจิทัล เป็นต้น

ก.ล.ต. จึงได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์กำกับดูแล real estate-backed ICO ซึ่งเป็นไปตามแผนการดำเนินการระยะสั้นเพื่อยกระดับการกำกับดูแลการเสนอขายโทเคนดิจิทัล และให้มีกลไกคุ้มครองผู้ลงทุนได้อย่างเหมาะสม โดยมีการรักษาสิทธิของผู้ลงทุนอย่างเป็นธรรมภายใต้กฎเกณฑ์ที่สอดคล้องกับลักษณะ รูปแบบ และความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์การลงทุน รวมถึงให้ยืดหยุ่นและสอดคล้องกับลักษณะการประกอบธุรกิจ (business model) ของเอกชน ซึ่งเป็นไปตามแผนงานระยะสั้นของสำนักงาน ดังนี้

     1. เพิ่มสิทธิการเช่าในอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นทรัพย์สินอ้างอิง จากเดิมที่มีเพียงอสังหาริมทรัพย์และหุ้นของนิติบุคคลเฉพาะกิจ (SPV) ที่ถือครองอสังหาริมทรัพย์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของสิทธิออกเสียงของ SPV นั้น 

     2. ปรับปรุงจำนวนหรือมูลค่าการลงทุนให้ยืดหยุ่นขึ้น โดยเพิ่มทางเลือกเป็นไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของทั้งโครงการ หรือไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท จากเดิมที่กำหนดเฉพาะด้านสัดส่วนของการลงทุน 

     3. กำหนดให้ผู้ออกเสนอขายโทเคนดิจิทัล (issuer) มีหน้าที่เพิ่มเติมในการบริหารจัดการทรัพย์สิน และต้องมีกลไกคุ้มครองสิทธิของผู้ลงทุน เช่น มีความพร้อมด้านบุคลากรและระบบงานเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ และมีมาตรการป้องกันและการจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นต้น

     4. กำหนดให้ทรัสตีมีหน้าที่เพิ่มเติม เช่น ติดตามดูแลการบริหารจัดการทรัพย์สินของ issuer ให้เป็นไปตามที่กำหนด โดยทรัสตีต้องมีความพร้อมและเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งมีมาตรการจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เป็นต้น

ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ดังกล่าวจะเริ่มมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2564 เป็นต้นไป


แหล่งที่มา : SEC

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

เนสท์เล่ ทุ่ม 2.3 หมื่นล้าน สร้างโรงงานใหม่ ปั้นไทยเป็นฐานผลิตกาแฟ พร้อมรับซื้อวัตถุดิบปีละ 4,300 ล้านจากเกษตรกรไทย

บีโอไอ อนุมัติให้ เนสท์เล่ ยักษ์ใหญ่ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก ทุ่มลงทุน 23,000 ล้านบาท ก่อสร้างโรงงานผลิตกาแฟแห่งใหม่ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย พร้อมศูนย์กระจายสินค้า ปั้นไทยให้เ...

Responsive image

ไทยเนื้อหอมสายดิจิทัล! บอร์ดบีโอไออนุมัติ 9 โครงการ ครอบคลุมทั้งอาหาร การบิน PCB Data Center และ พลังงานลม

บอร์ดบีโอไออนุมัติส่งเสริมการลงทุน 9 โครงการ มูลค่ารวม 66,320 ล้านบาท ครอบคลุมอาหาร การบิน วัสดุอิเล็กทรอนิกส์ Data Hosting และพลังงานลม พร้อมตั้งคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการ Data...

Responsive image

Visa เลือกไทยเปิดตัว Visa Destinations ระดับประเทศเป็นแห่งแรกของโลก เชื่อมนักท่องเที่ยว ร้านค้า และชุมชนผ่าน Digital Payment

Visa เปิดตัว Visa Destinations Thailand ดันไทยเป็นประเทศแรกของโลกที่นำโปรแกรมนี้มาใช้ระดับประเทศ เชื่อมนักท่องเที่ยว ร้านค้า และชุมชนท้องถิ่นผ่านดิจิทัลเพย์เมนต์ พร้อมต่อยอดประสบกา...