SHARGE ลุยธุรกิจ EV Charging Station ตั้งเป้าขึ้นเป็นผู้นำตลาดในไทยภายใน 5 ปี

จากแรงกระเพื่อมของการหันมาใช้รถพลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำวันและในกลุ่มอุตสาหกรรมในต่างประเทศ บริษัท ชาร์จ แมเนจเม้นต์ จำกัด หรือ SHARGE  ได้เล็งเห็นถึงโอกาสและมุ่งเดินหน้าดำเนินธุรกิจเพื่อรองรับการใช้งานรถ EV ที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทย ทั้งการเพิ่มจำนวนสถานี ผ่านการขาย การลงทุนและสร้างพันธมิตร พร้อมพัฒนาแอปพลิเคชั่น SHARGE เชื่อมต่อผู้ใช้รถ EV กับสถานี เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้งานเปรียบเสมือนการชาร์จแบตโทรศัพย์มือถือ ที่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถชาร์จแบตได้ตลอดเวลา ด้วย Concept ที่ว่า 'พลังงานต้องเดินเข้าหาคน มากกว่าที่คนจะเดินเข้าหาพลังงานเอง ' 

คุณพีระภัทร ศิริจันทโรภาส ผู้อำนวยการ บริษัท ชาร์จ แมเนจเม้นต์ จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกมีการสนับสนุนให้ใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างจริงจังเพื่อลดมลภาวะทางอากาศ ซึ่งเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ถูกยกให้เป็นวาระสำคัญระดับนานาชาติ ซึ่งมีการประเมินว่า นอร์เวย์จะเป็นประเทศแรกของโลก ที่บรรลุเป้าหมายในการผลักดันการใช้รถพลังงานไฟฟ้าได้ 100% ภายในปี 2025 

สำหรับในประเทศไทย ความนิยมของการใช้รถพลังงานไฟฟ้ามีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากพฤติกรรมการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่หันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยมียอดรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) ที่จดทะเบียนสะสมในปี 2020 อยู่ที่ 2,079 คัน เติบโตสูงถึง 159% เมื่อเทียบกับยอดสะสมในปี 2019 ที่ 802 คัน ถึงแม้ตลาดรถยนต์จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ผ่านมา

เป้าหมาย 3 ปี (2021-2023)

สำหรับเป้าหมายในระยะเวลา 3 ปี (2021-2023) บริษัทฯตั้งเป้าที่จะสร้างรายได้ 100 ล้านบาท พร้อมก้าวเป็นผู้นำตลาด EV Charging Station ในไทยภายใน 5 ปี ด้วยจำนวนผู้ใช้แอป SHARGE ที่มากที่สุด โดยบริษัทได้เล็งเห็นถึงโอกาสในการเติบโตของตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย และมองว่าความต้องการของสถานีชาร์จจะสูงขึ้นสอดคล้องกัน 

ในปี 2020 ที่ผ่านมา บริษัทรุกตลาดอย่างจริงจัง มุ่งยกระดับการเข้าถึง EV Charging Station ในแหล่งไลฟ์สไตล์ทั่วกรุงเทพฯ ตั้งแต่การผนึกพันธมิตรเพื่อลงทุนเปิดสถานีกับปตท. ตลอดจนอัปเกรดสถานีชาร์จที่ Central Embassy และ Central Chidlom เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของลูกค้า ตลอดจนการจับมือกับแสนสิริและ Central T1 Loyalty Program เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย พร้อมอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้รถ EV ในการค้นหาและจอง-จ่ายสถานีชาร์จพลังงานไฟฟ้าทั้งของบริษัทฯ และเครือข่ายพันธมิตรในแหล่งไลฟ์สไตล์ทั่วกรุงเทพฯ ผ่านแอป SHARGE 

ซึ่งจากกการสำรวจพฤติกรรมของผู้ใช้งานยานยนต์ไฟฟ้า EV พบว่าส่วนใหญ่ต้องการให้มีพื้นที่ชาร์จแบตในสถานที่ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างเช่น ที่พักอาศัย ออฟฟิศทำงาน เป็นต้น เนื่องจากไม่ต้องการแวะตามสถานีต่างๆเพื่อรอเป็นเวลานาน โดยต้องการชาร์จทิ้งไว้แทน ซึ่งตรงนี้ยังไม่มีผู้เล่นรายอื่นเข้าไปเจาะตลาดมากนัก ดังนั้นจึงถือเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งของบริษัทฯ 

นอกจากนี้ ในปี 2021 บริษัทจะมุ่งเน้นการเข้าถึง EV Charging Station ในทุกจุดหมาย และเดินหน้าขยายครอบคลุมไปถึงหัวเมืองหลัก เช่น เชียงใหม่ เชียงราย  ชลบุรี ระยอง อยุธยาและภูเก็ต ภายใต้ความร่วมมือกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ตลอดจนวางเป้าเพิ่มจำนวนหัวชาร์จรวมเป็น 700 หัวชาร์จ ผ่านการขาย การลงทุน และการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์กับผู้ให้บริการสถานีอื่น ๆ ในแอป SHARGE และในปีนี้รุกพัฒนา Fleet Solutions เพื่อวางรากฐานโครงสร้างสถานีชาร์จรถพลังงานไฟฟ้าเพื่อการขนส่งไทย โดยจะเริ่มเทสกับรถแท็กซี่ EV ในกรุงเทพฯก่อน หลังจากนั้นถึงจะขยายเข้าไปในนิคม



ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ผู้บริหาร บีไอจี (BIG: Bangkok Industrial Gas) แนะ รพ.ไทย ยกระดับสู่ 'มาตรฐานสากล JCI' จะดึงต่างชาติมารักษาตัวในไทยอีกมาก!

Bangkok Industrial Gas (BIG) ธุรกิจบริการออกซิเจนและก๊าซทางการแพทย์ อีกแรงหนุนให้โรงพยาบาลไทยลดการใช้พลังงาน ก้าวสู่ความยั่งยืน และผ่านการรับรอง 'มาตรฐานสากล JCI'...

Responsive image

SCBX Group แต่งตั้ง 'จิมมี่ ฟาน' นั่ง CEO คนใหม่ของ CardX มีผล 1 พ.ค. 2569

กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ (SCBX) ประกาศแต่งตั้ง คุณจิมมี่ ฟาน (Jimmy Fan) ขึ้นดำรงตำแหน่ง CEO บริษัท คาร์ด เอกซ์ จำกัด (CardX) คนใหม่ มีผลตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นส่วนหนึ่งของแผน Success...

Responsive image

โลกสุขภาพเปลี่ยนไปแล้ว เราจะปั้นหมอยุคใหม่อย่างไร ให้เข้าใจทั้งเทคโนโลยีและหัวใจคน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คำว่า ‘Healthspan’ เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ ในวงการสุขภาพ และไม่ใช่แค่ในเชิงทฤษฎี แต่กำลังกลายเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องให้ความสำคัญจริงจัง...