หลังจากเปิดบริการมาเพียงแค่ปีกว่า SHIPPOP สตาร์ตอัพสัญชาติไทย ผู้ให้บริการด้านรวบรวมบริษัทขนส่ง หรือ Shipping Gateway เผยปี 2017 ที่ผ่านมามียอดเติบโตสูงถึง 635% ขยายตลาดสู่มาเลเซีย-สิงค์โปร์ได้สำเร็จ และมีรายได้อยู่ที่ 70 ล้านบาท กำไรต่อเนื่อง 8 เดือน ตั้งเป้าเป็นอันดับหนึ่งในการเชื่อมต่อระบบขนส่งใน ASEAN เดินหน้าขยายแผนธุรกิจสู่ตลาดโลก

(จากขวาไปซ้าย) คุณสุทธิเกียรติ จันทรชัยโรจน์ CEO SHIPPOP และ คุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุ นายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

SHIPPOP แก้ปัญหา Pain Point พื้นฐานเรื่องการส่งพัสดุ

คุณสุทธิเกียรติ จันทรชัยโรจน์ CEO SHIPPOP (ชิปป๊อป) กล่าวว่า เป็นบริษัทสตาร์อัพด้าน Shipping Gateway  สัญชาติไทยรายแรก ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2015 และเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน 2016 ภายใต้แนวคิดที่มุ่งแก้ปัญหาด้านการจัดส่งสินค้าให้กับผู้ประกอบการที่ต้องใช้งานระบบ Logistics 6 ข้อ ได้แก่

  1. ต้องเขียนใบปะหน้าเวลาส่งพัสดุเอง
  2. ต้องค้นหาขนส่งที่มีคุณภาพที่สุด
  3. ต้องเปรียบเทียบราคาว่าบริษัทขนส่งพัสดุรายใด ให้ราคาที่ถูกที่สุด
  4. ต้องต่อแถวที่ไปรษณีย์เพื่อส่งของ
  5. ต้องส่ง Tracking Number ให้กับลูกค้า
  6. ต้องเช็คสถานะสินค้าผ่านเว็บด้วยตนเอง

โดย SHIPPOP ได้รับการสนับสนุนหลักจาก บริษัท Efrastructure ประเทศไทย และบริษัท อีโลจิส ประเทศญี่ปุ่น เปิดให้บริการด้านระบบโลจิสติกส์ครบวงจรบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เราทำหน้าที่เป็น Shipping Gateway ที่มี API (Application Programming Interface) สามารถเชื่อมโยงทุกระบบขนส่งมาไว้ในระบบเดียว พร้อมเชื่อมต่อกับ Marketplace หรือเว็บไซต์ต่างๆ ได้ทันที โดยผู้ใช้บริการที่เป็นบุคคลยังสามารถทำรายการบนเว็บไซต์ได้ด้วยตัวเอง โดย SHIPPOP ชูข้อดีของระบบเพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ ด้วย 6 ขั้นตอน ได้แก่

  1. มีผู้ให้บริการขนส่งทั้งในประเทศและต่างประเทศ
  2. มีระบบแสดงการเปรียบเทียบราคา จองการขนส่ง และชำระเงินออนไลน์ได้ทันที
  3. พิมพ์ใบปะหน้าได้ทันทีด้วยตัวเองโดยไม่ต้องไปที่จุดให้บริการ
  4. มีบริการ Drop Off ณ ที่ทำการไปรษณีย์ หรือผู้ใช้บริการสามารถเรียกรถขนส่งมารับของถึงบ้านได้ด้วย
  5. ออกหมายเลขพัสดุได้ทันที และส่งพัสดุถึงลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว
  6. ติดตามสถานะผ่านเว็บไซต์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถเลือกใช้ระบบขนส่งที่เหมาะกับสินค้าและบริการแต่ละประเภทได้อย่างลงตัวมากขึ้น ควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านการค่าขนส่งได้ดียิ่งขึ้น ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้ นอกจากนี้ยังมีระบบที่อำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าประเภทนิติบุคคลสามารถเลือกที่จะวางบิล (Billing Payment) เป็นรายเดือนได้อีกด้วย

รายได้ 70 ล้านบาท กำไรต่อเนื่อง 8 เดือน ยอดส่งเพิ่มขึ้น 635%

คุณสุทธิเกียรติ ยังได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับผลประกอบการเมื่อปี 2017 ออกมาดังนี้

  • มียอดการจัดส่งสินค้าถึง 2 ล้านชิ้น (ตั้งแต่เปิดให้บริการเต็มตัวเมื่อเมษายน 2016) คิดเป็น 3.1% ของมูลค่าทางระบบการขนส่งทั้งหมด เติบโตมากว่า 635% จากปี 2559
  • ร่วมมือกับพันธมิตรด้านการขนส่ง อาทิ ไปรษณีย์ไทย, SCG YAMOTO EXPRESS, Ninja Van, Lalamove, Skootar, ALPHA FAST, KERRY EXPRESS, CJ EXPRESS, SendIt และ NIKO’S LOGISTICS
  • ปี 2017 มีรายได้ 70 ล้านบาท (มีกำไรแบบต่อเนื่อง 8 เดือน) เป็นผลมาจากการเหมาจ่ายค่าขนส่งพัสดุจะเกิดค่าส่วนต่างในการส่ง ทำให้มีรายได้จากส่วนต่างตรงนี้
  •  E-Commerce ประมาณ 60% ในประเทศไทย เลือกใช้ API เชื่อมกับ SHIPPOP

  • ปลายทางที่ส่งพัสดุมาจากกรุงเทพฯ มากที่สุดเป็นอันดับ 1 (26.73%) รองลงมาเป็น ชลบุรี (5.55%) สมุทรปราการ (4.98%) นนทบุรี (4.18%) ปทุมธานี (3.92%) และเชียงใหม่ (3.04%) ตามลำดับ
  • ขยายสู่ ASEAN โดยเมื่อปลายปี 2017 ได้ร่วม Joint Venture กับ Commerce.asia ในนามบริษัท SHIPPOP Malaysia เพื่อขยายตลาดสู่มาเลเซียและสิงคโปร์ เป็นผลสำเร็จ
  • สำรวจข้อมูลจากลูกค้า พบลูกค้าใช้  SHIPPOP แล้ว ประหยัดเวลาไปได้ 60% และมีกำไรมากขึ้น 20%

กวาดรางวัลจากเวทีประกวด Startup

SHIPPOP ยังเผยถึงรางวัลที่ได้รับจากการประกวดในเวที Startup ต่าง ๆ มากมาย โดย 3 รางวัลสำคัญ ได้แก่

  1. ชนะเลิศโครงการสตาร์ทอัพของธนาคารออมสิน (GSB) ได้รางวัล SMEs Startup ตัวจริง 2017
  2. Winner ใหญ่จากการ Pitching ในงาน Techsauce Global Summit 2017
  3. 1st Prize Winner Startup Thailand 2017: SEA of Opportunities (จัดที่ จ.สงขลา)

เป้าหมายปีนี้คาดรายได้เพิ่มขึ้น 2 เท่า ระยะยาวขยายตลาดสู่เส้นทางสายไหม

เป้าหมายในปี 2018 วางแผนเตรียมขยายตลาดไปสู่ประเทศกัมพูชา, เวียดนาม, พม่า, ลาว, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม รวมถึงตั้งเป้าหมายว่าปีนี้รายได้ปีนี้จะเพิ่มขึ้น 2 เท่า จาก 70 ล้านบาท สู่ 140 ล้านบาท

โดย 3 ปีข้างหน้า วางแผนเป็นผู้ให้บริการแบบครบวงจร (One-Stop-Service) ด้าน E-Logistics ในภูมิภาค ASEAN โดยหวังให้การขนส่งสินค้าจากต้นทางไปปลายทางไร้รอยต่อ นอกจากนี้เตรียมขยายไปนอก ASEAN อีกด้วย

ถือเป็น Case Study ของ Startup ที่ประสบความสำเร็จ

คุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุ นายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) ผู้ก่อตั้งและผู้ร่วมลงทุนของ SHIPPOP เป็นผลผลิตของคนรุ่นใหม่อายุ 24-25 ปี สามารถทำรายได้ให้ถึง 70 ล้านต่อปี เป็นข้อพิสูจน์ว่าที่ภาครัฐผลักดันได้ผล เราถือเป็น Vertical Market ในด้าน Logistics มันมีโอกาสสูงมากและเราเป็น First Mover ของ Market นี้อีกด้วย

คุณภาวุธ กล่าวว่า

เราทำกำไรได้เรียบร้อยแล้ว Startup หลายที่สะกดคำว่ากำไรไม่เป็น พูดกำไรได้ไม่เต็มปากเต็มคำ เราอยากให้เห็นว่าคนอื่นเห็นว่าเราคือ Rising Star ดูได้จากการเติบโตของ SHIPPOP ตอนแรกเรามีทุนจดทะเบียนเพียง 1 ล้านบาท ตอนนี้มูลค่าบริษัทเราอยู่ที่ 300 ล้านบาทแล้ว ถือว่าโตเร็วมาก

E-Commerce ปี 2018 พุ่งแรง ส่งผล E-Logistics โตตาม

คุณภาวุธระบุว่าในปี 2018 ตลาด E-Commerce จะมีการแข่งขันสูงขึ้น ดังจะเห็นตัวอย่างที่ชัดเจนได้ว่า ในปีที่ผ่านมากลุ่มธุรกิจ Marketplace ที่เป็นอันดับต้นๆ ของประเทศไทยมีการแข่งขันที่รุนแรง ทั้งแคมเปญ ส่งเสริมการขาย รวมถึงโปรโมชั่นการจัดส่งสินค้าฟรี อีกทั้งเมื่อต้นปี 2018 ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ แบงก์ชาติ ได้อนุญาตให้ธนาคารต่างๆ สามารถให้บริการ E-Commerce ได้ ซึ่งจะทำให้ตลาดนี้แข่งขันกันรุนแรงยิ่งขึ้น ส่งผลให้มีผู้เล่นในตลาดมากขึ้น

ทำให้ธนาคารต้องกระโดดเข้ามาเล่นในตลาดนี้ เพราะไม่มีทางเลือกแล้ว ต้องทำเพื่อปกป้องฐานลูกค้า และเรียนรู้ฐานลูกค้าของตัวเองว่าเป็นอย่างไร

ส่งผลให้เกิด Logistics ขึ้นมามากตามไปด้วย ซึ่งมี Logistics อีกหลายรายจากต่างประเทศก็เข้ามาแข่งขันในไทย รวมไปถึงมีธุรกิจ Shipping Gateway เข้ามาแข่งอีกเช่นกัน แต่คุณภาวุธก็แสดงความมั่นใจว่า SHIPPOP เป็น Partner กับ Logistics ทุกราย และการเป็นผู้เล่นรายแรกในตลาดที่ยังวิ่งไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง ก็ทำให้บริการนี้ยังก้าวไปข้างหน้าได้อย่างต่อเนื่อง

หวัง PromptPay Billing Payment มี API ช่วย Logistics ทั้งระบบ

Techsauce ได้สัมภาษณ์เพิ่มเติมกับคุณธีรวุฒิ จันทดิษฐ์ COO ของ SHIPPOP โดยระบุว่า จากการที่ภาครัฐมีนโยบาย Thailand 4.0 รวมไปถึง National e-Payment อย่างพร้อมเพย์ (PromptPay) เป็นระบบการชำระเงิน (Payment) ที่ช่วยให้ E-Logistics และ E-Commerce เติบโตไปพร้อมกันทั้งระบบได้อย่างดี โดยคุณธีรวุฒิ เสนอว่าควรพัฒนาระบบพร้อมเพย์ (PromptPay) ให้มีลักษณะแบบ Billing Payment โดยมี API จะช่วยให้การส่งข้อมูลการชำระเงินทำได้สะดวกมากขึ้น ส่งผลให้การพัฒนาระบบของ SHIPPOP และระบบของธุรกิจอื่นๆ สามารถใช้พร้อมเพย์ได้อย่างเต็มระบบ เพื่อช่วยลดค่าธรรมเนียมจาก Billing Payment และช่วยกระตุ้นให้คนไทยใช้จ่ายผ่านทางออนไลน์มากขึ้นทั้งฝั่งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ

 

 

RELATED ARTICLE

Responsive image

SCB และ SHIPPOP จับมือช่วย SME ให้คล่องตัว ลดต้นทุนการส่งสินค้า

ธนาคารไทยพาณิชย์ ตอกย้ำเป้าหมายการยกระดับธุรกิจให้ลูกค้าเอสเอ็มอี เดินหน้าสร้างพันธมิตรเสริมศักยภาพในการดำเนินธุรกิจเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ผนึกกำลัง บริษัท ชิปป๊อป จำก...

Responsive image

ไปรษณีย์ไทยลดราคาส่ง EMS พร้อมนำร่องเปิดศูนย์แจ้งวัฒนะตลอด 24 ชั่วโมง

ในเวลานี้บริการขนส่งจากเอกชนเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น รวมถึงยังมีคู่แข่งหน้าใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่ไปรษณีย์ไทยสู้ต่อ! ประกาศปรับอัตราค่าบริการไปรษณีย์ด่วนพิเศษ EMS ในประเทศ พ...

Responsive image

เปิดตัวบริการ Amazon Prime ในสิงคโปร์อย่างเป็นทางการ

Amazon เปิดตัว Amazon Prime บริการส่งสินค้าแบบรวดเร็วในสิงคโปร์อย่างเป็นทางการ เผยราคาค่าบริการสมาชิกอยู่ที่ 8.99 ดอลลาร์ต่อเดือน คาด Amazon เตรียมตีตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สู้กั...