
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรม HealthTech ทั่วโลกเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีอัตราการขยายตัวมากกว่า 25% ต่อปี ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงนี้ ประเทศไทยกำลังเดินหน้าผลักดันศักยภาพของตนผ่านโครงการ SpearH HealthTech Accelerator
โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่าง สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) กับ มหาวิทยาลัยมหิดล รวมถึงเครือข่ายพันธมิตรจากทั้งภาครัฐและเอกชน เช่นคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี, คณะเวชศาสตร์เขตร้อน, โรงพยาบาลพระรามเก้า รวมถึงสมาคมวิชาชีพต่าง ๆ เพื่อผลักดันให้นวัตกรรมทางการแพทย์ของไทย ไม่ได้อยู่แค่ในห้องวิจัย แต่สามารถนำไปใช้ได้จริงและแข่งขันได้ในระดับสากล เพื่อมุ่งสู่การเป็น Global Innovation Hub อย่างเต็มตัว
ดร. กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ กล่าวว่า หากมองในภาพรวมของเศรษฐกิจโลก ปัจจุบันประเทศไทยมีจุดแข็งอยู่ไม่กี่ด้าน และหนึ่งในนั้นคือเทคโนโลยีด้านสุขภาพ หรือ HealthTech ซึ่งเกี่ยวข้องตั้งแต่ระบบการแพทย์ การดูแลสุขภาพระยะยาวไปจนถึงแนวโน้มสังคมผู้สูงอายุที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว

ประเทศไทยมีทั้งบุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลและระบบบริการสุขภาพที่เข้มแข็ง สิ่งที่ต้องทำต่อคือสร้างระบบนิเวศที่จะช่วยให้เทคโนโลยีด้านสุขภาพเติบโตได้จริง
สำหรับที่มาของชื่อโครงการ ดร.กริชผกาอธิบายว่า Spear หมายถึง ‘หอก’ ที่สื่อถึงการพุ่งไปสู่เป้าหมายอย่างตรงจุด ขณะที่ตัวอักษร H หมายถึง Health, Hospital และ Hospitality ซึ่งครอบคลุมอุตสาหกรรมสุขภาพในภาพรวม แนวคิดนี้สะท้อนบทบาทของโครงการที่ต้องการเป็นเหมือน ‘หัวหอก’ ในการผลักดันให้นวัตกรรมของไทยสามารถเติบโตและเข้าสู่การใช้งานจริงในเชิงพาณิชย์ได้เร็วขึ้น
โครงการ SpearH ถูกออกแบบให้เป็น Accelerator ที่ไม่ได้มีเพียงการให้คำปรึกษาหรือเชื่อมต่อนักลงทุน แต่ยังมีเงินสนับสนุนสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีและทดลองใช้งานจริง ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถขอรับเงินสนับสนุนได้ตั้งแต่ 1.5–5 ล้านบาท เพื่อนำไปพัฒนาโซลูชันด้านสุขภาพ รวมถึงทดลองใช้งานกับหน่วยงานพันธมิตรในระบบสาธารณสุข เช่น โรงพยาบาลหรือองค์กรด้านสุขภาพ
กลไกนี้ถูกออกแบบมาเพื่อลดช่องว่างระหว่าง ‘งานวิจัย’ กับ ‘การใช้งานจริง’ ซึ่งมักเป็นจุดที่ทำให้นวัตกรรมจำนวนมากไม่สามารถก้าวออกจากห้องทดลองได้ นอกจากนี้ยังมีการหารือร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อหาแนวทาง Fast Track ในการพิจารณาอนุมัติผลิตภัณฑ์หรือนวัตกรรมทางการแพทย์ ช่วยให้การนำเทคโนโลยีออกสู่ตลาดทำได้เร็วขึ้น
อีกเป้าหมายสำคัญของโครงการคือการสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นนักวิจัย สตาร์ตอัป โรงพยาบาล นักลงทุน และหน่วยงานกำกับดูแล
ในระยะเริ่มต้น โครงการมีพันธมิตรจากหลายองค์กร เช่น มหาวิทยาลัยมหิดล, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลศิริราช, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี, คณะเวชศาสตร์เขตร้อน รวมถึง โรงพยาบาลพระรามเก้า, สมาคมไทยผู้ประกอบการธุรกิจเงินร่วมลงทุน (TVCA) และ สมาคมการค้า Startup ไทย โดยคาดว่าในอนาคตจะมีองค์กรเข้าร่วมในระบบนิเวศนี้มากกว่า 30 หน่วยงาน
ดร.กริชผกามองว่า ประเทศไทยมีความได้เปรียบหลายด้านในการพัฒนาอุตสาหกรรมสุขภาพ ทั้งระบบการแพทย์ที่มีคุณภาพและชื่อเสียงในระดับนานาชาติ รวมถึงศักยภาพในการพัฒนาอุตสาหกรรม Wellness และ Longevity ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง
SpearH ไม่ใช่เพียงโครงการของ NIA แต่เป็นแพลตฟอร์มระดับประเทศที่ต้องการยกระดับ HealthTech ของไทย เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และผลักดันให้ไทยก้าวจากผู้ใช้เทคโนโลยี ไปสู่การเป็นผู้สร้างนวัตกรรม
โครงการ SpearH HealthTech Accelerator เตรียมลงนามความร่วมมือกับพันธมิตรมากกว่า 30 หน่วยงานในเดือนหน้า ซึ่งถือเป็นอีกก้าวของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ในการผลักดันนวัตกรรมด้านสุขภาพของไทยสู่เวทีโลก
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด