Tesla ลงนามมูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์ซื้อ 'แร่นิกเกิล' จากอินโดนีเซีย

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าสหรัฐฯ Tesla (TSLA.O) ลงนามสัญญามูลค่าประมาณ 5 พันล้านดอลลาร์ ในระยะเวลา 5 ปี ซื้อแร่นิกเกิลจากบริษัทแปรรูปในอินโดนีเซียที่ปฏิบัติการนอกเมืองโมโรวาลีบนเกาะสุลาเวสี เพื่อใช้เป็นวัสดุสำหรับผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าของ Tesla สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ที่ประธานาธิบดีย โจโก วิโดโด ได้เข้าพบอีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้ง Tesla ขณะเยือนสหรัฐฯ เพื่อเจรจาธุรกิจและชักชวนมาลงทุนจัดตั้งโรงงานรถยนต์ ในประเทศอินโดนีเซีย 

Tesla ลงนามมูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์ซื้อ 'แร่นิกเกิล' จากอินโดนีเซีย

อินโดนีเซียที่ขนาดเศรษฐกิจใหญ่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเป็นยังเป็นประเทศที่มีแร่นิกเกิลสำรองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีวิสัยทัศน์ที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้ารวมถึงอุตสาหกรรมแบตเตอรี โดยก่อนหน้านี้อินโดนีเซียเริ่มชะลอการส่งออกแร่นิกเกลเพื่อเพิ่มดุลด้านอุปทานสำหรับนักลงทุน ส่งเสริมการผลิตผลิตภัณฑ์ในประเทศและกำหนดภาษีส่งออกสำหรับโลหะเหล่านี้เพื่อเพิ่มรายได้ นอกจากนี้ยังเชิญชวนนักลงทุนรายบุคคลและระดับประเทศ ซึ่งสามารถดึงดูดการลงทุนจากยักษ์ใหญ่จากจีนและเกาหลีใต้ได้สำเร็จ ได้แก่บริษัทอิเล็กทรอนิกส์ LG และ Hyundai 

Luhut Pandjaitan รัฐมนตรีประสานงานด้านกิจการทางทะเลและการลงทุนอินโดนีเซีย  ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNBC ว่า “Tesla เริ่มซื้อผลิตภัณฑ์สองรายการจากอินโดนีเซียและยังคงอยู่ในการเจรจาอย่างต่อเนื่องต่อไป” ด้านเทสลายังไม่แสดงความเห็นกับสำนักข่าวรอยเตอร์ 

สำหรับการเยือนครั้งล่าสุดโจโกวิ ได้เชิญ อีลอน มัสก์ เข้าร่วมงานงานประชุม G20 ที่จัดขึ้นที่อินโดนีเซียในเดือนพฤศจิกายนนี้ ทาง Elon Musk ได้กล่าวถึงความเป็นไปได้หลายอย่างในการทำความร่วมมือกับอินโดนีเซีย เพราะเห็นถึงศักยภาพของอินโดนีเชียในหลายด้านไม่ว่าจะเป็นแนวทางในการร่วมมือระหว่างรัฐบาลกับภาคธุรกิจ  อ่านเพิ่มเติมที่ โจโกวิ ปธน.อินโดนีเซีย เจรจา Elon Musk ผลักดัน Tesla สร้างโรงงานผลิตแบต EV ในประเทศ


อ้างอิงข้อมูล Indonesia says Tesla strikes $5 billion deal to buy nickel products

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

จีนประกาศวาระแห่งชาติ ชูธง Employment-First สร้างตำแหน่งงานใหม่ให้ประชาชน เป้าหมายคือ ลดการว่างงานยุค AI

เจาะลึกยุทธศาสตร์ Employment-First ของจีน พลิกวิกฤตคนว่างงานพุ่ง ด้วยการเปลี่ยนเทคโนโลยี AI ให้กลายเป็นผู้สร้างงานพร้อมดันเศรษฐกิจทางทะเลเป็นขุมทรัพย์ใหม่...

Responsive image

HBR เตือนองค์กรที่ใช้ AI แบบสุดทาง ระวัง 'งานสวยแต่ข้างในกลวง'

ช่วงนี้หลายบริษัทพยายามนำ AI เข้ามาช่วยทำงาน เพราะหวังว่าจะช่วยลดต้นทุนและทำให้งานเสร็จไวขึ้น แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับไม่ได้สวยอย่างที่คิด...

Responsive image

นอร์เวย์สั่งแบน AI ในชั้นประถม หวั่นเด็กข้ามขั้นการเรียนรู้ หลังเด็กนอร์เวย์ 1 ใน 4 อ่านหนังสือไม่ผ่านเกณฑ์

รัฐบาลนอร์เวย์สั่งถอดปัญญาประดิษฐ์ออกจากชั้นประถมแทบทั้งหมด เริ่มเปิดเทอมสิงหาคม 2026 หลังพบเด็ก 1 ใน 4 อ่านหนังสือไม่ผ่านเกณฑ์ OECD และบทเรียนจากการแจก iPad ปี 2016 พร้อมแบ่งการใช...