จับตาไทยเตรียมเก็บ ‘ภาษีคาร์บอน’ ปีหน้า ปูทางสู่ Net Zero ?

ประเทศไทยกำลังเตรียมความพร้อมในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หนึ่งในหน่วยงานที่กำลังเตรียมพร้อมกับเรื่องนี้คือ ‘กรมสรรพสามิต’ กับมาตรการ ‘ภาษีคาร์บอน’ ภาษีประเภทใหม่ที่ไทยเตรียมนำมาใช้เป็นประเทศที่สองในอาเซียนต่อจาก สิงคโปร์ คาดว่าจะเริ่มจัดเก็บในงบประมาณปี 2568

ทำไมไทยต้องมี ‘ภาษีคาร์บอน’ ?

ในปี 2559 ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 20 ของโลกที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) มากที่สุด โดยคิดเป็นสัดส่วน 0.90% ของการปล่อยก๊าซ CO2 และก๊าซอื่นๆ ทั่วโลก หรือประมาณ 327 ล้านตัน จากข้อมูลนี้ทำให้เห็นว่าประเทศไทยมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการดำเนินมาตรการที่มีประสิทธิภาพเพื่อควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ประเทศไทยมุ่งมั่นที่จะลดภาวะโลกร้อนอย่างจริงจัง โดยเข้าร่วมเป็นสมาชิกในองค์กรสำคัญๆ เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมาโดยตลอด

  • ปี 2537: เข้าร่วม อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC)
  • ปี 2545: ลงนาม พิธีสารเกียวโต
  • ปี 2559: ประกาศเจตนารมณ์ในการ ความตกลงปารีส

ประเทศไทยปักหมุดมุ่งสู่การเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2593 รวมถึงขยับสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net zero emissions) ภายในปี 2608 แต่การที่จะไปถึงเป้าหมายนั้นจำเป็นต้องพึ่งมาตรการ ‘ภาษีคาร์บอน’ ซึ่งเปรียบเสมือนแรงจูงใจให้ผู้ผลิตและผู้บริโภค ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผ่านการจัดเก็บภาษีจากปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ที่เกิดจากกิจกรรมต่างๆ

โดยทั่วไป การเก็บภาษีคาร์บอนจะนับปริมาณคาร์บอนส่วนเกินมาคำนวณกับอัตราภาษีที่แต่ละประเทศกำหนด ภาษีคาร์บอนสามารถแบ่งเป็นสองประเภทหลัก ได้แก่

  • ภาษีคาร์บอนทางตรง: เก็บจากปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการผลิตสินค้าโดยตรง เช่น การผลิตไฟฟ้าจากฟอสซิล การเผาไหม้ของเครื่องจักรในโรงงาน
  • ภาษีคาร์บอนทางอ้อม: เก็บจากปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามการบริโภค เช่น การซื้อพลังงานมาใช้ในองค์กร หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก


เติมน้ำมันต้องเสียภาษีคาร์บอน ?

ในตอนนี้กรมสรรพสามิต กำลังนำเสนอแนวทางการจัดเก็บภาษีคาร์บอนให้กระทรวงการคลังพิจารณา วมถึงการเตรียมเก็บภาษีคาร์บอนใน ‘น้ำมัน’ แทนภาษีสรรพสามิตน้ำมันแบบเดิม จึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่า ประชาชนต้องเสียภาษีหากเติมน้ำมันด้วยหรือไม่

ทางด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กาารเก็บภาษีคาร์บอนในช่วงแรกจะไม่กระทบกับประชาชน เพราะนโยบายของรัฐนอกจากเก็บภาษีแล้ว ยังต้องช่วยเหลือประชาชนด้วย โดยยอมรับว่าในช่วงแรกอาจเก็บภาษีคาร์บอนได้ไม่มากนัก

ภาษีคาร์บอนในน้ำมันจะถูกแทรกเข้ากับภาษีสรรพสามิต โดยคำนวณตามปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ตัวอย่างเช่น น้ำมันดีเซล 1 ลิตร ปัจจุบันมีการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตอยู่ที่ 6.44 บาท และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 0.0026 ตันคาร์บอน เมื่อคำนวนแล้ว น้ำมันดีเซล 1 ลิตร จะเสียภาษีคาร์บอนประมาณ 0.46 บาท 

การเริ่มเก็บภาษีคาร์บอนในนับเป็นก้าวสำคัญที่ประเทศไทยกำลังจะดำเนินการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การปรับตัวของธุรกิจ และประชาชนตั้งแต่เนิ่น ๆ จะทำให้มีความได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน และสิ่งแวดล้อม 

แต่ ‘ภาษีคาร์บอน’ เป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งในการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อนเท่านั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือ ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน

อ้างอิง : กรมสรรพสามิตร, กระทรวงพลังงาน, ประชาชาติธุรกิจ

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Grab หั่น GP เหลือ 9% สมัครร่วมโครงการฯ กับ GrabFood ในวันที่ 10 มิถุนายน 2569

Grab Thailand ขานรับนโยบายรัฐหั่น GP เหลือ 9% พร้อมอัดสินเชื่อร้านอาหารสูงสุด 2 ล้านบาท และแพ็กเกจสิทธิประโยชน์ 10 เด้ง ดันยอดขายฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ อ่านขั้นตอนสมัครที่นี่...

Responsive image

ไต้หวันคือ 'ศูนย์กลางของการปฏิวัติ AI' ทำไม NVIDIA ถึงทุ่มหนักมากขึ้น 10 เท่า เบื้องหลังแคมปัสใหม่ Constellation ของ NVIDIA

เมื่อ 4-5 ปีก่อน NVIDIA ใช้เงินซื้อของจากซัพพลายเออร์ในไต้หวันราว 10,000-15,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี วันนี้ตัวเลขนั้นอยู่ที่ราว 100,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี และ Jensen Huang เพิ่งประกาศกลา...

Responsive image

ชวนดู ‘โมเดลสีคิ้ว’ กรณีศึกษา Smart City ท้องถิ่นที่เริ่มจากการแก้ปัญหาใกล้ตัว สู่การใช้ Data จัดการทั้งเมือง

เมื่อพูดถึงคำว่า ‘Smart City’ หรือเมืองอัจฉริยะ หลายคนอาจนึกภาพเมืองที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่สำหรับสีคิ้วการสร้างเมืองอัจฉริยะเริ่มต้นมาจากจุดมุ่งหมายเดียว นั่นคือการทำให้ป...