'ไปรษณีย์ไทย' คว้ากำไร 78.54 ล้าน ไม่แข่งค่าส่งกับใคร แต่จะโตไปเป็น Trusted Sustainable ASEAN Brand | Techsauce

'ไปรษณีย์ไทย' คว้ากำไร 78.54 ล้าน ไม่แข่งค่าส่งกับใคร แต่จะโตไปเป็น Trusted Sustainable ASEAN Brand

ท่ามกลางการแข่งขันอย่างดุเดือดของธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ออกมาเผยการเติบโตในปี 2566 ว่า บริษัทพลิกมาทำกำไรได้ 78.54 ล้านบาท โดยมีรายได้รวม 20,934.47 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนการเติบโต 7.4% พร้อมทั้งเผยโรดแมปใน 3 ปีข้างหน้า โดยตั้งเป้า Trusted Sustainable ASEAN Brand สร้างแบรนด์เลิฟในใจคนไทย 

ดร.ดนันท์  สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมของตลาดขนส่งในปีที่ผ่านมาถือว่ายังมีการเติบโตตามอานิสงส์ของการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และจากการให้บริการกับตลาดต่าง ๆ รวมทั้งการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ไปรษณีย์ไทยมีการเติบโตทั้งด้านรายได้และปริมาณชิ้นงานขนส่งที่เพิ่มขึ้น 

สำหรับรายละเอียดด้านรายได้ในปีที่ผ่านมา ไปรษณีย์ไทยมีรายได้รวม 20,934.47 ล้านบาท เติบโตสูงขึ้น 7.4% ทำกำไรได้ 78.54 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจากธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ที่มีสัดส่วนรายได้สูงสุด ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2565 ที่ 19.35% 

และถ้าดูสัดส่วนรายได้จากกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ มีดังนี้ 

  • กลุ่มบริการขนส่งและโลจิสติกส์ 45.56% 
  • กลุ่มบริการไปรษณียภัณฑ์ 33.85% 
  • กลุ่มบริการระหว่างประเทศ 13.43% 
  • กลุ่มบริการค้าปลีกและการเงิน 4.90% 
  • กลุ่มธุรกิจอื่น ๆ 0.96% 
  • รายได้อื่น ๆ 1.30%

ส่วนปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องนั้น ดร.ดนันท์อธิบายว่า มาจากการให้บริการที่ครอบคลุมผู้ใช้บริการทุกกลุ่ม จุดให้บริการที่สะดวกง่ายต่อการเข้าถึง การพัฒนาประสบการณ์ในการใช้บริการอย่างต่อเนื่อง การมุ่งเน้นคุณภาพตลอดกระบวนการให้บริการ นอกจากนี้ ไปรษณีย์ไทยยังเห็นโอกาสจากการให้บริการค้าปลีกและการเงิน จึงพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค โดยในกลุ่มบริการนี้มีรายได้เติบโตขึ้น 34.26% ถือเป็นอีกกลุ่มธุรกิจที่ไปรษณีย์ไทยให้ความสำคัญและพร้อมต่อยอดโซลูชันการให้บริการที่มากขึ้นในปีนี้

สำหรับเป้าหมายรายได้รวมในปี 2567 ดร.ดนันท์ให้ตัวเลขคาดการณ์ไว้ที่ 22,802 ล้านบาท โดยจะมีกำไรสุทธิ 350 ล้านบาท จากกลุ่มบริการหลัก ได้แก่ 

  • บริการไปรษณีย์ 
  • บริการขนส่งและโลจิสติกส์ 
  • บริการค้าปลีก 
  • บริการการเงินเสริมทัพด้วยทรัพยากรที่มีศักยภาพ อาทิ เครือข่ายไปรษณีย์ที่ครอบคลุมกว่า 50,000 แห่ง ทีมพี่ไปรฯ Postman Cloud การเปิดศูนย์ไปรษณีย์ 
  • การเพิ่มโมเดลการแสวงหารายได้ใหม่ที่ยั่งยืน เช่น การให้บริการด้านเอกสารอิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจร ภายใต้แบรนด์ Prompt Post การพัฒนาสินค้า House Brand ภายใต้สินค้าตราไปร

ส่วนการที่ไปรษณีย์ไทยเผยโรดแมปเป็น Trusted Sustainable ASEAN Brand คือ ดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืนและเป็นแบรนด์ที่น่าเชื่อถือแห่งอาเซียน ใน 3 ปี คาดว่าจะสร้างแบรนด์เลิฟในใจคนไทยได้ ยืนยันด้วยผลสำรวจความภักดี ความผูกพันและความไว้วางใจในแบรนด์ไปรษณีย์ไทยในปี 2566 ที่สูงถึง 96.3%  

ปี 2567 บริษัทปรับวิสัยทัศน์เป็น ส่งมอบการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านเครือข่ายไปรษณีย์ หรือ Delivering Sustainable Growth through Postal Network พร้อมวาง 10 ความโดดเด่นและการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ได้แก่ 

  • การมุ่งเน้นคุณภาพ หลีกเลี่ยงสงครามราคา 
  • การปรับภาพจำของแนวทางการดำเนินงานแบบรัฐวิสาหกิจไปสู่เอกชน 
  • การพัฒนา Logistics Company ให้ก้าวสู่ Information Logistics Company ที่นำข้อมูลมาปรับปรุงต่อยอดบริการให้ตรงใจ 
  • การบูรณาการข้อมูลที่มีอยู่ให้ทุกภาคส่วนสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้
  • การยกระดับสัมพันธภาพที่ดีให้เป็นความเชื่อมั่น 
  • การขยายฟังก์ชันการทำงานของบุรุษไปรษณีย์ หรือ Postman สู่ Post – Gentleman as a service ที่พร้อมให้บริการหลากหลายด้าน 
  • การปรับสนามการแข่งขันให้เป็นความร่วมมือเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดขนส่งและโลจิสติกส์

เราไม่ได้เกิดมาเป็น Tech Company จึงเชื่อมบริการจากการที่เราเข้าใจความต้องการของลูกค้าว่าเขาต้องการอะไร แล้วเปลี่ยนจากการทำ Marketing เป็น Matching โดยเปลี่ยนวิสัยทัศน์มาส่งมอบ ‘การเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านเครือข่ายไปรษณีย์’ เพื่อให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ส่งของให้ลูกค้าได้เร็ว เก็บเงินได้เร็ว ทำให้ธุรกิจของเขาเติบโตได้ เขาจะได้เอาเวลาไปไลฟ์ขายของหรือทำอย่างอื่น เราบริการระบบหลังบ้านโดยทำ CS (Customer Service) ให้หมด ทำให้เติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน

นอกจากนี้ ดร.ดนันท์ยังกล่าวถึงคู่แข่งและตลาดขนส่งโลจิสติกส์ในเชิงตัดพ้อว่า "การแข่งขันจะไม่มีที่สิ้นสุดเพราะพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนตลอดเวลา ยอมรับว่าเราเป็นคู่แข่งกับอีคอมเมิร์ซแพลตฟอร์ม เพราะเขาเลือกว่าจะให้ใครส่ง โดยไม่เปิดให้ไปรษณีย์ไทยเข้าไปเป็นตัวเลือก เรื่องนี้ไม่เป็นธรรมและสำคัญต่อความมั่นคงของชาติ เพราะนั่นไม่ใช่แพลตฟอร์มไทย ลูกค้าไม่ได้เลือกแล้วยังโดนกีดกันไม่ให้ใช้บริการที่มีคุณภาพอีก จึงอยากขอให้ treat กันแฟร์ ๆ" 

ด้านเป้าหมายรายได้ปี 2567 จากแต่ละกลุ่มธุรกิจ ไปรษณีย์ไทยคาดการณ์ว่า สัดส่วนรายได้กลุ่มบริการขนส่งและโลจิสติกส์จะอยู่ที่ 46.12% กลุ่มบริการไปรษณียภัณฑ์อยู่ที่ 32.48% กลุ่มบริการระหว่างประเทศ 13.98% กลุ่มบริการค้าปลีกและการเงิน 5.10% กลุ่มธุรกิจอื่น ๆ 0.90% และรายได้อื่น ๆ 1.42% 

เป้าหมายที่ตั้งไว้เกิดได้จาก 'ทรัพยากรที่มีศักยภาพ บริการที่ครอบคลุมทุกพื้นที่' ได้แก่ 

ไปรษณีย์ไทยให้ความสำคัญในเรื่องการทรานสฟอร์มธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์สู่ Green Logistics โดยเปลี่ยนมาใช้ยานพาหนะไฟฟ้ามากขึ้น ซึ่งมีทั้งรถที่ลงทุนเองและรถเช่า อัตราส่วนราว 30/70

  • เครือข่ายไปรษณีย์ที่ครอบคลุมแล้วกว่า 30,000 แห่ง ซึ่งล่าสุดได้ร่วมมือกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดจุดให้บริการไปรษณีย์ไทย@ธงฟ้า ตั้งเป้า 20,000 แห่ง ภายในปี 2567 
  • ด้วยบุรุษไปรษณีย์ที่มีอยู่กว่า 25,000 คน ที่สามารถให้บริการได้ตลอด 365 วัน 
  • การเปิดศูนย์ไปรษณีย์สกลนครเพื่อรองรับการขยายตัวของปริมาณงานในพื้นที่ภาคอีสานตอนบน 
  • การแสวงหารายได้ใหม่ที่ยั่งยืนไม่ว่าจะเป็น บริการ Prompt Post ที่เตรียมเปิดให้ร่วมทายผลฟุตบอลยูโร 2024
  • บริการ e-Timestamp e-Signature e-Seal ส่งเสริมความเชื่อมั่นและความปลอดภัยในการจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ 
  • ตู้ไปรษณีย์ดิจิทัล (Digital Post Box) 
  • การใช้ศักยภาพความเชี่ยวชาญของบุรุษไปรษณีย์ให้บริการในรูปแบบ Postman as a Service เช่น การสำรวจสินทรัพย์ การรับส่งสิ่งของแบบ On Demand การรุกขายสินค้าตัวท็อปใกล้ไกลบนแพลตฟอร์มไทยแลนด์โพสต์มาร์ต นอกจากนี้ ยังมีสินค้า House Brand เช่น กาแฟ ข้าวสาร น้ำดื่ม  'ตราไปร' จากการคัดสรรสินค้าคุณภาพดีมานำเสนอให้แก่ผู้บริโภค

 สินค้า House Brand เช่น กาแฟ ข้าวสาร น้ำดื่ม  'ตราไปร' 

ดร.ดนันท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาพรวมในปี 2567 ธุรกิจไปรษณีย์ - ขนส่งจะยิ่งทวีความสำคัญ เนื่องจากเป็นหนึ่งในภาคบริการที่เชื่อมต่อกันทั้งเศรษฐกิจและสังคม ไปรษณีย์ไทยจึงให้ความสำคัญกับการสร้างความแตกต่างที่ตอบสนองความต้องการระยะยาว จากการเป็นผู้ที่เข้าใจพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา รวมถึงความตระหนักถึงการรักษาสิ่งแวดล้อม ให้ความสำคัญกับกลุ่มตลาด Niche Market ในการให้บริการขนส่งสินค้าที่มีความเฉพาะเจาะจง เช่น ผลไม้และผลผลิตเกษตร สิ่งของขนาดใหญ่ สินค้าควบคุมอุณหภูมิ ยาและเวชภัณฑ์ 

ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารระวางการขนส่ง ลดต้นทุน เพิ่มความแม่นยำ ติดตามได้แบบเรียลไทม์ การเพิ่มประสบการณ์ที่ดี โดยเฉพาะบริการที่ยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม บริการจัดส่งทุกวันไม่มีวันหยุด การปรับรูปแบบการจ่าหน้าให้เป็นดิจิทัล การให้บริการคลังสินค้าครบวงจร นอกจากนี้ยังมุ่งเน้น บริการระหว่างประเทศ ด้วยการขนส่งสินค้าทางราง ทางอากาศ หรือ Cargo Mode บริการ Courier Lite และเพิ่มความสะดวกในการใช้บริการให้กับลูกค้าให้สามารถใช้ช่องการชำระเงินค่าสินค้า – บริการผ่านแอปพลิเคชัน WeChat และ AliPay ที่จะเริ่มในไตรมาส 2 ของปีนี้  

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

เข้าสู่ยุค AI TV ซัมซุงตอกย้ำผู้นำตลาดทีวีทั่วโลก เปิดตัว​ Samsung AI TV เจาะกลุ่มพรีเมี่ยม

ซัมซุง เปิดตัว Samsung AI TV จัดเต็ม 6 ไลน์อัป อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมเจาะเซกเมนต์พรีเมี่ยม...

Responsive image

พีรพงศ์ จิระเสวีจินดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ SCB Julius Baer

บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ จำกัด (SCB Julius Baer) ประกาศแต่งตั้ง นายพีรพงศ์ จิระเสวีจินดา ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จูเลียส...

Responsive image

Jago คว้าเงินระดมทุน 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายธุรกิจคาเฟ่เคลื่อนที่ทั่วกรุงจาการ์ตา

Jago ประกาศรับเงินระดมทุนรอบ Series A มูลค่า 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก Intudo Ventures และ BEENEXT Accelerate โดยมี ORZON Ventures และ D Global Ventures ร่วมลงทุน มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีเพ...