สมาคม TTSA ยื่นข้อเสนอภาครัฐอีกครั้ง ปกป้อง Startup ไทยก่อนไม่มีที่ยืน

สมาคมการค้าเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการเทคโนโลยีรายใหม่ (Thailand Tech Startup Association) นำโดยนายภัทรพร โพธิ์สุวรรณ์ นายกสมาคมฯ เข้าพบนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ประธานคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบจากการประกอบธุรกิจออนไลน์และการทำธุรกรรมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อยื่นข้อเสนอแนะในการปกป้องธุรกิจสตาร์ทอัพ (Startup) ในประเทศไทยที่ได้รับผลกระทบจากแพลตฟอร์มต่างชาติ

อาทิ Grab LINE Gojek ซึ่งเป็น Super App หรือแอปพลิเคชั่นที่ครอบคลุมทุกบริการ
มีข้อมูลมากเพียงพอที่จะสามารถยึดครองตลาดบริการแผนธุรกิจท้องถิ่นและเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคจนสามารถนำเสนอสินค้าด้านการเงินโดยตรงได้ด้วยตนเอง รวมไปถึงกลุ่ม OTAs (Online Travel Agents) หรือเว็บไซต์ ที่ให้บริการด้านการจองที่พักตั๋วเครื่องบิน และบริการด้านการท่องเที่ยวโดยตรง ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจของประเทศไทย โดยสมาคมฯ ขอเสนอมาตรการดังนี้

  1. กำหนดสัดส่วน E-Marketplace การขายสินค้าของบริษัทต่างประเทศให้มีความชัดเจน
  2. สนับสนุนให้สินค้าในประเทศสามารถนำไปขายที่ประเทศอื่นได้มากขึ้น
  3. รัฐบาลควรสร้างกฎหมาย Anti-trust Law ซึ่งเป็นการสนับสนุน การแข่งขันและป้องกันไม่ให้เกิดผู้นำตลาดเพียงผู้เดียว หากเกิดกรณีมีสินค้าเพียงเจ้าเดียวในตลาด รัฐบาลควรเรียกเก็บภาษีจำนวนมากเพื่อสนับสนุนให้ผู้นำตลาดต้องการแข่งขันในตลาดที่เป็นธรรมมากขึ้น
  4. ควรมีนโยบายสนับสนุนการใช้บริการธุรกิจและสตาร์ทอัพไทย เช่น ลดภาษีการค้า รับการซื้อสินค้าและบริการจากผู้ประกอบการดิจิทัลของไทย และนำภาษีที่เก็บจากแพลตฟอร์มต่างประเทศ มาสนับสนุนธุรกิจสตาร์ทอัพไทยและธุรกิจไทย อย่างไรก็ตามปัจจุบันนโยบายการสนับสนุนสตาร์ทอัพไทยยังคงไม่ตอบโจทย์การเป็นผู้ประกอบการเทคโนโลยี ซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้สตาร์ทอัพไทย ไม่สามารถแข่งขัน
    กับนานาประเทศได้ อันสังเกตได้จากแพลตฟอร์มและการบริการรายใหญ่ ในประเทศไทยล้วนแต่เป็นบริการของต่างชาติส่งผลให้ทรัพยากร ในประเทศรั่วไหลเป็นจำนวนมากรวมไปถึงข้อมูลของคนไทย ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีค่าอย่างยิ่งต่อภาครัฐและเอกชนทั้งในปัจจุบันและอนาคต


ดังนั้น ทางสมาคมฯ จึงได้หารือร่วมกับสตาร์ทอัพไทย และมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการสนับสนุนและส่งเสริมสตาร์ทอัพไทย ดังนี้

  1. ควรมีนโยบายกระตุ้นการใช้บริการสตาร์ทอัพไทย
  2. ควรมีนโยบายเพิ่มข้อได้เปรียบในการทำการค้าสำหรับสตาร์ทอัพไทย
  3. ควรมีนโยบายปลดล็อกทางกฎหมายเพื่อสนับสนุนการดำเนินกิจการสตาร์ทอัพ

ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติกล่าวว่า จะนำข้อเสนอดังกล่าวไปพิจารณาและศึกษาอย่างรอบคอบ จากนั้นจะทำเป็นข้อสรุปและข้อเสนอแนะเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อนำส่งไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป

โดยก่อนหน้านี้ช่วงปลายปี 2562 สมาคม ฯ ได้เคยชี้ถึงประเด็นนโยบายที่ให้ภาครัฐสนับสนุนสตาร์ทอัพไทยมากขึ้นมาแล้ว และนี่เป็นความพยายามอีกครั้งหนึ่งที่ต้องการให้ภาครัฐให้ความสำคัญและสนับสนุนผู้ประกอบการด้านนวัตกรรมมากขึ้น

รายละเอียดข้อเสนอนโยบายการสนับสนุนและส่งเสริม Startup ไทย (แบบละเอียด)



ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ไทยแถลงความคืบหน้า พร้อมเปิดบ้านต้อนรับ 15,000 ผู้นำการเงินโลก ในฐานะเจ้าภาพจัดงาน IMF-World Bank Annual Meetings 2026

ประเทศไทยแถลงความคืบหน้า พร้อมเป็นเจ้าภาพ IMF–World Bank Annual Meetings 2026 ที่กรุงเทพฯ ต้อนรับผู้นำเศรษฐกิจโลกกว่า 15,000 คนจาก 191 ประเทศ ถกทิศทางเศรษฐกิจโลกท่ามกลางความผันผวน...

Responsive image

Meta ตั้งทีมวิศวกร AI ‘Applied AI Engineering’ ดึงมือดีจาก Reality Labs เข้ามาคุมทีม เพื่อเร่งแข่งสู่ยุค Superintelligence

Meta เดินหน้าตั้งทีมวิศวกรรม AI ประยุกต์ชุดใหม่ ดันเป้าหมาย Superintelligence พร้อมปรับโครงสร้างองค์กรแบบแบนราบ ผู้จัดการ 1 คนดูแลพนักงานถึง 50 คน เพื่อสร้างขุมพลังข้อมูลเร่งพัฒนาโ...

Responsive image

เปลี่ยนมือถือเป็น ‘เรดาร์เตือนภัย’ ตรวจจับสิ่งรอบตัวได้แม้ไม่เชื่อมเน็ต พลิกโฉมเครือข่ายไร้สายสู่อนาคต

ปกติแล้วค้างคาวจะใช้คลื่นเสียงสะท้อนเพื่อนำทางและจับตำแหน่งสิ่งต่างๆ ในที่มืด ล่าสุดมีเทคโนโลยีใหม่ที่ชื่อว่า ISAC (Integrated Sensing and Communication) ที่นำไอเดียคล้ายๆ กันนี้มา...