เปิดเวทีเสวนา ‘The Gateway to Isan: พลิกโฉมธุรกิจอีสาน สร้างผู้ประกอบการยุคใหม่’ ปั้นโคราชสู่บทบาทใหม่ ศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัล เมืองแห่ง AI และ Silicon Valley ของไทย

เวทีเสวนา “The Gateway to Isan: พลิกโฉมธุรกิจอีสาน สร้างผู้ประกอบการยุคใหม่” เปิดบทสนทนาด้วยคำถามสำคัญของยุคเศรษฐกิจดิจิทัลว่า เมืองหนึ่งจะเปลี่ยนบทบาทของตัวเองในระบบเศรษฐกิจยุคใหม่ได้อย่างไร และ จะทำอย่างไรให้โอกาสไม่ได้กระจุกอยู่เพียงในเมืองหลวง เมืองที่ถูกหยิบยกขึ้นมาถกในเวทีนี้คือ จังหวัดนครราชสีมา

บทสนทนาเกิดจากการแลกเปลี่ยนมุมมองของ 3 กลไกหลักในการพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจ ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB), หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา และ Techsauce ซึ่งร่วมกันฉายภาพเดียวกันว่า เหตุใดโคราชจึงกำลังขยับบทบาทจาก 'เมืองทางผ่าน' สู่ศูนย์กลางใหม่ของโอกาสทางธุรกิจ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของภาคอีสาน


เวทีเสวนานี้จึงทำหน้าที่เป็น 'บทตั้งต้นทางความคิด' ก่อนเชื่อมโยงไปสู่งาน Techsauce NEXT Entrepreneur’s Summit: The Gateway to Isan เวทีระดับภูมิภาคที่ Techsauce ตั้งใจยกองค์ความรู้ เครือข่าย และโอกาสทางธุรกิจจากโลกเทคและสตาร์ทอัพ มาปักหมุดที่ภาคอีสานเป็นครั้งแรก โดยเลือก จังหวัดนครราชสีมา เป็นจุดเริ่มต้นของการขยายระบบนิเวศผู้ประกอบการออกจากกรุงเทพฯ

เป้าหมายของงานไม่ได้หยุดอยู่แค่การจัดสัมมนา แต่ถูกออกแบบให้เป็น 'ตัวเร่ง' (Accelerator) ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการอีสานก้าวสู่ธุรกิจยุคใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีและ AI ได้จริง พร้อมวางรากฐานให้โคราชก้าวไปสู่การเป็น เมืองแห่ง AI และ Silicon Valley แห่งใหม่ของภูมิภาค

จุดตั้งต้นจากภาครัฐ ทำไม ‘งานอีเวนต์’ ถึงเปลี่ยน ‘เมือง’ ได้

เสียงแรกบนเวทีมาจาก ดร.สุรัชสานุ์ ทองมี รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) ซึ่งอธิบายจุดตั้งต้นของการจัดงาน Techsauce NEXT Entrepreneur’s Summit: The Gateway to Isan เวทีระดับภูมิภาคที่เลือกปักหมุดที่จังหวัดนครราชสีมา โดยชี้ให้เห็นว่า นี่ไม่ใช่เพียงการจัดอีเวนต์ครั้งหนึ่ง แต่เป็นกลไกเชิงยุทธศาสตร์ที่มีนัยสำคัญต่อการพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจในระยะยาว

ในมุมมองของ TCEB งานประชุมและนิทรรศการ หรือ MICE ไม่ได้มีความหมายจำกัดอยู่แค่การดึงผู้คนมารวมตัวกันช่วงสั้น ๆ หากแต่เป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจที่พาคนในสายธุรกิจ นักลงทุน และองค์ความรู้ ลงไปสู่พื้นที่ พร้อมสร้างแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นในระดับโครงสร้าง

“งาน MICE ไม่ได้เป็นแค่การจัดอีเวนต์ แต่เป็นแพลตฟอร์มทางธุรกิจ เมื่อไหร่ก็ตามที่งานลงพื้นที่ เมื่อนั้นคนในสาย Business และองค์ความรู้จะลงไปพร้อมกัน” ดร.สุรัชสานุ์ กล่าว

เมื่อเมืองหนึ่งสามารถรองรับงานด้านเทคโนโลยี ดิจิทัล และ AI ได้ นั่นหมายถึงเมืองนั้นกำลังถูก Reposition ใหม่ในสายตาคนนอก จากเมืองทางผ่านหรือเมืองท่องเที่ยว ไปสู่เมืองที่มีศักยภาพทางธุรกิจและพร้อมเชื่อมต่อกับเศรษฐกิจยุคใหม่

บนเวทีนี้ TCEB วางภาพชัดว่า การนำงาน Techsauce ลงสู่โคราช คือการส่งสัญญาณเชิงนโยบายว่า เมืองนี้มีความพร้อมทั้งด้านโครงสร้าง ศักยภาพของคน และระบบนิเวศในการก้าวสู่บทบาทใหม่ในเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ

โคราชไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่มีต้นทุนที่ถูกมองข้าม

บทสนทนาถูกดึงลงมาสู่ระดับพื้นที่จริงผ่านมุมมองของ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งชี้ให้เห็นว่า โคราชไม่ใช่เมืองขนาดเล็ก และไม่ใช่เมืองที่ต้องรอการพัฒนาในอนาคตอันไกล หากแต่เป็นเมืองเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของภาคอีสานที่มีต้นทุนเชิงโครงสร้างพร้อมใช้งานอยู่แล้ว ทั้งฐานอุตสาหกรรมและ SMEs ขนาดใหญ่ ประชากรกว่า 2.6 ล้านคน และมูลค่า GDP ราว 300,000 ล้านบาท

โคราชยังเป็นจังหวัดเดียวในภาคอีสานที่สัดส่วน GDP ภาคอุตสาหกรรมสูงกว่าภาคเกษตร สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากเศรษฐกิจดั้งเดิมสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการผลิต การค้า และบริการ ขณะเดียวกัน เมืองยังได้รับแรงเสริมสำคัญจากโครงสร้างคมนาคมใหม่ ๆ ที่กำลังเชื่อมโคราชเข้ากับกรุงเทพฯ และภูมิภาคได้อย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นมอเตอร์เวย์ รถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง รวมถึงโครงการท่าเรือบก (Dry Port) ที่จะยกระดับโคราชเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของอีสาน

โครงสร้างเหล่านี้ทำให้โคราชไม่ใช่เมืองที่พูดถึงอนาคตในเชิงแนวคิด แต่เป็นเมืองที่ ‘พร้อมใช้งานจริง’ ในเชิงเศรษฐกิจ และสามารถรองรับการขยายตัวของธุรกิจ เทคโนโลยี และการลงทุนในระดับประเทศได้

“โคราชไม่ได้เป็นแค่ประตูสู่อีสานอีกต่อไป แต่กำลังจะเป็นประตูสู่มหานครแห่งโอกาส และศูนย์กลางการคมนาคมของภูมิภาค” คุณไพจิตร มานะศิลป์ ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา กล่าว

นอกจากนี้ เวทียังสะท้อนให้เห็นว่า โคราชมีองค์ประกอบของเศรษฐกิจดิจิทัลที่แข็งแรง ไม่ว่าจะเป็นการถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในเมืองเป้าหมายของ Digital Nomad โลก พื้นที่อย่างเขาใหญ่ที่ดึงดูดบุคลากรคุณภาพจากทั่วโลก รวมถึงการพัฒนา Smart City ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตลอดเกือบหนึ่งทศวรรษ

ในมุมมองของหอการค้า สิ่งที่โคราชขาดไม่ใช่ศักยภาพ แต่คือเวทีที่จะเชื่อมศักยภาพเหล่านั้นเข้ากับเครือข่าย ความรู้ และโอกาสทางธุรกิจในระดับประเทศและระดับโลก เมื่อเมืองมีพื้นที่ให้แสดงตัวตนในบริบทที่ถูกต้อง บทบาทใหม่ของโคราชในฐานะ ‘มหานครแห่งโอกาส’ จึงเริ่มปรากฏอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงในเชิงวิสัยทัศน์ แต่ในเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจที่กำลังขยับตัวจริง

บทบาทของ Techsauce จากผู้จัดงาน สู่ผู้สร้างระบบนิเวศ

เมื่อภาพของเมืองเริ่มชัด คำถามสำคัญถัดมาคือ ใครจะเป็นตัวเชื่อมองค์ประกอบทั้งหมดนี้เข้าด้วยกัน บทสนทนาจึงขยับมาที่บทบาทของ Techsauce ซึ่งวางจุดยืนชัดว่าไม่ได้เข้ามาในฐานะผู้จัดอีเวนต์เพียงอย่างเดียว แต่ในฐานะผู้สร้างระบบนิเวศทางธุรกิจและเทคโนโลยี (Ecosystem Builder)

Techsauce อธิบายว่า การพัฒนาผู้ประกอบการยุคใหม่ไม่สามารถเกิดจากแรงบันดาลใจเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ต้องอาศัยเส้นทางที่ต่อเนื่อง ตั้งแต่การสร้างการรับรู้ การสร้างชุมชน การเปิดพื้นที่ให้เกิดความร่วมมือ ไปจนถึงการเร่งให้แนวคิดและโอกาสเหล่านั้นเติบโตเป็นธุรกิจจริง โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีและ AI กลายเป็นเครื่องมือสำคัญของทุกอุตสาหกรรม ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเฉพาะสตาร์ทอัพ

“การสร้าง Ecosystem ไม่ใช่การจัดงานแล้วจุดพลุ แต่ต้องเป็นความร่วมมือระยะยาว ที่ทำให้ความรู้ เครือข่าย และโอกาส เกิดต่อเนื่องจริง” คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ CEO Techsauce Media กล่าว

หัวใจสำคัญของการสร้าง Hub เทคโนโลยีในมุมมองของ Techsauce คือการทำให้เทคโนโลยีและ AI ถูกนำไปใช้กับธุรกิจจริงในพื้นที่ ไม่ใช่เป็นเพียงแนวคิดที่ถูกพูดถึงบนเวที คุณอรนุชยังชี้ให้เห็นว่าปัจจัยสำคัญของโคราชคือการมีมหาวิทยาลัยที่เข้มแข็ง เช่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ซึ่งเป็นแหล่งผลิตบุคลากรที่มีศักยภาพจำนวนมาก

เป้าหมายของการนำงาน Techsauce และเครือข่ายธุรกิจลงสู่พื้นที่ จึงไม่ใช่แค่การถ่ายทอดความรู้ แต่คือการสร้าง ‘โอกาสในการทำงาน’ ให้เกิดขึ้นจริง เพื่อให้คนรุ่นใหม่สามารถเลือกพัฒนาศักยภาพและสร้างคุณค่าให้กับบ้านเกิดได้ โดยไม่จำเป็นต้องย้ายเข้าสู่กรุงเทพฯ คุณอรนุชกล่าวว่า “เมื่อโอกาสของการทำงานมีมากขึ้นที่โคราช น้อง ๆ หลายคนก็ไม่จำเป็นต้องเข้ามาที่กรุงเทพฯ แต่สามารถกลับไปสร้างคุณค่าให้กับสังคมและเมืองที่เขารักได้ ดังนั้น Techsauce จึงมองบทบาทของตัวเองเป็นเหมือนสะพาน ที่เชื่อมเครือข่ายจากกรุงเทพฯ กลับเข้าไปสู่โคราช” 

การพัฒนาเมืองที่ยั่งยืนต้องเริ่มจาก ‘คน’

ตลอดการเสวนา ประเด็นหนึ่งที่ถูกย้ำอย่างชัดเจนคือ การเปลี่ยนเมืองให้เติบโตอย่างยั่งยืนไม่อาจเริ่มจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว หากแต่ต้องเริ่มจากการเปลี่ยนมุมมองของผู้คน เมืองจะก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางใหม่ได้ ก็ต่อเมื่อคนรุ่นใหม่เชื่อว่าบ้านเกิดคือพื้นที่แห่งโอกาส ที่สามารถสร้างการเติบโตและอนาคตของตนเองได้ โดยไม่จำเป็นต้องย้ายออกไปเสมอ

ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนผ่านนี้ยังต้องเกิดขึ้นในสายตาของคนนอกพื้นที่ โคราชและภาคอีสานจำเป็นต้องถูกมองใหม่ ในฐานะเมืองแห่งนวัตกรรม เมืองเศรษฐกิจ และเมืองที่พร้อมเชื่อมต่อกับโลกธุรกิจยุคดิจิทัล ไม่ใช่เพียงเมืองทางผ่านหรือปลายทางด้านการท่องเที่ยว

ในบริบทนี้ คำว่า “The Gateway to Isan” จึงมีความหมายลึกซึ้งกว่าการเป็นประตูเชิงภูมิศาสตร์ หากแต่หมายถึงประตูที่เปิดทางให้ โอกาส เงินทุน และองค์ความรู้ ไหลเข้ามาสู่พื้นที่ เพื่อสร้างคุณค่าใหม่จากภายใน และปักรากฐานการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับเมืองและภูมิภาคในระยะยาว

จากบทสนทนาบนเวที สู่ก้าวถัดไปที่จับต้องได้

จากบทสนทนาบนเวที สู่การลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรม แนวคิดทั้งหมดถูกต่อยอดสู่การจัดงาน Techsauce NEXT Entrepreneur’s Summit: The Gateway to Isan มหกรรมระดับภูมิภาคที่ Techsauce ผู้นำด้านการสร้างระบบนิเวศเทคโนโลยีของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมกับพันธมิตรอย่าง สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) และ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา ประกาศขยายองค์ความรู้ เครือข่าย และโอกาสทางธุรกิจออกจากกรุงเทพฯ สู่ภาคอีสานเป็นครั้งแรก โดยเลือกจังหวัดนครราชสีมาเป็นจุดเริ่มต้นเชิงยุทธศาสตร์

การจัดงานครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ “The Gateway to Isan” ที่มุ่งปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจอีสานด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม วางโคราชให้เป็นโมเดลต้นแบบของเมืองเศรษฐกิจใหม่ (Innovation-driven Economy) ที่พร้อมก้าวสู่การเป็น เมืองแห่ง AI และ Silicon Valley แห่งใหม่ของภูมิภาค ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง และพลังของคนรุ่นใหม่ในพื้นที่

ภายในงาน Techsauce NEXT Entrepreneur’s Summit จะอัดแน่นด้วยเนื้อหาและกิจกรรมที่ออกแบบมาเพื่อ “Inspire & Enable” ผู้ประกอบการ ผ่านเวทีเสวนา เวิร์กช็อป คลินิกธุรกิจ โซนจัดแสดงนวัตกรรม และกิจกรรมสร้างเครือข่าย ครอบคลุมตั้งแต่ AI for Industries, Business Transformation, SME & Financial Clinic ไปจนถึง Digital Marketing และ E-commerce

งานจะจัดขึ้นในวันที่ 15 มีนาคม 2569 ณ Korat Hall, Central Korat จังหวัดนครราชสีมา และเปิดต้อนรับผู้ประกอบการ SMEs ทายาทธุรกิจ สตาร์ทอัพ นักศึกษา และผู้ที่สนใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอีสานสู่อนาคต

หากเวทีเสวนาคือการอธิบายว่า “โคราชจะไปทางไหน” งานนี้คือโอกาสที่จะได้เห็นการเดินก้าวแรกของเส้นทางนั้นอย่างเป็นรูปธรรม

สามารถทำการซื้อบัตรและติดตามรายละเอียดข่าวสารเพิ่มเติม หรือแจ้งความประสงค์ขอร่วมเป็น Partner ในการจัดงานครั้งนี้ ได้ที่ https://summit.techsauce.co/korat/


ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

‘พิมพ์เขียวยุทธศาสตร์สุขภาพ’ แผนพลิกสุขภาพคนไทยจาก ‘ภาระ’ สู่ ‘สินทรัพย์’ ใช้กลไกตลาดทุนลดภาระงบประมาณรัฐ สร้างฐานรายได้ใหม่ในระยะยาว

ประเทศไทยกำลังเผชิญแรงกดดันจากสังคมสูงวัยและโรคเรื้อรัง ‘พิมพ์เขียวยุทธศาสตร์สุขภาพ’ เสนอการใช้กลไกตลาดทุน พลิกสุขภาพจากภาระงบประมาณ สู่สินทรัพย์ทางเศรษฐกิจ และฐานรายได้ใหม่ระยะย...

Responsive image

พบ ‘สารบำรุงผิว’ ชนิดใหม่ ซ่อนอยู่ในกากรำข้าว ทดลองแล้วล็อกความชุ่มชื้นได้ดี ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว

กากรำข้าวที่ได้จากกระบวนการผลิตน้ำมันรำข้าวถูกใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและอาหารเสริมมาอย่างยาวนาน แต่ล่าสุดนักวิจัยญี่ปุ่นค้นพบว่าวัตถุดิบนี้ยังซ่อน ‘สารบำรุงผิว’ ชนิดใหม่ที่ไม่เคยมีใคร...

Responsive image

อุตสาหกรรม Big Data & AI โตต่อเนื่อง แต่ BDI ระบุ 'ขาดกำลังคน' เป็นวิกฤตเงียบ จำกัดการเติบโต

สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ร่วมกับ ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำรวจกลุ่มเป้าหมายกว่า 400 แห่ง เพื่อหามูลค่าตลาดอุตสาหกรรม Big Data & AI ในปี 2568...