สรุป 6 ประเด็น ดีลสหรัฐฯ-จีนล่าสุด จีนเตรียมลงทุนในสหรัฐฯ หลายแสนล้านดอลลาร์ แต่สงครามเทคและไต้หวันยังตึงเครียด

Donald Trump เดินทางถึงกรุงปักกิ่งพร้อมคณะผู้บริหารระดับโลก ทั้ง Elon Musk, Jensen Huang, Tim Cook และผู้นำธุรกิจอีกหลายราย ท่ามกลางความพยายามรีเซ็ตความสัมพันธ์ระหว่างสองเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของโลก

แต่เบื้องหลังภาพจับมือและงานเลี้ยงรัฐพิธี สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือ 'การต่อรองครั้งใหญ่' ที่ครอบคลุมตั้งแต่การค้า พลังงาน AI เซมิคอนดักเตอร์ ไปจนถึงไต้หวันและตะวันออกกลาง

Trump เปิดเผยหลังการประชุมว่า จีนเตรียมลงทุนในสหรัฐฯ “หลายแสนล้านดอลลาร์” พร้อมส่งสัญญาณเปิดตลาดให้บริษัทอเมริกันมากขึ้น ขณะที่รัฐบาลจีนเองก็พยายามแสดงภาพลักษณ์ว่า ความร่วมมือกับสหรัฐฯ ยังเป็นสิ่งจำเป็นต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก

อย่างไรก็ตาม แม้ทั้งสองฝ่ายจะประกาศความคืบหน้าในหลายด้าน ตลาดกลับตอบสนองอย่างระมัดระวัง เพราะหลายดีลยังต่ำกว่าความคาดหวัง และความขัดแย้งเชิงโครงสร้างระหว่างสองประเทศยังแทบไม่ถูกแก้ไข

จีนจะลงทุนในสหรัฐฯ “หลายแสนล้านดอลลาร์”

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่สุดของการประชุม คือคำกล่าวของทรัมป์ที่ระบุว่า จีนเตรียมลงทุนในสหรัฐฯ “หลายแสนล้านดอลลาร์” ในหลายอุตสาหกรรมสำคัญ แม้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของเม็ดเงินหรือโครงการอย่างเป็นทางการ ทำเนียบขาวระบุว่า ทั้งสองฝ่ายหารือเรื่องการขยาย Market Access ให้บริษัทอเมริกัน รวมถึงการเพิ่มการลงทุนของจีนในภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ

ด้านสี จิ้นผิง กล่าวกับกลุ่มนักธุรกิจสหรัฐฯ ว่า “ประตูของจีนจะเปิดกว้างขึ้น” พร้อมย้ำว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศยังเป็นความร่วมมือแบบ “Win-win” จีนยังเสนอขยายความร่วมมือในหลายด้าน ตั้งแต่การค้า เกษตรกรรม พลังงาน Healthcare การท่องเที่ยว ไปจนถึงการบังคับใช้กฎหมาย

แต่ในอีกด้าน บริษัทอเมริกันจำนวนมากยังมองจีนเป็น “ตลาดที่ทั้งจำเป็นและอันตราย” ไปพร้อมกัน เพราะแม้จะเป็นตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ แต่ก็เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนจากกฎระเบียบ ภูมิรัฐศาสตร์ และการแข่งขันกับบริษัทจีนที่รัฐสนับสนุนอย่างหนัก

ดีล Boeing 200 ลำ มากพอสำหรับการเมือง แต่ไม่พอสำหรับตลาด

อีกหนึ่งไฮไลต์ของการประชุม คือการที่จีนตกลงซื้อเครื่องบินจาก Boeing จำนวน 200 ลำ ซึ่งถือเป็นการซื้อเครื่องบินพาณิชย์จากสหรัฐฯ ครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี ในเชิงการเมือง ดีลนี้มีความหมายมหาศาล เพราะสะท้อนว่าจีนเริ่มกลับมาใช้ 'การสั่งซื้อเชิงยุทธศาสตร์' เพื่อส่งสัญญาณผ่อนคลายความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ

แต่สำหรับตลาดทุน ตัวเลขดังกล่าวกลับต่ำกว่าที่นักลงทุนคาดไว้มาก โดยก่อนการประชุม หลายฝ่ายคาดว่าจีนอาจสั่งซื้อสูงถึง 500 ลำ ผลคือหุ้น Boeing ปรับตัวลดลงกว่า 4% หลังประกาศดีล สะท้อนว่าตลาดมองว่าผลลัพธ์ของการเจรจายังเล็กเกินไป เมื่อเทียบกับความหวังที่ถูกสร้างขึ้นก่อนหน้า

ขณะเดียวกัน ดีลนี้ยังสะท้อนความจริงอีกด้านว่า จีนเองก็ไม่ต้องการพึ่งพา Boeing มากเหมือนในอดีต หลัง COMAC ผู้ผลิตเครื่องบินของจีน เริ่มได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจังในฐานะทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาว

สินค้าเกษตรและพลังงานคือ จุดที่ทั้งสองฝ่ายยังต้องพึ่งกัน

ด้านสินค้าเกษตร ทั้งสองประเทศยืนยันข้อตกลงซื้อขายสินค้าเกษตร เนื้อวัว และพลังงาน โดยคาดว่าจะมีการกำหนดรายการสินค้าที่ “ไม่ละเอียดอ่อน” มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์

เกษตรกรอเมริกัน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ส่งออกถั่วเหลือง เนื้อวัว และสัตว์ปีก ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากสงครามการค้าตลอดหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐฯ จึงพยายามผลักดันให้จีนกลับมาเพิ่มการนำเข้าสินค้าเกษตรอีกครั้ง เพื่อบรรเทาแรงกดดันภายในประเทศ

ขณะเดียวกัน จีนก็เริ่มสนใจนำเข้าพลังงานจากสหรัฐฯ มากขึ้น โดยเฉพาะ LNG หรือก๊าซธรรมชาติเหลว ซึ่งอาจช่วยลดการพึ่งพาตะวันออกกลางในระยะยาว Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ระบุว่า จีนยังมี “พื้นที่อีกมาก” ในการเพิ่มการซื้อพลังงานจากอเมริกา

Nvidia, AI และสงครามชิปที่ยังไม่จบ

แม้การประชุมครั้งนี้จะเต็มไปด้วยเรื่องการค้า แต่ เทคโนโลยี ยังคงเป็นสมรภูมิหลักของการแข่งขันระหว่างสองประเทศ โดยเฉพาะกรณีของ NVIDIA ที่กำลังติดอยู่ตรงกลางระหว่างผลประโยชน์ทางธุรกิจและยุทธศาสตร์ความมั่นคงของสหรัฐฯ

มีรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ อนุมัติให้บริษัทจีนราว 10 แห่ง รวมถึง Alibaba, Tencent, ByteDance และ JD.com สามารถซื้อชิป H200 ของ Nvidia ได้ แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการส่งมอบจริงแม้แต่ชุดเดียว

รายงานระบุว่า จีนเริ่มลังเลมากขึ้นในการพึ่งพาเทคโนโลยีอเมริกัน หลังรัฐบาลปักกิ่งออกกฎใหม่ด้าน Supply Chain Security และเริ่มผลักดันให้หน่วยงานต่าง ๆ ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ

สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้ Nvidia จะยังครองความได้เปรียบด้าน AI Chip แต่บริษัทจีนจำนวนมากเริ่มหันไปใช้ชิปจาก Huawei มากขึ้น รายงานยังระบุว่า ก่อนมาตรการคว่ำบาตร Nvidia เคยครองตลาด AI Accelerator ในจีนสูงถึง 95% และจีนเคยคิดเป็น 13% ของรายได้บริษัท แต่ Jensen Huang ยอมรับว่า ส่วนแบ่งตลาดของ Nvidia ในจีน “แทบลดลงเหลือศูนย์แล้ว”

AI กลายเป็น 'สงครามความเป็นผู้นำ'

แม้ทั้งสองฝ่ายแทบไม่พูดเรื่อง AI ต่อสาธารณะ แต่เบื้องหลัง AI คือหนึ่งในหัวข้อสำคัญที่สุดของการประชุม สหรัฐฯ ยังคงควบคุมการส่งออกชิป AI และอุปกรณ์ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงไปยังจีน เพื่อจำกัดการเข้าถึง Frontier AI ขณะที่จีนมองว่านี่คือความพยายาม “สกัดการเติบโตทางอุตสาหกรรม” ของตนเอง

Scott Bessent เปิดเผยว่า ทั้งสองฝ่ายเริ่มหารือเรื่อง AI Guardrails หรือกรอบกำกับดูแล AI เพื่อสร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรมและความปลอดภัย แต่ในทางปฏิบัติ สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือการแข่งขันเร่งสร้าง AI Infrastructure ระดับประเทศ

สำหรับสหรัฐฯ การรักษาความเป็นผู้นำด้าน AI ไม่ได้หมายถึงแค่โมเดล AI แต่รวมถึง Data Center ชิป พลังงาน และระบบคลาวด์ทั้งหมด ส่วนจีนเองก็กำลังเร่งสร้าง Supply Chain ของตัวเอง ตั้งแต่ชิป คลาวด์ ไปจนถึงโมเดล AI เพื่อหลุดจากการพึ่งพาอเมริกา

อิหร่านและช่องแคบฮอร์มุซ เกมพลังงานที่เชื่อมถึงเศรษฐกิจโลก

อีกประเด็นที่ถูกพูดถึงมาก คือสถานการณ์อิหร่านและช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันประมาณ 20% ของโลก

Trump พยายามโน้มน้าวให้จีนช่วยใช้อิทธิพลกดดันอิหร่าน เพื่อรักษาเสถียรภาพของเส้นทางพลังงานโลก สำหรับจีน ซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก ความผันผวนด้านพลังงานคือความเสี่ยงโดยตรงต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ

ขณะที่สหรัฐฯ เองก็ต้องการควบคุมราคาพลังงาน เพราะราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเริ่มส่งผลต่อเงินเฟ้อและคะแนนนิยมทางการเมือง แม้ฝั่งจีนจะยืนยันว่ามีการหารือเรื่องตะวันออกกลางจริง แต่รายละเอียดส่วนใหญ่ยังถูกเก็บเป็นความลับ

'ไต้หวัน' กลายเป็นเงื่อนไขของความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีน

แม้การประชุมจะเต็มไปด้วยคำพูดเรื่องความร่วมมือ แต่ประเด็นที่ตึงเครียดที่สุดกลับเป็นเรื่องไต้หวัน ตามรายงานจากรัฐบาลจีน สี จิ้นผิง กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “ไต้หวันคือประเด็นที่สำคัญและอ่อนไหวที่สุดในความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ” พร้อมเตือนว่า หากจัดการผิดพลาด “ทั้งสองประเทศอาจเข้าสู่ความขัดแย้งหรือการเผชิญหน้ากันได้”

สิ่งที่เปลี่ยนไปจากอดีต คือจีนเริ่มเชื่อมไต้หวัน เข้ากับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจโดยตรงมากขึ้น ที่ผ่านมา ไต้หวันมักถูกมองเป็นประเด็นด้านความมั่นคงแยกออกจากการค้า แต่ตอนนี้ ปักกิ่งกำลังส่งสัญญาณว่า ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอาจขึ้นอยู่กับท่าทีของสหรัฐฯ ต่อไต้หวันด้วย

ด้าน Marco Rubio ยืนยันว่า นโยบายของสหรัฐฯ ต่อไต้หวัน “ยังไม่เปลี่ยนแปลง”

ความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น แต่ยังไม่มี 'ดีลใหญ่'

แม้ทั้งสองประเทศจะพยายามสร้างภาพของการ “กลับมาคุยกันได้” แต่จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีสัญญาณว่าความขัดแย้งเชิงโครงสร้างจะถูกแก้ไขจริง

สงครามชิปยังดำเนินต่อมาตรการควบคุมเทคโนโลยียังอยู่ไต้หวันยังเป็นจุดเปราะบางและทั้งสองฝ่ายยังแข่งขันกันเต็มรูปแบบใน AI และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

Jamieson Greer ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ยังระบุด้วยว่า รัฐบาลยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะขยายระยะเวลาพักการขึ้นภาษีที่จะหมดอายุในปีนี้หรือไม่ นั่นหมายความว่า สงครามการค้าอาจยังอยู่ในช่วงพักรบชั่วคราว มากกว่าจะเข้าสู่ยุคใหม่ของความร่วมมือจริง ๆ

หลังการประชุม ทรัมป์ได้เชิญสี จิ้นผิง เยือนทำเนียบขาวในวันที่ 24 กันยายนนี้ และโลกกำลังจับตาว่า การพบกันครั้งต่อไปจะนำไปสู่ดีลประวัติศาสตร์ ระหว่างสองมหาอำนาจ หรือเป็นเพียงอีกช่วงเวลาหนึ่งของการแข่งขันที่กำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ระหว่างสหรัฐฯ และจีน

ที่มา: BBC, Reuters, South China Morning Post


ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

10 สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ยื่น 8 มาตรการฉุกเฉินต่อรัฐบาล เร่งรักษาห่วงโซ่อุปทานไทย

อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังอยู่ในภาวะวิกฤต สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย กับอีก 9 สมาคมสัญชาติไทยที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนจึงเสนอมาตรการฉุกเฉินต่อรัฐบาล โดยครอบคลุม 8 ด้าน...

Responsive image

วีซ่า เปิดตัว Visa Destinations ในไทย เลือกไทยเป็นประเทศแรกใน APAC จัดเต็ม 200+ สิทธิ์ ครอบคลุมกว่า 8 เมือง

วีซ่าประกาศเปิดตัว Visa Destinations แพลตฟอร์มท่องเที่ยวระดับโลก โดยเลือกประเทศไทยเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ต่อเนื่องจากความสำเร็จในปารีส ลอนดอน และดูไบ แพลตฟอร์มนี้มาพร้...

Responsive image

BOI ผนึก EV จีน-ญี่ปุ่น-ยุโรป ปั้นไทยสู่ฐาน ‘Smart & Green Mobility’ เผยยอดลงทุน EV สะสมทะลุ 1.82 แสนล้านบาท

บีโอไอเปิดเวที BOI Symposium 2026 ดึงผู้ผลิต EV จีน ญี่ปุ่น ยุโรป ร่วมวางเส้นทาง Smart & Green Mobility ของไทย เผยยอดลงทุน EV สะสมทะลุ 1.82 แสนล้านบาท พร้อมมุมมองจาก China EV100, B...