Uber และ GrabCar ใครจะไปรอดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

GrabTaxi ดูเหมือจะเป็นแอปให้บริการเรียกรถแท็กซี่รายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคบ้านเรา จากเงินทุนที่ระดมได้ในหลาย series ตอนนี้ GrabTaxi กลายมาเป็นหนึ่งในคู่แข่งคนสำคัญของ Uber หลังจากที่พวกเขาเปิดตัว GrabCar เมื่อปีที่แล้ว เรามี infographic เปรียบเทียบการพัฒนาของทั้งคู่ให้ได้ดูกัน

ถึงแม้ว่า Uber จะเข้ามาเจาะตลาดให้บริการรถยนต์ส่วนตัวก่อนที่ GrabTaxi จะเปิดตัว GrabCar ในภูมิภาคบ้านเรา อย่างไรก็ดี ด้วยฐานลูกค้าที่ GrabTaxi มีอยู่จำนวนมากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้พวกเขาอาจะแซงหน้า Uber ในไม่ช้านี้

GrabCar มีข้อได้เปรียบ Uber อย่างใหญ่หลวงก็คือ พวกเขารับชำระเงินในรูปแบบของเงินสดได้ ในขณะที่ Uber ต้องชำระเงินผ่านระบบบัตรเครดิตเท่านั้น คนส่วนใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะไม่นิยมใช้บัตรเครดิตกัน ซึ่งไม่เหมือนกับคนในประเทศแถบยุโรปหรืออเมริกา

ทั้งสองบริษัทยังต้องเผชิญปัญหาเรื่องไม่มีใบอนุญาติให้ขนส่งผู้โดยสารแบบถูกกฎหมาย เพราะผู้ขับขี่ส่วนมากจะมีเพียงใบอนุญาติขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลเท่านั้น ทำให้ยังเป็นที่วิพากย์วิจารณ์ถึงทิศทางของแอปพลิเคชันที่ให้บริการในรูปแบบเดียวกันอยู่Uber-vs-GrabCar-Infographic-Rough-9

ที่มา: Tech in Asia

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

สัมภาษณ์พิเศษ AWS Thailand: มุมมองต่ออนาคตองค์กรไทยในยุค AI-First และเหตุผลที่ Frontier Agent อาจเป็น Game Changer

สัมภาษณ์พิเศษ คุณวัตสัน ถิรภัทรพงศ์ Country Manager AWS Thailand ว่าด้วย Agentic AI, Frontier Agent และยุคที่ AI ไม่ได้แค่ตอบคำถาม แต่ทำงานแทนได้จริง พร้อมมุมมองต่ออนาคต Developer ...

Responsive image

ญี่ปุ่นอยู่กับภัยพิบัติอย่างไร? บทเรียนจากญี่ปุ่นถึงไทย ในวันที่ภัยพิบัติไม่ใช่เรื่องไกลตัว I Based On EP.12

น้ำท่วมใหญ่และแผ่นดินไหวที่ผ่านมา คือสัญญาณเตือนที่ชัดเจนที่สุดว่า ‘ภัยพิบัติ’ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับคนไทยอีกต่อไป และในวันที่น้ำมาเร็วเกินคาด ไฟดับ สัญญาณสื่อสารล่ม และโรงพยา...

Responsive image

เส้นทางของ Claude 5 ปีจากจดหมายลาออก สู่บริษัทมูลค่า 3.8 แสนล้านดอลลาร์ที่กำลังเขย่าทุกอุตสาหกรรมบนโลก

เส้นทางของ Claude จากงานวิจัย Scaling Laws สู่ AI Agent ระดับองค์กร มูลค่า 3.8 แสนล้านดอลลาร์ ครอง Enterprise Code 42% และสร้างรายได้ 2.5 พันล้านดอลลาร์ต่อปี...