นักวิจัยจาก UCLA สร้าง "ปอดจิ๋ว" พร้อมหลอดเลือดได้สำเร็จ หนทางต่อยอดไปสู่การสร้างอวัยวะจิ๋วอื่นๆ

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส (UCLA) ได้ประสบความสำเร็จในการสร้าง "ปอดขนาดจิ๋ว" หรือออร์แกนอยด์ (Organoid) จากสเต็มเซลล์ ที่ไม่เพียงจำลองโครงสร้างของปอดมนุษย์ แต่ยังมาพร้อมกับเครือข่ายหลอดเลือดที่ทำงานได้อย่างสมบูรณ์ในตัวเองเป็นครั้งแรกของโลก การค้นพบนี้ไม่เพียงแค่แก้ปัญหาคอขวดที่มีมานานในการสร้างอวัยวะจำลอง แต่ยังเปิดประตูสู่ความเข้าใจใหม่ๆ ในการต่อสู้กับโรคปอดที่ซับซ้อนและเคยยากเกินกว่าจะศึกษา

ผลงานวิจัยชิ้นเอกนี้ ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสารระดับโลกอย่าง Cell ถือเป็นการก้าวกระโดดจากการสร้างออร์แกนอยด์แบบเดิมๆ ที่มักจะขาดระบบหลอดเลือด ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำหน้าที่ลำเลียงออกซิเจนและสารอาหาร เปรียบเสมือนการสร้างเมืองจำลองที่สวยงามแต่ไม่มีถนนและระบบสาธารณูปโภค ความสำเร็จของทีม UCLA คือการสร้าง "เมือง" ที่มีระบบขนส่งครบวงจร ทำให้มันมีชีวิตและทำงานได้ใกล้เคียงกับอวัยวะจริงมากที่สุด

"ช่วงเวลาแรกสุดของการพัฒนามนุษย์ยังคงเป็นเหมือนกล่องดำที่เรามองไม่เห็น" Dr. Mingxia Gu ผู้นำการวิจัยและผู้เชี่ยวชาญจาก Broad Center for Regenerative Medicine and Stem Cell Research ของ UCLA กล่าว "วิธีการใหม่ของเราในการสร้างหลอดเลือดให้กับออร์แกนอยด์ปอด เปรียบเหมือนการเจาะช่องเข้าไปในกล่องดำใบนั้น ช่วยให้เราเข้าใจกระบวนการก่อร่างสร้างตัวของอวัยวะตามธรรมชาติได้ลึกซึ้งกว่าที่เคย"

จุดเปลี่ยนที่มาจากการค้นพบโดยบังเอิญ

เบื้องหลังความสำเร็จนี้คือเรื่องราวของการค้นพบที่ไม่ได้คาดฝัน Dr. Mingxia Gu ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านภาวะความดันหลอดเลือดปอดสูง เริ่มต้นโครงการนี้ในช่วงที่การระบาดของ COVID-19 ทำให้การวิจัยปอดกลายเป็นจุดสนใจของโลก เธอเล็งเห็นว่าอุปสรรคใหญ่หลวงของโมเดลปอดจำลองคือการไม่มีหลอดเลือด

ในตอนแรก ทีมวิจัยได้เดินตามแนวทางมาตรฐาน นั่นคือการเพาะเลี้ยงเซลล์ที่จะกลายเป็นเนื้อเยื่อปอด (ติดฉลากสีเขียว) และเซลล์ที่จะกลายเป็นหลอดเลือด (ติดฉลากสีแดง) แยกจากกัน แล้วจึงนำมาประกอบร่างในภายหลัง

"เราคาดว่าจะได้โครงสร้างปอดสีเขียวที่มีเครือข่ายหลอดเลือดสีแดงพันอยู่รอบๆ" Dr. Mingxia Gu อธิบาย "แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับน่าประหลาดใจอย่างยิ่ง เราพบว่าทั้งเนื้อเยื่อปอดและหลอดเลือดต่างก็กลายเป็นสีแดง นั่นหมายความว่าเซลล์ตั้งต้นชนิดเดียวกันกลับพัฒนาไปเป็นเซลล์ทั้งสองประเภทพร้อมๆ กัน"

การค้นพบนี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ทีมละทิ้งวิธี "ประกอบร่าง" แบบเดิมๆ ซึ่งพลาดหน้าต่างเวลาทองที่เซลล์ทั้งสองชนิดต้องพัฒนาร่วมกัน และหันมาใช้กลยุทธ์ใหม่ที่เลียนแบบธรรมชาติอย่างแท้จริง นั่นคือการปล่อยให้เซลล์ต้นกำเนิดพัฒนาเป็นเนื้อเยื่อปอดและหลอดเลือดไปพร้อมกันตั้งแต่จุดเริ่มต้น ผลลัพธ์คือ "ปอดจิ๋ว" ที่มีโครงสร้างสามมิติซับซ้อนกว่า มีความหลากหลายของเซลล์มากกว่า และมีอัตราการรอดชีวิตสูงกว่าโมเดลใดๆ ที่เคยมีมา

พิสูจน์คุณค่าด้วยการไขปริศนาโรคร้ายในทารก

เพื่อทดสอบศักยภาพของโมเดลใหม่นี้ ทีมวิจัยได้นำไปใช้ศึกษากับโรคทางพันธุกรรมที่หายากและอันตรายถึงชีวิตในทารกแรกเกิดที่ชื่อว่า ACDMPV (Alveolar Capillary Dysplasia with Misalignment of Pulmonary Veins) ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของยีน FOXF1 โรคนี้ทำให้ระบบหลอดเลือดในปอดเจริญผิดปกติ นำไปสู่ภาวะหายใจล้มเหลวและยังไม่มีวิธีรักษา

ในอดีต การศึกษาโรคนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้ในห้องปฏิบัติการ เพราะโมเดลออร์แกนอยด์ทั่วไปไม่มีหลอดเลือดซึ่งเป็นจุดที่ยีน FOXF1 เข้าไปสร้างความเสียหาย แต่ด้วยเทคนิคใหม่นี้ นักวิจัยสามารถนำสเต็มเซลล์จากผู้ป่วย ACDMPV มาสร้างเป็นปอดจิ๋วที่มีหลอดเลือด และมันก็สามารถจำลองความผิดปกติได้ทั้งในระดับหลอดเลือดและเนื้อเยื่อปอดที่เสียหายตามมาได้อย่างแม่นยำ

"เราอยากแสดงให้เห็นว่าระบบออร์แกนอยด์ใหม่นี้เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังเพียงใด มันช่วยให้เราเข้าใจว่าหลอดเลือดปรับตัวให้เข้ากับอวัยวะแต่ละชนิดได้อย่างไร และเซลล์สื่อสารกันอย่างไรทั้งในภาวะปกติและภาวะเจ็บป่วย" Dr. Mingxia Gu กล่าวเสริม

จากปอดทารกสู่ปอดผู้ใหญ่ และการผลิตเชิงอุตสาหกรรม

แม้จะเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ แต่ปอดจิ๋วในปัจจุบันยังมีลักษณะคล้ายกับปอดของทารกในครรภ์ ก้าวต่อไปของทีมคือการทำให้มัน "เติบโต" ขึ้น โดยการนำปัจจัยทางกายภาพเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น การยืดหดเชิงกลและการสัมผัสกับอากาศ เพื่อจำลองการหายใจจริง ซึ่งจะกระตุ้นให้มันพัฒนาโครงสร้างที่ซับซ้อนเหมือนปอดของผู้ใหญ่

พร้อมกันนั้น ทีมงานยังตั้งเป้าที่จะพัฒนากระบวนการผลิตให้สามารถสร้างออร์แกนอยด์คุณภาพสูงเหล่านี้ได้ในปริมาณมาก (Scale-up) เพื่อรองรับการนำไปใช้ในการคัดกรองและทดสอบยาชนิดใหม่ๆ ซึ่งจะช่วยเร่งกระบวนการพัฒนายาและลดการพึ่งพาสัตว์ทดลองได้อย่างมหาศาล

"นี่คือการเปิดหน้าต่างบานใหม่สู่การสื่อสารระหว่างเซลล์ในระยะแรกสุดของการพัฒนามนุษย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราเคยรู้จำกัดมาก" Dr. Mingxia Gu ทิ้งท้าย "วันนี้นักวิทยาศาสตร์มีเครื่องมือที่ดีกว่าเดิมในการใช้เนื้อเยื่อมนุษย์จำลองเพื่อศึกษาโรค และนั่นคือหนทางสู่การพัฒนายาแห่งอนาคต"

ที่มา: universityofcalifornia.edu

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

World Labs ปิดดีลระดมทุน 1 พันล้านดอลลาร์! เมื่อ AI เข้าใจฟิสิกส์และมิติสัมพันธ์

World Labs สตาร์ทอัพ AI ของ Fei-Fei Li ระดมทุนเพิ่ม 1 พันล้านดอลลาร์! หลัง Autodesk ทุ่มงบร่วมพัฒนา Spatial AI ปฏิวัติการทำงาน 3 มิติและอุตสาหกรรมบันเทิง...

Responsive image

Microsoft คิดค้นระบบเก็บข้อมูลบนแผ่นแก้ว อยู่ได้นาน 10,000 ปี ก้าวใหม่สู่เทคโนโลยีข้อมูลอมตะที่อาจปฏิวัติ Data Center

Microsoft เผยความก้าวหน้า Project Silica ระบบเก็บข้อมูลบนแผ่นแก้วที่อยู่ได้นาน 10,000 ปี ใช้เลเซอร์สลักข้อมูลความจุ 4.8TB ต่อแผ่น อาจปฏิวัติการจัดเก็บข้อมูลใน Data Center และการเก็...

Responsive image

ดราม่ากลางงาน AI ที่อินเดีย เจ้าภาพสั่งมหาลัยรื้อบูธ หลังเอาหุ่นยนต์จีนมา 'ย้อมแมว' ว่าเป็นผลงานตัวเอง

อินเดียกำลังเจอกระแสวิจารณ์ไม่น้อย หลังเกิดเหตุการณ์ที่หลายคนมองว่า 'น่าอับอาย' กลางเวทีงาน AI ระดับประเทศ เมื่อมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งถูกจับได้ว่า นำหุ่นยนต์สุนัขที่ผลิตในจีนมาแสดง พ...