Meta เข้าซื้อ Moltbook แล้ว! โซเชียลมีเดียที่มีแต่ AI ใช้คุยกัน เพราะต้องการ ‘ซื้อเพื่อดึงตัวคนเก่ง’ หลัง OpenAI ตัดหน้าดึงตัวทีม Openclaw

เมื่อมีข่าวออกมาว่า Meta บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านโซเชียลมีเดียได้เข้าซื้อกิจการ Moltbook ซึ่งเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์กสำหรับ ‘AI Agent’ หรือบอท AI  หลายคนอาจจะเกิดความสงสัยว่า บริษัทที่ทำรายได้หลักจากการโฆษณาอย่าง Meta จะเอาพื้นที่ที่มีแต่บอทไปทำไม ในเมื่อบอทไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายที่จะมากดซื้อสินค้าหรือดูโฆษณา แม้ Meta จะไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดมากนัก นอกจากการประกาศว่าทีมงาน Moltbook จะเข้ามาร่วมงานกับ Meta Superintelligence Labs แต่นักวิเคราะห์มองว่านี่คือกลยุทธ์แบบ ‘ซื้อเพื่อดึงตัวคนเก่ง’ มากกว่าการซื้อตัวแพลตฟอร์ม Meta ต้องการทีมงานที่เชี่ยวชาญด้านการทดลองระบบนิเวศของ AI Agent ซึ่งในท้ายที่สุดแล้วสิ่งนี้อาจกลายเป็นขุมทรัพย์ใหม่สำหรับธุรกิจโฆษณาของพวกเขาในอนาคต

Meta มองอนาคตที่ทุกธุรกิจจะมี AI ของตัวเอง

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของ Meta เคยกล่าววิสัยทัศน์ไว้ว่าในอนาคตทุกธุรกิจจะมี ‘AI ประจำธุรกิจ’ เป็นของตัวเอง ไม่ต่างจากการมีอีเมลหรือเว็บไซต์ ซึ่งแนวคิดนี้กำลังนำเราไปสู่ยุคของ Agentic Web หรือเว็บที่ AI สามารถคิดและตัดสินใจทำงานแทนผู้ใช้งานได้อย่างอิสระ ในโลกแบบนี้ AI ของฝั่งผู้บริโภคจะทำหน้าที่ค้นหาข้อเสนอที่ดีที่สุด จองตั๋ว หรือช้อปปิ้งแทนเรา ในขณะที่ AI ของฝั่งธุรกิจก็จะคอยจัดการราคา สร้างโปรโมชัน และเสนอขายสินค้า การซื้อกิจการครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้ Meta เข้าใจวิธีการทำงานและเชื่อมโยงระบบของ AI เหล่านี้เข้าด้วยกัน

จาก ‘Friend Graph’ สู่ ‘Agent Graph’

เพื่อให้ระบบ AI ของทั้งผู้บริโภคและธุรกิจสามารถทำงานร่วมกันได้ พวกมันจำเป็นต้องมีพื้นที่ในการค้นหาและเชื่อมต่อกัน ซึ่งได้เปรียบเทียบภาพอนาคตนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า

ในอดีต Facebook เคยสร้าง ‘Friend Graph’ ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าหากันผ่านความสัมพันธ์บนโซเชียล แต่ในโลกยุคใหม่ แนวคิดนี้อาจพัฒนาไปสู่ ‘Agent Graph’ หรือเครือข่ายที่เชื่อมต่อ AI agents เข้าด้วยกัน เพื่อให้พวกมันสามารถค้นหา ติดต่อ และทำงานแทนผู้ใช้ได้

นี่คือจุดที่ธุรกิจโฆษณาของ Meta จะเข้ามามีบทบาท ในอนาคตการโฆษณาอาจไม่ใช่การแสดงภาพให้คนดูและรอให้คนคลิกอีกต่อไป แต่จะเป็นการที่ AI ของฝั่งธุรกิจเข้ามา ‘เจรจาต่อรอง’ กับ AI ของฝั่งผู้บริโภคโดยตรง ซึ่ง AI ของผู้บริโภคจะมีความซับซ้อนและมีเงื่อนไขตามความชอบของเจ้าของ เช่น จะซื้อเสื้อสีนี้ในราคานี้เท่านั้น หรือจะซื้อเฉพาะสินค้าจากแบรนด์ที่รักษ์โลก หาก Meta สามารถสร้างตัวกลางที่คอยเชื่อมและจัดอันดับการเจรจาของ AI เหล่านี้ได้ นั่นหมายถึงการขยายขอบเขตธุรกิจโฆษณาไปสู่ดินแดนใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน

อนาคตยังขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่นของผู้ใช้

แน่นอนว่าความสำเร็จทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับว่าผู้บริโภคจะยอมเปิดใจและเชื่อใจให้ AI ตัดสินใจแทนตัวเองได้มากแค่ไหน แต่จากกระแสการใช้งาน AI ผู้ช่วยส่วนตัวที่เริ่มแพร่หลาย ก็เป็นสัญญาณว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่พร้อมอ้าแขนรับเทคโนโลยีนี้ และการมีอยู่ของเครื่องมืออย่าง OpenClaw ซึ่งเป็นผู้ช่วย AI ส่วนบุคคลที่เคยสร้างคอนเทนต์จำนวนมากบน Moltbook แสดงให้เห็นว่าผู้ใช้บางกลุ่มเริ่มทดลองใช้ AI แบบอัตโนมัติเหล่านี้แล้ว

อีกเหตุผลหนึ่งที่ Meta อาจต้องการดีลนี้

อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกมุมมองหนึ่งที่น่าสนใจว่า ดีลนี้อาจเป็นการแก้เกมทางธุรกิจ เพราะก่อนหน้านี้บริษัทคู่แข่งอย่าง OpenAI เพิ่งดึงตัวผู้สร้างบอทหลักที่ใช้งานบน Moltbook ไปร่วมงาน ทำให้ Meta ตัดสินใจเข้าซื้อแพลตฟอร์มนี้ เพื่อดึงความสนใจกลับมาที่ห้องวิจัย AI ของตัวเอง 

บทสรุป

ดีลการเข้าซื้อ Moltbook ของ Meta ไม่ใช่แค่การซื้อโซเชียลมีเดียแปลกๆ ที่มีแต่บอทคุยกัน แต่เป็นการวางรากฐานสำหรับอนาคตที่ AI agents จะเข้ามามีบทบาทในการจับจ่ายใช้สอยและเจรจาธุรกิจแทนมนุษย์

ไม่ว่าการซื้อครั้งนี้จะเกิดจากวิสัยทัศน์หรือเป็นเพียงการแข่งขันระหว่างยักษ์ใหญ่ในวงการเทคโนโลยี แต่มันก็สะท้อนว่าโลกแห่งการเชื่อมต่อกำลังจะก้าวจาก 'เครือข่ายของมนุษย์' ไปสู่ 'เครือข่ายของ AI' ในอนาคตอันใกล้ 

อ้างอิง: techcrunch

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

กระทรวงพาณิชย์ผุด ‘ไทยช่วยไทย’ เพื่อ SME พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ดีล ThailandPostMart - Nex Gen Commerce

โอกาสทอง SME ไทย! พาณิชย์ผนึก 2 แพลตฟอร์มออนไลน์สัญชาติไทย ขนทัพสินค้าชุมชนขึ้นห้างดิจิทัล ชูไฮไลท์เว้นค่า GP 0% พร้อมอัดฉีดคูปอง 5 แสนใบกระตุ้นยอดขาย เจาะลึกรายละเอียดโครงการได้ใน...

Responsive image

สรุปงาน Microsoft Build 2026 เปิดโมเดล AI ที่พัฒนาเอง 7 ตัว ดันเอเจนต์ที่ 'เป็นเจ้าของได้จริง' พร้อมชิปควอนตัม Majorana 2

สรุปไฮไลต์งาน Microsoft Build 2026 ตั้งแต่โมเดล AI พัฒนาเอง 7 ตัวนำโดย MAI-Thinking-1 ที่เคลมเหนือ Sonnet 4.6, เอเจนต์ Microsoft Scout, Surface RTX Spark Dev Box ไปจนถึงชิปควอนตัม ...

Responsive image

นักวิจัยออกมาเตือน AI กำลัง ‘ทำลายคณิตศาสตร์’ หลังผลลัพธ์ตรวจสอบยาก-ขาดที่มา

AI ทุกวันนี้ไม่ได้เก่งแค่เรื่องคิดเลขหรือหาสถิติพื้นฐาน แต่ล้ำหน้าถึงขั้นช่วยแก้โจทย์ซับซ้อนและเริ่มมีแนวโน้มว่าจะสร้างข้อพิสูจน์ทางคณิตศาสตร์ใหม่ๆ ได้เอง ทำให้หลายฝ่ายเริ่มหันมาถก...