อังกฤษพัฒนาเครื่องบินเจ็ทขับไล่ ใช้ AI 'อ่านใจ-คิดแทน' นักบินได้ | Techsauce

อังกฤษพัฒนาเครื่องบินเจ็ทขับไล่ ใช้ AI 'อ่านใจ-คิดแทน' นักบินได้

ในยุคที่ IoT และปัญญาประดิษฐ์มีอิทธิพลอย่างมากต่อโลกในยุคปัจจัย แต่ไม่เพียงแค่จะถูกนำมาใช้ในชีวิตประจำวันเท่านั้น สิ่งเหล่านี้ยังถูกหยิบมาใช้ในแง่ความมั่นคงด้วย โดยเฉพาะการต่อยอดและพัฒนาอาวุธยุทธโธปกรณ์ บริษัท BAE Systems ผู้พัฒนาและวิจัยยุทธภัณฑ์ของสหราชอาณาจักร ร่วมกับบริษัท Rolls-Royce, กลุ่มขีปนาวุธยุโรป MDBA และ Leonardo บริษัทด้านอากาศยานของอิตาลี ในการพัฒนาเครื่องบินรบต้นแบบที่สามาถใช้ระบบ AI อ่านใจนักบินเพื่อช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการสู้รบ

รายงานระบุว่า คุณลักษณะเด่นอย่างหนึ่งของเครื่องบินขับไล่รุ่น  Tempest จะมีเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยตัดสินใจบางอย่างแทนนักบิน ในกรณีที่นักบินหมดสติเมื่อเผชิญแรงจี หรืออยู่ในสภาวะความเครียดรุนแรง โดยเซ็นเซอร์ที่อยู่ภายในหมวกนักบิน จะสามารถตรวจสอบสัญญาณสมองและข้อมูลการแพทย์อื่นๆ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ระบบปัญญาประดิษฐ์ของเครื่องบินจะเรียนรู้พฤติกรรมและสภาพของนักบินแต่ละคน ผ่านการประเมินและรวบรวมข้อมูลไบโอเมตริกซ์และไซโครเมทริกขนาดใหญ่

ด้วยคุณลักษณะเฉพาะนี้ ระบบปัญญาประดิษฐ์จะทราบถึงสภาวะของนักบินเมื่อต้องเผชิญการตัดสินใจที่สำคัญ นั่นหมายความว่า AI จะสามารถก้าวเข้ามาและช่วยเหลือได้ หากเซ็นเซอร์ระบุว่านักบินกำลังต้องการความช่วยเหลือ ตัวอย่างเช่น AI สามารถเข้าควบคุมเครื่องบินได้เองในทันที หากนักบินหมดสติเนื่องจากแรงโน้มถ่วงสูง

บริษัท BAE Systems ของอังกฤษ ซึ่งเปิดตัวระบบ AI รูปแบบใหม่นี้ภายในงานแอร์โชว์ Farnborough ที่ประเทศฝรั่งเศส คาดว่าระบบดังกล่าวจะสามารถพร้อมทำการทำสอบเต็มรูปแบบภายในปี 2027 ซึ่งจะเป็นการพลิกยุทธวิธีและแนวรบในอนาคต โดยเครื่องบินต้นแบบจำเป็นต้องได้รับการทดสอบด้านดิจิทัลที่หลากหลายไม่น้อยกว่า 60 โครงการ ก่อนเริ่มสามารถนำเครื่องบินทดสอบเต็มรูปแบบได้

สำหรับเครื่องบินขับไล่ใหม่รุ่น Tempest ได้รับการเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2018 โดยทีมผู้พัฒนาตั้งเป้าว่า เครื่องบินรุ่นใหม่นี้จะเป็นอากาศยานแห่งอนาคตที่พลิกโฉมการรบบนน่านฟ้าทดแทนเครื่องบินรุ่น Eurofighter Typhoon ที่หลายประเทศใช้อยู่ในปัจจุบัน

จอห์น สต็อกเกอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจของ BAE Systems กล่าวว่า "ในอดีต การวิจัยและพัฒนาด้านการป้องกันประเทศ มักผลักดันให้นำมาซึ่งเทคโนโลยีเชิงพาณิชย์ในภายหลัง ทว่าตอนนี้ เทคโนโลยีเชิงพาณิชย์รุดหน้าไปไกลกว่าเทคโนโลยีป้องกันประเทศ เราต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี"

"เราลองจินตนากรว่า เครื่องบินรบรุ่นใหม่ที่สามารถอัปเกรดซอฟต์แวร์ได้ด้วยตัวเอง เหมือนกับการดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน" 

ไม่เพียงแค่ระบบ AI จะเข้ามาควบคุมเครื่องบินรบแทนนักบิน กรณีที่นักบินหมดสติเท่านั้น แต่ทีมผู้พัฒนาคาดหวังให้ AI ยังทำหน้าที่เสมือนประตูด่านแรก ในการกรองข้อมูลข่าวสารแก่นักบิน เพื่อป้องกันกรณีที่นักบินอาจตัดสินใจพลาดจากการได้รับข้อมูลที่ผิดจากฝ่ายศัตรู ไม่เพียงแค่นั้นระบบ AI ยังมีส่วนสำคัญในการควบคุมระบบต่างๆ ของเครื่องบิน ตั้งแต่กา รประเมินรูปแบบการโจมตี, ขีปนาวุธที่ใช้โจมตี ไปจนถึงการควบคุมเครื่องยนต์ของเครื่องบิน

เบื้องต้นรัฐบาลสหราชอาณาจักรได้มอบเงิน 2 พันล้านปอนด์ สำหรับโครงการพัฒนา Tempest ซึ่งตัวเลขดังกล่าวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว ก่อนที่เครื่องบินเจ็ตลำแรกจะเข้าประจำการ เพื่อใช้แทนที่เครื่องบินขับไล่รุ่น Typhoon

BAE Systems กล่าวว่าภายในปี 2040 สหราชอาณาจักรและชาติพันธมิตรจะเผชิญกับภัยคุกคามใหม่ๆ และอาวุธที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งนั่นทำให้ต้องมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อตอบสนอง

ที่มา: https://www.bbc.com/news/business-62289737


ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

จีนตั้งกองทุนหนุนอุตฯ ชิป มูลค่า 1.7 ล้านล้านบาท เพื่อสนับสนุนและพัฒนาการผลิตชิปในประเทศ

จีนตั้งกองทุน ICF เพื่อการผลิตเซมิคอนดักเตอร์และขับเคลื่อนการผลิตและพัฒนาอุตสาหกรรมชิปในประเทศ...

Responsive image

โบกมือลา Kerry รีแบรนด์ใหม่ชื่อ ‘KEX’

Kerry หรือ บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ส่งจดหมายแจ้งตลาดหลักทรัพย์ แจ้งแผนการปรับเปลี่ยนเครื่องหมายการค้า สู่แบรนด์ “KEX” หลังมีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นของบร...

Responsive image

ไม่ได้ก็ไม่เอา ชิปจีนเลิกพึ่งสหรัฐฯ จีบญี่ปุ่น เกาหลีใต้ หาซัพพลายเออร์ใหม่

อุตสาหกรรมชิปจีนจะไม่พึ่งพาอเมริกาอีกต่อไป เพราะล่าสุดบริษัทชิปชั้นนำของจีนอย่าง SMIC และ CXMT ประกาศเดินหน้าเต็มกำลังในการหาซัพพลายเออร์ในท้องถิ่น...