UNDP ร่วมกับ Change Fusion ผลักดัน Social Enterprise พร้อมสนับสนุนความยั่งยืนในสังคม

United Nations Development Programme (UNDP) ร่วมกับ Change Fusion จัดงานเสวนาในหัวข้อ Driving Impact Investment in Thailand เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับ Impact Investment Ecosystem ในประเทศไทย รวมถึงอุปสรรคและทางออกเพื่อให้ธุรกิจเหล่านั้นสามารถที่จะยกระดับและพัฒนากิจการนั้นให้ก้าวไปอีกขั้นได้อย่างยั่งยืน

ความท้าทายของธุรกิจเพื่อสังคม

  • การสนับสนุนที่ไม่เพียงพอ: โดยส่วนมากแล้วธุรกิจเพื่อสังคมนั้นจะได้เงินทุนมาจากภาคธุรกิจครึ่งหนึ่ง และอีกครึ่งนั้นเป็นเงินทุนส่วนตัวที่มาจากตัวเองหรือครอบครัว ทำให้ขาดโครงสร้างจากการนำเงินมาจากระบบเศรษฐกิจและการสนับสนุนจากภาครัฐที่ไม่เพียงพอ ทำให้ธุรกิจเพื่อสังคมนั้นไม่สามารถที่จะก้าวไปต่อได้

  • งบประมาณที่จำกัด: การกู้เงินจะต้องใช้หลักทรัพย์หรือการค้ำประกัน แต่นักธุรกิจเพื่อสังคมบางรายนั้นอาจจะไม่ได้มีหลักทรัพย์มากพอ จึงทำให้เกิดข้อจำกัดทางด้านการเข้าถึงแหล่งเงินทุน

ด้วยปัญหาเหล่านี้ทำให้ธุรกิจเหล่านี้ต้องการเงินทุนและการสนับสนุนที่เพียงพอเพื่อที่จะพัฒนาและผลักดันธุรกิจที่ทำเพื่อสังคมได้อย่างยั่งยืน

ความยั่งยืนร่วมกัน ปัจจัยหลักในการทำผู้คนนั้นหยั่งรู้

อาจจะมีผู้คนจำนวนมากที่ยังไม่เข้าใจและยังไม่ตระหนักถึงความยั่งยืนสักเท่าไหร่ เพราะพวกเขานั้นอาจจะยังมองไม่เห็นถึงความยั่งยืนร่วมกัน ดังนั้นการที่จะทำให้พวกเขานั้นเข้าใจเรื่องของความยั่งยืนนั่นก็คือการที่พวกเขานั้นความยั่งยืนร่วมกัน ไม่ว่าพวกเขานั้นจะอยู่ในภาควิชาการ ภาครัฐ หรือภาคเอกชน ความยั่งยืนร่วมกันนั้นถือว่าเป็นเป้าหมายร่วมของทุกคน ดังนั้นการทำ SDGs นั้นก็ถือเป็นการนำร่องการสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นได้ในสังคม

Financial Return พร้อม Social Return

การทำ Social Enterprise นั้นปฏิเสธไม่ได้ว่าจะต้องอาศัยผู้ที่มีความเป็น Giver นั้นเข้ามาทำและต้องสามารถที่จะลงทุนได้ในระยะยาว รวมถึงไม่หวังผลตอบแทนสูงหรือ Lower Return แต่เมื่อเราทุกคนนั้นอยู่ในตลาดทุน รวมถึงลูกค้าของ Social Enterprise นั้น ๆ ที่เข้ามาลงทุน สิ่งที่พวกเขาต้องการก็คือผลตอบแทน ซึ่งนอกจากที่พวกเขาจะได้ผลตอบแทนทางการเงินแล้ว ถ้าหาก Social Enterprise ได้นำ SDGs เข้ามารวมผนึกกับธุรกิจ และทำให้ลูกค้านั้นเห็นผลตอบแทนทางสังคมหรือ Social Return ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้พวกเขานั้นเข้าใจเรื่องของความยั่งยืนมากขึ้น

โดยทางวิทยากรได้ทิ้งท้ายให้กับผู้ชมด้วยประโยคที่ว่า “Together We Can” ภารกิจด้านความยั่งยืนนั้นเริ่มจากตัวเรา เพราะทุกอย่างที่เราสร้างในสังคมนั้นจะสะท้อนมาถึงตัวเรา และ “Capital Market for All” การสร้างตลาดทุนเพื่อทุกคน และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ดังนั้นสิ่งที่เราต้องผลักดันคือการสร้างความเข้าใจในเรื่องของความยั่งยืนให้กับทุกคน เพื่อที่จะทำให้โครงการความยั่งยื่นเหล่านี้นั้นยั่งยืนจริง ๆ รวมถึงการสนับสนุน Social Enterprise ในด้านต่าง ๆ ที่จะทำให้พวกเขานั้นสามารถร่วมผลักดันและสร้างผลตอบแทนทางสังคมได้ในระยะยาว


ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

XPENG เปิดตัว Robotaxi ผลิตจริงคันแรกในจีน เตรียมเดินหน้า Mass Production ดันเทคโนโลยีไร้คนขับสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์

XPENG เปิดตัว Robotaxi รุ่น Mass Production คันแรกในกว่างโจว พัฒนาแบบ Full-stack ด้วยเทคโนโลยีภายในทั้งหมด ไม่ใช้ LiDAR หรือแผนที่ HD พร้อมวางแผนเริ่มให้บริการนำร่องในครึ่งหลังปี 2...

Responsive image

NIA พร้อมปั้นยูนิคอร์นตัวใหม่ ติดอันดับสตาร์ตอัปโลก ชี้ใกล้เห็น ‘พ.ร.บ. สตาร์ตอัป’ เป็นจริง ปลดล็อกการระดมทุนและระบบนิเวศนวัตกรรม

ระบบนิเวศสตาร์ตอัปไทยผงาดติด Top 50 โลกในรอบ 6 ปี เติบโตพุ่ง 62.6%! เจาะลึกร่าง พ.ร.บ. สตาร์ตอัป ปลดล็อกทุนต่างชาติ ดันไทยสู่ New Growth Engine...

Responsive image

SpaceX ยื่น IPO ครั้งประวัติศาสตร์แล้ว ! คาดมูลค่าแตะ 1.75 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ใหญ่กว่า Tesla ใหญ่กว่าบริษัทส่วนใหญ่ใน S&P 500

ว่ากันว่าหาก SpaceX เข้าตลาดหุ้นเมื่อไหร่ อาจมีมูลค่ามากกว่า Meta มากกว่า Tesla และใหญ่กว่าทุกบริษัทใน S&P 500 (ยกเว้น Nvidia, Apple, Alphabet, Microsoft และ Amazon) เพราะบริษัท...