UOB x Lazada ปล่อยสินเชื่อที่ไม่ต้องมีหลักประกันให้ SMEs ออนไลน์พร้อมระบบบริหารร้านจาก Bento Web

ธนาคาร UOB เปิดตัว UOB BizMerchant ปล่อยสินเชื่อแบบไม่มีหลักประกันสำหรับธุรกิจ E-commerce บนแพลตฟอร์ม Lazada สินเชื่อดังกล่าวมอบวงเงินสูงสุด 1 ล้านบาท โดยมีกำหนดระยะเวลาสัญญา 12 เดือน อนุมัติวงเงินภายภายใน 1 วัน เมื่อได้รับเอกสารครบ ลดระยะเวลาจากเดิม 7 วัน ในการขอสินเชื่อธุรกิจแบบเดิม เนื่องจากธนาคารจะใช้ข้อมูลเชิงลึกจาก Lazada ในการพิจารณาการให้สินเชื่อ 

เกณฑ์การขอสินเชื่อ UOB BizMerchant

ผู้ประกอบการ E-commerce ในนามบุคคลทั่วไปหรือจดทะเบียนนิติบุคคล ดำเนินธุรกิจบน Lazada มาอย่างน้อย 6 เดือน และมีรายได้รวมเฉลี่ยในรอบ 6 เดือนล่าสุดมากกว่า 500,000 บาทขึ้นไป สามารถยื่นขอสินเชื่อ UOB BizMerchant ได้ และรับสิทธิพิเศษใช้บริการจาก Bento Web ฟรี 3 เดือนแรก เพื่อบริหารจัดการร้านค้าออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดต้นทุน ทั้งในเรื่องการจัดการคลังสินค้า การคำนวณค่าจัดส่ง บริหารคำสั่งซื้อจากหลายช่องทาง การตลาดออนไลน์เพื่อเพิ่มยอดขาย เป็นต้น  

คุณสยุมรัตน์ มาระเนตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเอสเอ็มอี ธนาคาร UOB (ไทย) กล่าวว่า

 “เราเล็งเห็นถึงความต้องการในกลุ่มผู้ค้า E-commerce ในด้านความต้องการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อใช้หมุนเวียนในธุรกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็ว  นอกจากนั้นแล้ว ธุรกิจเอสเอ็มอีปัจจุบันต้องใช้ช่องทาง E-commerce รวมถึงสื่อโซเชี่ยลมีเดียต่างๆ เพื่อทำการตลาดและเพิ่มยอดขายโดยรวม เราเข้าใจความท้าทายในเรื่องการบริหารจัดการออร์เดอร์และสต็อกสินค้าผ่านช่องทางการขายหลายช่องทาง จึงเป็นที่มาของความร่วมมือกับ Lazada และ Bento Web ในครั้งนี้ ที่จะทำให้เราสามารถช่วยผู้ค้า ทั้งในเรื่องการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่รวดเร็ว พร้อมเครื่องมือในการช่วยจัดการระบบร้านค้า”

คุณณัฐเศษ ศิรินันท์ธนานนท์ ผู้ก่อตั้ง Bento Web กล่าวว่า 

“เรายินดีที่ได้มีส่วนร่วมในการร่วมผลักดันธุรกิจ E-commerce ไปด้วยกันกับ UOB และ  Lazada แพลตฟอร์มของ Bento Web ครอบคลุมการบริหารจัดการธุรกิจ E-commerce ในทุกด้าน เหมาะกับทั้งผู้เริ่มต้นใหม่ที่ไม่มีความรู้ด้าน E-commerce หรือธุรกิจที่ต้องการขยายกิจการ และรับมือกับการเติบโต ด้วยการจัดการช่องทางการขายแบบรวมศูนย์ ลดภาระความยุ่งยากในการติดตามออร์เดอร์และการจัดส่งสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

โอกาสและทิศทางเศรษฐกิจของประเทศไทย

เศรษฐกิจ Digital ของประเทศไทยมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีอัตราการเติบโตสะสมต่อปีอยู่ที่ร้อยละ 33 ระหว่างช่วงปี 2558-2562 ซึ่งปัจจัยหลักมาจากภาคธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ที่คาดว่าจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นจาก 5,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ในปีนี้ เป็น 18,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ภายในปี 2568  แนวโน้มการเติบโตอันมหาศาลนี้หมายถึงโอกาสทางธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการ ที่สามารถสร้างยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ รวมถึงความสามารถในการเข้าถึงเงินทุนหมุนเวียนที่ทันท่วงที

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

SCBX Group แต่งตั้ง 'จิมมี่ ฟาน' นั่ง CEO คนใหม่ของ CardX มีผล 1 พ.ค. 2569

กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ (SCBX) ประกาศแต่งตั้ง คุณจิมมี่ ฟาน (Jimmy Fan) ขึ้นดำรงตำแหน่ง CEO บริษัท คาร์ด เอกซ์ จำกัด (CardX) คนใหม่ มีผลตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นส่วนหนึ่งของแผน Success...

Responsive image

โลกสุขภาพเปลี่ยนไปแล้ว เราจะปั้นหมอยุคใหม่อย่างไร ให้เข้าใจทั้งเทคโนโลยีและหัวใจคน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คำว่า ‘Healthspan’ เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ ในวงการสุขภาพ และไม่ใช่แค่ในเชิงทฤษฎี แต่กำลังกลายเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องให้ความสำคัญจริงจัง...

Responsive image

สรุปของใหม่จากงาน HP Imagine 2026 เมื่อ HP ไม่ได้แค่ขายคอมพิวเตอร์ แต่กำลังสร้าง 'โครงสร้างพื้นฐาน AI' ให้คนทำงาน

Techsauce มีโอกาสได้เป็นหนึ่งในสื่อจากทั่วโลกที่เข้าร่วมงาน HP Imagine 2026 ที่ New York สหรัฐฯ จึงไม่พลาดสรุปทุกสิ่งที่เปิดตัว พร้อมวิเคราะห์ว่าทำไม HP ถึงวางกลยุทธ์แบบนี้ในจังหวะ...