UOB เผย คนไทย ‘ยอมเป็นหนี้’ เพื่อซื้อไลฟ์สไตล์ แม้รู้ว่าไม่มั่นคงทางการเงิน

UOB ประเทศไทย ร่วมกับ Boston Consulting Group (BCG) เผยผลสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในอาเซียน ประจำปี 2025 ที่ฉายภาพความย้อนแย้งที่น่าสนใจของผู้บริโภคชาวไทย ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยความท้าทาย

ผลสำรวจนี้จัดทำใน 5 ประเทศอาเซียน (ไทย, สิงคโปร์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, เวียดนาม) จากกลุ่มตัวอย่างราว 5,000 คน โดยในส่วนของประเทศไทยมีผู้ตอบแบบสอบถาม 1,000 คน ครอบคลุมทุกกลุ่มรายได้และช่วงวัย (Gen Z, Y, X, และ Baby Boomer) และนี่คือ 5 ประเด็นสำคัญที่สรุปภาพรวมของเศรษฐกิจและพฤติกรรมคนไทยในปัจจุบัน

ภาพรวมเศรษฐกิจไทย

คุณจอห์น วากเนอร์ กรรมการผู้จัดการ และพาร์ทเนอร์ BCG Thailand ได้ฉายภาพใหญ่ของเศรษฐกิจไทยว่าเป็น "การทรงตัวบนเส้นด้าย" ที่ต้องรักษาสมดุลระหว่างความเสี่ยงและโอกาส แม้เศรษฐกิจไทยจะมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองในอาเซียน แต่กลับมีอัตราการเติบโตต่ำที่สุดในภูมิภาคตลอด 10 ปีที่ผ่านมา และคาดการณ์ว่าในกรณีที่ดีที่สุดก็จะทำได้เพียง "ทรงตัว" อยู่ที่ประมาณ 3% ซึ่งยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาค

ประเด็นที่น่าสนใจคือ แม้จะเผชิญกับความไม่แน่นอนทางการเมืองที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง และการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ช้า แต่ในสายตา Oxford Economics กลับมองว่า ประเทศไทยมีความเสี่ยงทางเศรษฐกิจต่ำ แต่ก็มีความยืดหยุ่นสูง เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค สะท้อนให้เห็นถึงเสถียรภาพที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว หรือที่คุณจอห์นเรียกว่า "เสถียรภาพในความไม่มีเสถียรภาพ"

อีกหนึ่งความท้าทายที่ซ่อนอยู่คือปัญหาความเหลื่อมล้ำ โดยผลสำรวจชี้ว่าความมั่งคั่งถึง 67% ของประเทศกระจุกตัวอยู่ในมือของประชากรเพียง 10% ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดในอาเซียนและแทบไม่ต่างจากสหรัฐอเมริกา

ผู้บริโภคไทยพร้อมเสี่ยงเป็นหนี้เพื่อไลฟ์สไตล์ ?

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าประหลาดใจคือ พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคไทย ไม่ลดลงตามรายได้ โดยเฉพาะสินค้าฟุ่มเฟือยหรือสิ่งที่“อยากได้” แม้แต่กลุ่มผู้ที่มีรายได้น้อยก็ยังใช้จ่ายในลักษณะเดียวกัน

ยิ่งไปกว่านั้นผู้บริโภคยังมีทัศนคติต่อการก่อหนี้ที่น่ากังวล ผลสำรวจระบุว่า 66% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ยินดีที่จะกู้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการเงิน และเมื่อเจาะลึกลงไปพบว่าเป้าหมายคือการยกระดับไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้สูงที่มีความต้องการกู้ยืมเพื่อการนี้สูงเป็นพิเศษ

คุณจอห์น ชี้ว่า Mindset นี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ หนี้ครัวเรือนต่อ GDP ของไทยพุ่งสูงกว่า 80% ซึ่งเป็นระดับที่น่าเป็นห่วงและสูงที่สุดในอาเซียน อย่างไรก็ตามพฤติกรรมนี้ได้สร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับภาคผู้บริโภค โดยเฉพาะบริษัทที่สามารถนำเสนอสินค้าหรือบริการที่ช่วย "ยกระดับไลฟ์สไตล์" ในราคาที่จับต้องได้

ความกังวลและแนวทางปรับตัวของผู้บริโภคไทย

คุณยุทธชัย เตยะราชกุล กรรมการผู้จัดการ บุคคลธนกิจ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เผยถึงความกังวล 3 อันดับแรกของผู้บริโภคไทย ได้แก่:

  1. ภาวะเงินเฟ้อ (61%)
  2. ภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (56%)
  3. ค่าใช้จ่ายในครัวเรือนที่สูงขึ้น (55%)

เพื่อรับมือกับความกังวลเหล่านี้ ผู้บริโภคแต่ละกลุ่มมีวิธีการปรับตัวที่แตกต่างกัน:

  1. กลุ่มผู้บริโภคทั่วไป (รายได้ < 50,000 บาท): 48% จะติดตามการใช้จ่ายอย่างใกล้ชิด และ 45% จะมองหาส่วนลดก่อนตัดสินใจซื้อ
  2. กลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูง (รายได้ > 200,000 บาท): 30% จะลดการใช้จ่ายในสินค้าฟุ่มเฟือย และ 27% จะมองหาช่องทางสร้างรายได้เสริม 

นอกจากนี้พฤติกรรมผู้บริโภคหลังโควิด-19 ยังชี้ชัดว่าผู้บริโภคใช้เวลาในการตัดสินใจซื้อนานขึ้น มีการเปรียบเทียบข้อมูลและอ่านรีวิวผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการใช้จ่ายในหมวด "สินค้าเชิงประสบการณ์" เช่น การดูคอนเสิร์ต การท่องเที่ยวและการกินข้าวนอกบ้าน มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูงและกลุ่ม Gen Y และ Gen Z

คนไทยมีความรู้ด้านการเงิน แต่มีพฤติกรรมสวนทาง

ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดจากผลสำรวจคือ ความย้อนแย้งงระหว่างความรู้ทางการเงินและพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจริง 

  1. ด้านความรู้: กว่า 90% ของผู้บริโภคไทยมั่นใจว่าตนรู้เรื่องการเงินดีและเข้าถึงข้อมูลการเงินได้ง่าย
  2. ด้านความเชื่อมั่น: มีเพียง 39% เท่านั้นที่รู้สึกมั่นใจในสถานะทางการเงินของตนเอง หมายความว่ากว่า 60% รู้สึกไม่มั่นคงทางการเงิน
  3. ด้านพฤติกรรม: แม้การเงินไม่มั่นคง แต่ผู้บริโภคกว่า 66% พร้อมก่อหนี้เพื่อยดระดับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง

คุณจอห์น สรุปว่าปัญหานี้สะท้อนถึงช่องว่างระหว่างความรู้และการกระทำ คือแม้จะมีความรู้ แต่ก็นำไปใช้ตัดสินใจจริงไม่ได้ จึงทำให้เกิดพฤติกรรมเสี่ยงสูงที่จะก่อหนี้

การจัดการหนี้สิน เมื่อความจำเป็นบีบให้พึ่งนอกระบบ

ข้อมูลจากผลสำรวจยังเผยให้เห็นแนวโน้มการจัดการหนี้ที่น่าสนใจ:

  1. 75% ของผู้บริโภคมีสินเชื่อ เฉลี่ย 2.3 รายการต่อคน โดยส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อบุคคลและบัตรเครดิต
  2. การกู้ยืมผ่านบัตรเครดิตลดลง จาก 49% ในปีก่อนหน้า เหลือ 38% สะท้อนถึงการรัดเข็มขัดและการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่เข้มงวดขึ้น
  3. การกู้ยืมจากเพื่อนและครอบครัวเพิ่มขึ้นเท่าตัว จาก 6% เป็น 12% ซึ่งอาจเป็นผลมาจากหนี้เสีย (NPL) ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผู้บริโภคบางกลุ่มไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้
  4. Gen Z มีแนวโน้มจ่ายหนี้ล่าช้า และยอมเสียค่าปรับ ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการขาดความรู้ในการวางแผนการเงินและรายได้ที่ไม่สม่ำเสมอ

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

สาระ ล่ำซำ คว้ารางวัล “สุดยอดซีอีโอขวัญใจสื่อมวลชน” ปี 2569 จากงานประกาศรางวัล CEO ECONMASS Awards 2026

นายสาระ ล่ำซำ CEO เมืองไทยประกันชีวิต รับรางวัลสุดยอดซีอีโอขวัญใจสื่อมวลชน ประจำปี 2569 จาก CEO ECONMASS Awards 2026...

Responsive image

ไทยจะเป็นเจ้าภาพประชุม PCB โลก ส.ค. 2570 บีโอไอตั้งเป้า 3,000 คนจาก 30 ประเทศ

บีโอไอและสมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทย (THPCA) จะเป็นเจ้าภาพประชุม Electronic Circuits World Convention ครั้งที่ 17 (ECWC17) วันที่ 18 ถึง 20 สิงหาคม 2570 ที่ไบเทค กรุงเทพฯ โดยบีโอไอตั้งเป...

Responsive image

AIS คว้า 3 รางวัล IAA Awards 2026 ทั้ง CEO CFO และ IR ยอดเยี่ยม กลุ่มเทคโนโลยีและสื่อสาร

AIS คว้า 3 รางวัล BEST CEO, BEST CFO และ BEST IR จากเวที IAA Awards for Listed Companies 2026 กลุ่มเทคโนโลยีและสื่อสาร...