แบบจำลองคอมพิวเตอร์พยากรณ์ GDP สหรัฐฯ แม่นยำกว่านักเศรษฐศาสตร์

เป็นที่จับตาต่อเนื่องสำหรับตัวเลขสำคัญทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ หลังจากเมื่อ 27 กรกฏาคมที่ผ่านมา ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ FED ได้ประกาศขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.75% ในความพยายามควบคุมเงินเฟ้อในสหรัฐที่กำลังทะยานอย่างต่อเนื่อง หนึ่งวันหลังจากนั้นกระทรงพาณิชย์สหรัฐก็ได้เปิดเผยตัวเลขสำคัญอีกหนึ่งคือ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP โดยคำแถลงจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐชี้ว่า จีดีพีของสหรัฐลดลง 0.9% เมื่อเทียบเป็นรายปี ในไตรมาส 2 หรือลดลง 0.2% จากไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ไตรมาส 1 จีดีพีสหรัฐลดลง 1.6%   แสดงให้เห็นถึงการหดตัว "ในทางเทคนิค" ของเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2 ของปี

การที่เศรษฐกิจหดตัว 2 ไตรมาสติดต่อกัน ทำให้สหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอย "ทางเทคนิค" โดยเข้าเกณฑ์นิยามของการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย แต่แม้จะบอกว่าเป็นการถดถอยทางเทคนิค ซึ่งเป็นการอ้างอิงจากการหดตัวของ 2 ไตรมาสติดต่อกัน ทว่าหน่วยงานด้านเศรษฐกิจของสหรัฐไม่ได้ใช้นิยามนี้บอกว่าเศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอย โดยนิยามนี้มาจากบรรดาสำนักวิจัยด้านเศรษฐกิจที่อ้างอิงจากหลายปัจจัยในมุมมองแบบกว้าง ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์บางคนอาจมองได้ว่า การนิยามดังกล่าวอาจไม่ถูกต้องเสมอไปนั่นก็เป็นเรื่องของความคิดเห็นและมุมมอง 

แต่สิ่งที่ดูเหมือนจะชัดเจนก็คือ ก่อนหน้านี้ ที่นักวิเคราะห์จากหลายสำนักต่างคาดการณ์ตัวเลข GDP แตกต่างกันออกไป เจพีมอร์แกนคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัว 1.4% ในไตรมาส 2   ด้านโกลด์แมน แซคท์คาดว่าขยายตัว 1% แต่มูดี้ส์ อนาลิติกส์ คาดว่าเศรษฐกิจหดตัว 1% ขณะที่อ้างอิงจากการสำรวจความเห็นจากบรรดานักเศรษฐศาสตร์ทั้ง 73 คน โดยบลูมเบิร์กพบว่า มีนักเศรษฐศาสตร์เพียง 23 คนที่คาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะถดถอย

อย่างไรก็ตาม หากนำมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์มาเทียบกับข้อมูลคาดการณ์จาก แบบจำลองคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า "nowcast" นั้นให้ผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกับคำแถลงของกระทรวงพาณิยช์สหรัฐมากที่สุด ตัวอย่างเช่น ดัชนี GDPNow ของธนาคารกลางสหรัฐสาขาแอตแลนตา ซึ่งใช้ แบบจำลองคาดการณ์ GDPNow แสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะหดตัว 1.2% ในไตรมาส 2   โดยเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา nowcast คาดการณ์ว่า GDP สหรัฐจะหดตัวที่ 1.8% แต่ต่อมาแบบจำลองคอมพิวเตอร์นี้ได้ปรับลดตัวเลขเหลือ 1.2% ก่อนหน้าที่พาณิชย์สหรัฐจะประกาศ

อีกแบบจำลองหนึ่งซึ่งให้ผลคาดการณ์ที่ตรงกันคือ S&P Global Market Intelligence ซึ่งก่อตั้งโดย Laurence H. Meyer อดีตสมาชิกคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งแบบจำลองคอมพิวเตอร์นี้ชี้ว่า GDP สหรัฐฯจะหดตัวในไตรมาสสองที่ 0.9% ซึ่งตรงกับตัวเลขของพาณิชย์สหรัฐฯ โดยข้อมูลของแบบจำลองนี้ยังถูกใช้โดยหน่วยงานรัฐบาล ภาคธนาคาร รวมถึงธนาคารกลางสหรัฐเองด้วย เพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งในการประกอบข้อมูลเชิงลึกว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะดำเนินไปในทิศทางใด

เช่นเดียวกับโมเดลเศรษฐกิจของ S&P ซึ่งคาดการณ์ GDP สหรัฐอยู่ที่ 1.2% เมื่อสามเดือนก่อนที่พาณิชย์จะแถลงตัวเลข ก่อนจะปรับตัวเลขให้เหลือ 0.9% ไม่กี่วันก่อนที่กระทรวงพาณิชย์จะแถลงอย่างเป็นทางการ 

Ben Herzon นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก S&P เผยกับบลูมเบิร์กว่า แบบจำลองของ S&P ใช้วิธีทางสถิติศาสตร์ที่เรีกกว่า “bean-counter method” โดยอ้างอิงข้อมูลดิบจาก U.S. Bureau of Economic Analysis (BEA) ซึ่งเป็นข้อมูลดิบที่ยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ เมื่อเทียบกับแบบจำลอง GDPNow ของเฟดสาขาแอตแลนตานั้น ส่วนใหญ่อ้างอิงจากข้อมูลทางเศรษฐกิจที่เปิดเผยต่อสาธารณะแล้ว จึงอาจมีความคลาดเคลื่อนได้ในบางครั้ง แม้ว่า เฟดสาขาแอตแลนตาจะมีการใช้ข้อมูลบางส่วนจาก BEA ก็ตาม “ข้อผิดพลาดแน่นอนโดยเฉลี่ยของการคาดการณ์ GDPNow ขั้นสุดท้ายคือ 0.84 เปอร์เซ็นต์” นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก S&P กล่าว

Brett Ryan จากธนาคารดอยช์แบงก์ ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในนักเศรษฐศาสตร์ที่คาดการณ์ GDP แม่นยำที่สุด ก่อนหน้านี้คาดการณ์ว่าตัวเลข GDP สหรัฐอาจหดตัว 0.6% ทว่าอย่างไรก็ตาม ดอยช์แบงก์ยังใช้เครื่องมือติดตามทางเศรษฐกิจโมเดลอื่นๆ รวมกันกับคาดการณ์จากนักเศรษศาสตร์ เพื่อชั่งน้ำหนักคาดการณ์ทางเศรษฐกิจ "ในแบบที่เหมาะสมที่สุด" 

ทั้งนี้ สำหรับ GDP ในไตรมาส 3 แบบจำลองของ JPMorgan Chase & Co. แสดงให้เห็นว่า GDP ของสหรัฐฯ ขยายตัว 1% ในขณะที่แบบจำลอง S&P เพิ่มขึ้น 0.9%  ส่วนแบบจำลองของเฟดแอตแลนตา คาดว่าะออกประมาณการไตรมาสสามครั้งแรกในวันศุกร์ และจะอัปเดตแบบจำลองเรื่อยๆ มากกว่า 30 ครั้ง ไปจนกว่ากระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ จะเปิดเผยตัวเลขไตรมาสสามอย่างเป็นทางการช่วงวันที่ 22 ธันวาคม

ที่มา: Computers Outperform Humans for Accuracy on US GDP Forecasts

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Pause Point ฟีเจอร์ 'ดึงสติ' คนติดหน้าจอ ระบบใหม่ที่มากับ Android 17 ลดพฤติกรรมไถฟีดแบบไร้จุดหมาย

หลายครั้งที่เราหยิบโทรศัพท์เปิดแอปขึ้นมาเพื่อ ‘ดูแป๊บเดียว’ แต่กลับเผลอไถหน้าจอเพลินจนเสียเวลาไปเป็นวัน ล่าสุด Android ได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ชื่อ Pause Point เพื่อช่วยลดพฤติกรรมการไ...

Responsive image

The Android Show I/O Edition 2026 อัด 9 ประกาศใหญ่ก่อน Google I/O เปลี่ยน Android เป็นระบบอัจฉริยะ ที่ Gemini ช่วยทำงานข้ามแอปฯ ได้มากขึ้น

Google จัดงาน The Android Show I/O Edition ก่อนเวที Google I/O 2026 หนึ่งสัปดาห์ อัดประกาศใหญ่ทั้ง Gemini Multi-step ข้ามแอป Android 17 Screen Reactions Pause Point Quick Share จับ...

Responsive image

Google เปิดตัว ‘Googlebook’ โน้ตบุ๊กยุคใหม่ออกแบบเพื่อ Gemini

Google เปิดตัว Googlebook โน้ตบุ๊กหมวดหมู่ใหม่ที่หลอมรวม Android กับ ChromeOS ออกแบบเพื่อ Gemini Intelligence ชูฟีเจอร์ Magic Pointer และ Create your Widget ผลิตโดย Acer, ASUS, Del...