omise-adver1

เทรนด์การซื้อ-ขายสินค้าบนโลกออนไลน์มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเทียบกับอดีตที่การซื้อ-ขายออนไลน์ ไม่เป็นที่นิยมมากนัก หนึ่งในสาเหตุหลัก ก็คือ “ความไม่มั่นใจ” เพราะผู้ซื้อ-ขายออนไลน์จำนวนมากต้องประสบกับปัญหาการชำระเงินด้วยขั้นตอนที่ยุ่งยากซับซ้อน

ระบบทำงานขัดข้อง ทำรายการไม่สำเร็จ หรือไม่ได้รับสินค้าตามที่สั่งซื้อ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเหตุให้ผู้ซื้อ-ขายบนโลกออนไลน์ในยุคก่อนขาดความเชื่อมั่นในระบบออนไลน์

ด้วยสาเหตุที่กล่าวไว้ข้างต้นทำให้บริษัทผู้พัฒนาระบบ Payment Gateway อย่างโอมิเซะ (Omise) มองเห็นความสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยี ไปพร้อมๆ กับประสบการณ์การจ่ายเงินที่น่าประทับใจให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความปลอดภัย การใช้งานบนหน้าจอที่ง่าย หรือ เทคโนโลยี tokenization ที่ใช้ในการจำข้อมูลบัตรเครดิต เพื่อลดขั้นตอนการกรอกข้อมูลสำหรับลูกค้าที่เคยกรอกแล้ว

ในปัจจุบัน จำนวนร้านค้าออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น ทำให้การเลือกผู้ให้บริการระบบชำระเงินผ่านบัตรเครดิต หรือ  Payment Gateway มีความสำคัญมาก นอกจากตัวเลือกในตลาดที่มีมากแล้ว ยังมีปัจจัยด้านราคา รวมไปถึงขั้นตอนในการสมัครหรือการใช้งาน และสิ่งที่ทำคัญที่สุดคือ ประสบการณ์การให้บริการลูกค้า (user experience)โดยเฉพาะในหน้าการชำระเงินที่เป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนการปิดการขาย หากลูกค้าเจอประสบการณ์การใช้งานที่ไม่ดีในขั้นตอนสุดท้ายของการชำระเงินซึ่งเป็นจุดวัดใจในการซื้อสินค้า ทุกอย่างก็จบ

omise-adver2

ในบทความนี้ประกอบด้วย ปัจจัยต่างๆที่จะเน้นถึงความสำคัญของประสบการณ์ลูกค้า ผ่าน Payment Gateway รวมถึงผลกระทบ และปัจจัยในการเพิ่มยอดขายแก่ร้านค้าได้

จึงเป็นที่มาในการตั้งคำถามในบทความนี้ ซึ่งเกี่ยวกับความสำคัญในการเลือกผู้ให้บริการการชำระเงิน ไม่ใช่เพียงแค่ตั้งหน้าร้าน วางของ แล้วรอรับเงิน ที่คุณอาจจะไม่ได้เงินก็เป็นได้...

User experience ของระบบการชำระเงินด้วยบัตรเครดิต จะช่วยเพิ่มรายได้บนโลกออนไลน์ให้คุณได้อย่างไร?

ไม่มี redirect เท่ากับการลดความเสี่ยงของลูกค้าที่จะ drop-off หรือหลุดจากการทำรายการบนหน้าชำระเงิน

โดยทั่วไปแล้ว เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ ต้องทุ่มเงินมหาศาลไปกับการตลาดในการสร้าง traffic ให้กับเว็บไซต์ สร้างแคมเปญเพื่อเพิ่ม conversion rate จาก traffic รวมไปถึง อีกหลายกลยุทธในการปิดการขายบนหน้าเว็บไซต์ ซึ่งทั้งหมดนี้จะไม่มีความหมาย หากลูกค้าต้องเจอกับปัญหาที่หน้า payment page ซึ่งเป็นด่านสุดท้ายของขั้นตอนการขาย จนลูกค้าถึงกับต้อง drop-off หรือยกเลิกการซื้อไปในที่สุด ซึ่งเป็นการเสียโอกาสที่ยิ่งใหญ่ เพราะอีกนิดเดียวคุณก็จะปิดการขายได้แล้ว

หนึ่งในปัจจัยที่มีผลต่อประสบการณ์ของลูกค้าบน Payment Page คือการถูก Redirect ไปยังเว็บไซต์อื่น นอกจากความเสี่ยงที่จะเกิด Connection Lost แล้ว ก็ไม่สามารถ Redirect กลับมายังเว็บไซต์ของร้านค้าได้ ในกรณีนี้ ลูกค้าเกือบร้อยทั้งร้อย จะทิ้งรายการการซื้อ ทำให้ผู้ขายสูญเสียโอกาสการขาย แล้วยังมีปัจจัยสำคัญเกี่ยวกับแบบฟอร์มการกรอกที่ยุ่งยากหรือมีความซับซ้อนมากเกินจำเป็น รวมทั้งการ Redirect ไปยัง Payment Page ที่ไม่ Mobile Responsive ในกรณีที่ลูกค้าใช้สมาร์ทโฟนในการทำรายการ (ซึ่งเป็นเทรนด์สำหรับอีคอมเมิร์ซยุคนี้) แบบฟอร์มที่ยุ่งยาก และไม่ได้พัฒนาให้เข้ากับหน้าจอที่แสดงผลบนสมาร์ทโฟนก็ทำให้เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ลูกค้าทิ้งรายการสั่งซื้อได้อย่างง่ายดาย

อีกสิ่งหนึ่งที่ละเอียดอ่อนและถือมีความสำคัญในแง่ของ Branding คือการ Redirect ลูกค้าออกจากหน้าการจ่ายเงินของเว็บไซต์เราเองนั้น เพราะไม่สามารถควบคุม Brand Experience ที่ลูกค้าจะเจอ รวมทั้งหน้าจอ UI ที่ลูกค้าจะต้องเจออีกหน้าเพราะมีการเปลี่ยนเว็บไซต์ ซึ่งย่อมมีความแตกต่างกับการอยู่บนหน้าเว็บไซต์ของแบรนด์อย่างสิ้นเชิง

ซึ่ง Omise Payment Gateway ได้นำเสนอ White Label Solution ให้กับตลาดของร้านค้าออนไลน์ทุกระดับ ซึ่งเรามองเห็นปัญหาของร้านค้าที่ลูกค้าที่เข้ามาซื้อมักมีการ Drop-Off รายการที่สั่งซื้อจากหน้าชำระเงิน

ด้วย White Label Solution จะลดปัญหาที่เกิดขึ้นข้างต้น โดยจุดเด่นสำหรับการใช้งานนั้น นอกจากเว็บไซต์สามารถควบคุมดีไซน์ของหน้าชำระเงินได้แล้ว ผลิตภัณท์ของ Omise ยังติดตั้งง่าย ทั้งยังมี Format สำหรับแบบฟอร์มเพื่อใช้ชำระเงินให้สำหรับร้านค้าได้เลือกอีกด้วย

omise5

ผลิตภัณท์ของเราไม่จำเป็นต้องมีการ Redirect ลูกค้าออกจากหน้าเว็บไซต์หลัก ทำให้ประสบการณ์การรับชำระหน้าการจ่ายเงินง่ายที่สุดสำหรับลูกค้า

omise3

จ่ายเงินได้สะดวกด้วย Card Storage ที่ปลอดภัยที่สุด

ในปัจจุบัน วิธีการจัดส่งและเก็บข้อมูลแบบTokenization เป็นวิธีการที่สะดวกปลอดภัยที่สุด และเริ่มแพร่หลายในวงการรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความสะดวกสบายของผู้ซื้อบนหน้าเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

ด้วยวิธีการจัดการ ข้อมูลแบบTokenization นี้ช่วยให้เว็บไซต์สามารถจำข้อมูลบัตรเครดิตของลูกค้าของคุณ ทำให้การปิดการขายและการชำระเงินในครั้งต่อไปนั้นสามารถจบลงใน 1 คลิก ด้วยบัตรที่ลูกค้าบันทึกแล้วบนหน้าเว็บไซต์ หากผู้ซื้อต้องการกลับมาซื้อสินค้าบนหน้าเว็บเราอีกครั้งก็ไม่จำเป็นต้องกรอกข้อมูลใดๆ เพียงแค่เลือกเลขบัตรเครดิตที่เราเคยกรอกไว้ ซึ่งจะแสดงเป็นเลข 4 หลักบนหน้าชำระเงิน จากนั้นก็กดยืนยันการชำระ เพียงเท่านี้ก็ช่วยลดเวลาในการกรอก ทำให้การซื้อสินค้าจบได้ในคลิกเดียว สิ่งนี้สำคัญมากเพราะมันทำให้เกิด Impulse Buying ของผู้ซื้อ และช่วยเพิ่มโอกาสในการขาย นอกจากนี้สำหรับเว็บไซต์ที่มีระบบบอกรับสมาชิกหรือ subscription แล้ว ด้วยเทคโนโลยีนี้สามารถทำการชาร์จเงินลูกค้าในแบบ Recurring หรือแบบซ้ำได้ด้วย

รวมทั้ง Omise ยังเป็นผู้ให้บริการรับชำระที่ได้ PCI DSS 3.1 Compliance ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับผู้ให้บริการแบรนด์บัตรเครดิตชั้นนำของโลก ด้วยมาตรฐานนี้ ทำให้เราได้ให้บริการเทคโนโลยี Tokenization ซึ่งได้ยอมรับกว้างขวางและมีระบบความปลอดภัยที่สูงที่สุด

https://www.goprimetime.tv/

การละทิ้งรายการสั่งซื้อ (Cart Abandonment)

omise4

ในโลกของอีคอมเมิร์ซ การละทิ้งรายการสั่งซื้อสามารถเกิดได้จากหลายๆ ปัจจัยบทความนี้ เราจะเน้นในส่วนของการทิ้งการสั่งซื้อบนหน้าของการชำระเงินด้วยบัตรเครดิต

ซึ่งเหตุผลหลักๆ ที่เราเจอก็คือช่วงของการชำระเงินที่ถูกออกแบบมาให้ใช้งานยากและมีหลายขั้นตอนจนเกินไป รวมไปถึงสิ่งที่ได้กล่าวก่อนหน้านี้แล้วไม่ว่าจะเป็น การเปลี่ยนหน้าไปมาแล้ว Error, รูปแบบการจ่ายเงินที่มีความซ้ำซ้อน ทั้งหมดนี้จะทำให้ลูกค้าของคุณเมินจากการซื้อสินค้า หากมานึกถึงปัจจัยทั้งหมด ล้วนแล้วเป็นเรื่องของ User Experience แทบทั้งสิ้น

จากทั้งสามสิ่งที่เราตั้งคำถามก็เพื่อที่อยากจะกระตุกความคิดของคุณว่า ยอดขายที่คุณไม่โตขึ้นแม้ว่าคุณจะมีสินค้าที่น่าสนใจ สาเหตุมาจากการเลือกใช้ Payment Gateway ที่ไม่ตอบสนองกับผู้ใช้งานหรือผู้ที่เป็นลูกค้าหรือเปล่า? การที่ Omise นำ Solution มาก็เพื่อที่จะแก้ปัญหาที่พบกันอยู่บ่อยๆ เพื่อให้ผู้ที่เป็นเจ้าของร้านมีโอกาสได้รายได้มากขึ้นจากผู้ใช้งานที่มีขั้นตอนในการจ่ายเงินที่ลดลง

เรามีตัวอย่างของผู้ที่ได้ใช้งาน Omise เป็นช่องทางในการชำระเงิน นั่นคือ Event Pop ด้วยการกรอกแบบสอบถามหลังการใช้งานก็พบสิ่งที่น่าสนใจหลายๆ อย่างในคำตอบ

omise6

  • Event Pop เป็นบริษัทที่ให้บริการจำหน่ายบัตรต่างๆ เช่น บัตรคอนเสิร์ต, บัตรงานสัมมนา
  • จากการที่ได้ใช้ Omise เป็น Payment Gateway หรือช่องทางการชำระเงินหลัก ทำให้เกิด Transaction ได้จำนวนมาก ต่อวัน ผู้ซื้อใช้เวลาเพียง 3 นาทีในการกรอกข้อมูลทุกอย่างรวมไปถึงการชำระเงิน โดยเรารวมระบบจากการใช้ API ที่ Omise มีให้ใช้ ซึ่งเราคิดว่าตอนนี้เรามีระบบการซื้อที่เร็วที่สุดเมื่อเทียบกับคู่แข่งทั้งหมด
  • นอกจากการพิจารณาเรื่องความเร็วแล้ว ระบบการจัดการหลังบ้านหรือ Dashboard คือสิ่งหนึ่งที่ Event Pop เลือก เพราะด้วยความที่ Event Pop เองก็เป็นนักพัฒนาเหมือนกัน การจัดการทุกอย่างก็ต้องการความง่ายในการใช้งานเช่นกัน การทำ Dashboard ที่ออกแบบมาให้เข้าถึงและใช้งานง่าย นี่คือสิ่งที่คนที่ใช้งานต้องการจริงๆ

และนี่คือคำตอบจากผู้ที่ได้ใช้งานจริง ซึ่งก็พอจะพิสูจน์ได้ว่าการเลือก Payment Gateway ที่เข้าใจทั้งคนซื้อและคนขาย จะช่วยให้ความสะดวกสบายเกิดขึ้นจริงครับ

สามาารถดูรายละเอียดและสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Omise.co

บทความนี้เป็น Advertorial

RELATED ARTICLE

Responsive image

Omise ระดมทุนระดับ Series B สำเร็จและทำลายสถิติดีลใหญ่สุดประจำปีกับ 17.5 ล้านเหรียญ

เป็นข่าวใหญ่สะเทือนวงการ Payment และ Fintech บ้านเราวันนี้ เมื่อ Omise ประกาศระดมทุนได้สำเร็จระดับ Series B สูงถึง 17.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทำลายสถิติการระดมทุนมากที่สุดประจำปีนี้ไปเร...

Responsive image

เคล็ดลับเด็ดการดำเนินธุรกิจ Startup “Exclusive Mentoring Session from SCB”

งาน Startup Thailand 2016 ที่ผ่านมา มีกิจกรรมดีๆ เกิดขึ้นมากมายภายในงาน และหนึ่งในกิจกรรมที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก คือบูธของธนาคารไทยพาณิชย์ และ บริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด ...

Responsive image

จัดเต็ม! สรุปภาพรวม Startup Ecosystem ประเทศไทย ปี 2017

ตลอดปีที่ผ่านมา Startup Ecosystem มีเรื่องราวต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมายเหมือน ๆ กับหลาย Ecosystem ที่มีการพัฒนาและเติบโตไปอย่างไม่หยุดยั้ง......