VISA จับมือ KBank เปิดตัว 'VISA B2B Connect' ระบบชำระเงินระหว่างภาคธุรกิจบน Blockchain

VISA จับมือธนาคารกสิกรไทย (KBank) เริ่มโครงการ 'VISA B2B Connect' โครงการนำร่องพัฒนาระบบการชำระเงินระหว่างภาคธุรกิจด้วย Blockchain โดยตอนนี้อยู่ใน Regulatory Sandbox ของ ธปท. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว Photo: VISA

'VISA' ประกาศร่วมมือกับ 'ธนาคารกสิกรไทย' (KBank) ริเริ่มโครงการนำร่อง 'VISA B2B Connect' ซึ่งพัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยให้สถาบันการเงินสามารถประกอบธุรกรรมชำระเงินข้ามประเทศระหว่างธุรกิจด้วยความไม่ยุ่งยาก รวดเร็วและปลอดภัย รวมทั้งมีความโปร่งใสมากขึ้น

โครงการนำร่องดังกล่าว เป็นแพลตฟอร์มการทำธุรกรรมสำหรับภาคธุรกิจที่อยู่บนพื้นฐานเทคโนโลยี Blockchain ออกแบบมาเพื่อดำเนินธุรกรรมการแลกเปลี่ยนเงินสกุลต่างประเทศที่มีมูลค่าสูงระหว่างธนาคาร ในนามของลูกค้าองค์กร

ซึ่งขั้นตอนการทำธุรกรรมจะอยู่ภายใต้การบริหารโดย VISA พร้อมทั้งมีการนำเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย การกำกับดูแล และเทคโนโลยีรายการเดินบัญชีแบบกระจายตัว หรือ Distributed Ledger มาใช้ด้วย

ซึ่ง Visa B2B Connect ได้รับการออกแบบมาเพื่อปรับปรุงการชำระเงินแบบ B2B ให้ระบบมีคุณสมบัติดังนี้

  • คาดการณ์ได้และโปร่งใส: ธนาคารและลูกค้าของธนาคาร(ซึ่งเป็นภาคธุรกิจ) จะได้รับการแจ้งเตือนอย่างรวดเร็วเกือบจะในทันทีหลังจากธุรกรรมการชำระเงินสิ้นสุดลง
  • ปลอดภัย: การทำธุรกรรมที่ให้มีการลงนามและเชื่อมโยงรหัสข้อมูลได้รับการออกแบบมาเพื่อให้แน่ใจว่าระบบบันทึกข้อมูลมีความปลอดภัยและไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
  • ความไว้วางใจ: ทุกฝ่ายในเครือข่ายเป็นผู้เข้าร่วมที่ต่างก็รู้จักกันในเครือข่าย Blockchain ส่วนตัว ที่ได้รับอนุญาตและดำเนินการโดยวีซ่า

โดย ธนาคารกสิกรไทย เป็นธนาคารไทยแห่งแรกที่ได้เข้าร่วมโครงการนี้ นอกเหนือจากธนาคารอื่นๆ อีกหลายแห่งทั่วโลก ซึ่งโครงการนำร่องดังกล่าว ขณะนี้อยู่ในกล่องทรายทดสอบธุรกรรม (Regulatory Sandbox) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

นอกจากนี้ทาง VISA ระบุว่าตั้งใจที่จะพัฒนาการชำระเงินในรูปแบบ B2B ในปัจจุบันให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ด้วยการใช้เวลาที่สั้นลงในการประมวลผล และเพิ่มชัดเจนในการติดตามขั้นตอนกระบวนการการทำธุรกรรมให้สูงขึ้น

โดยผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น คือ การลดต้นทุนและลดทรัพยากรที่เดิมธนาคารและลูกค้าจำเป็นต้องใช้ในการรับส่งข้อมูลการใช้จ่ายทางธุรกิจจำนวนมากให้ลดลงไปได้

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Data Center ที่ร้อนกว่าอ่างน้ำอุ่น แต่ประหยัดทั้งน้ำ และไฟ NVIDIA กับแนวคิดระบบหล่อเย็น 45 องศา เเปลี่ยนจากทำให้เย็น เป็นทำให้ร้อนอย่างมีประสิทธิภาพ

อ่างน้ำร้อนที่เราเห็นตามโรงแรม มักมีอุณหภูมิประมาณ 38–40 องศาเซลเซียส แค่นี้ก็ร้อนจนคนส่วนใหญ่แช่ได้ไม่นาน ประมาณ 15 นาที ก็ต้องลุกแล้ว แต่เซิร์ฟเวอร์ AI รุ่นใหม่ของ NVIDIA กลับ...

Responsive image

จีนยกเลิกหลักสูตรมหาลัยทิ้งกว่า 12,000 หลักสูตร แทนที่ด้วยวิชา AI, หุ่นยนต์กว่า 10,000 หลักสูตร

จีนรื้อระบบการศึกษาครั้งใหญ่! สั่งปิด 12,000 หลักสูตรทิ้งเพื่อปูพรมสร้างประชากรแห่งอนาคต...

Responsive image

โรงงานจีนลดเวลาวางแผนผลิต จาก 24 ชั่วโมงเหลือ 1 ชั่วโมง ถอดสูตรโรงงานจีน สเกลทั้งประเทศด้วย AI จาก World Economic Forum

ในโรงงานยางรถยนต์แห่งหนึ่งใน Gui'an New Area เขตอุตสาหกรรมทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เวลาที่ใช้วางแผนการผลิตรายสัปดาห์เคยกินเวลา 24 ชั่วโมง แต่หลังนำระบบพยากรณ์ความต้องการด้วย AI และ...