แอมโมเนียมไนเตรท คืออะไร สารเคมีที่สร้างเหตุระเบิดครั้งใหญ่ในเลบานอน

จากเหตุการระเบิดครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้น ณ กรุงเบรุต ประเทศเลบานอนเป็นอีกกรณีการระเบิดที่มีสาเหตุเกิดจากสารเคมีที่มีชื่อว่า Ammonium nitrate (แอมโมเนียมไนเตรท) ซึ่งเเต่ก่อน แอมโมเนียมไนเตรท คือหนึ่งในสารเคมีที่กลุ่มก่อการร้ายนิยมนำไปทำระเบิดด้วยคุณสมบัติที่อันตรายเเละก่อความเสียหายได้ในวงกว้าง แต่ในกรณีของเหตุการระเบิดที่เกิดขึ้นในเลบานอนคาดว่า “มีต้นเหตุมาจากแอมโมเนียมไนเตรท 2,700 ตันที่ถูกเก็บไว้ในโกดังท่าเรือเป็นเวลา 6 ปี” Hassan Diab นายกรัฐมนตรีเลบานอนกล่าว

แอมโมเนียมไนเตรท คืออะไร?

เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้ชื่อของสารเคมี แอมโมเนียมไนเตรท ต้นตอของเหตุระเบิดครั้งใหญ่กลายมาเป็นประเด็นที่คนอยากทราบว่าสิ่งนี้คืออะไร?  หากให้ความหมายง่ายๆ โดยยึดที่คุณสมบัติของสารชนิดนี้ 

แอมโมเนียมไนเตรท คือ สารเคมีที่เราอาจเคยได้ยินในด้านอุตสาหกรรมทั่วไปที่นำสารเคมีชนิดนี้ไปทำปุ๋ย เพราะสารชนิดนี้มีส่วนผสมหลักอย่าง “ไนโตรเจน” เป็นสารอาหารสำคัญของพืช แต่ในอีกทางหนึ่ง ก็เป็นส่วนสำคัญในการทำระเบิดที่อันตรายได้เช่นกันเมื่อนำไปผสมกับเชื้อเพลิง หรือ กรดกำมะถัน จะทำให้เกิดระเบิดเเรงดัน ซึ่งในปัจจุบัน การทำระเบิดจากปุ๋ย Ammonium nitrate ถูกนำมาใช้ในปริมาณที่พอเหมาะกับ การทำเหมืองถ่านหิน แต่ในอีกกรณีหนึ่งด้วยคุณสมบัติ ที่ใช้ง่าย ราคาถูก หาได้ทั่วไปในอุตสาหกรรมการทำปุ๋ย สารเคมีชนิดนี้ยังถูกนำไปทำอาวุธก่อการร้ายด้วยเช่นกันที่มีชื่อเรียกว่า ระเบิดปุ๋ย (fertilizer bomb)

เกล็ดความรู้ “กลไกการระเบิดที่เกิดจากปุ๋ยแอมโมเนียมไนเตรท ” 

จากข้อมูลของ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (National Metal and Materials Technology Center: MTEC) ที่เคยได้ให้ความรู้ไว้ในหัวข้อ เมื่อปุ๋ยเคมีถูกใช้เป็นระเบิด ได้มีการพูดถึงการนำปุ๋ย แอมโมเนียมไนเตรท มาทำเป็นระเบิดโดยมีการให้ความรู้เกี่ยวกับกลไกการทำปฎิกริยา ไว้ว่า 

“การระเบิดเริ่มต้นจากการระเบิดของเชื้อปะทุ (วัสดุที่มีวัตถุระเบิดปริมาณเล็กน้อย) และปลดปล่อย คลื่นระเบิด (detonation wave) ซึ่งมีความเร็วประมาณ 3.2-4.8 กิโลเมตร/วินาทีออกมา ส่งผลให้สารแอมโมเนียมไนเตรตในเม็ดปุ๋ยระเหิด* กลายเป็นก๊าซทันที และจุดเชื้อเพลิงให้ลุกไหม้พลังงานจากคลื่นระเบิดที่ทะลุผ่านสารแอมโมเนียมไนเตรตทำให้โมเลกุลสลายตัว อะตอมออกซิเจนถูกปลดปล่อยออกมา และรวมตัวเป็นก๊าซออกซิเจน เร่งปฏิกิริยาหรือกระบวนการเผาไหม้ให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ได้ผลิตผลต่อเนื่องเป็นก๊าซร้อนต่างๆ

Credit: mtec.or.th ภาพการทดสอบแรงระเบิดปุ๋ยแอมโมเนียมไนเตรตหนัก 1 ตัน

ก๊าซร้อนที่เกิดในเวลาสั้นเหล่านี้ทำให้เกิดคลื่นความดัน (pressure wave) ซึ่งเคลื่อนที่เร็วเท่าอัตราเร็วเสียง (330 เมตรหรือ 1,100 ฟุต/วินาที) คลื่นนี้อาจทำอันตรายต่อชีวิต วัตถุ สิ่งของต่างๆ โดยรอบ นอกจากนี้ความร้อนสูงซึ่งเกิดขึ้นจากการเผาไหม้ยังทำให้วัตถุโดยรอบไหม้ไฟได้ อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญด้านระเบิดระบุว่า อำนาจการทำลายส่วนใหญ่มาจากคลื่นความดัน”

เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นใน เลบานอน ไม่ได้เป็นเหตุการเเรกจาก แอมโมเนียมไนเตรท ที่เกิดปฎิกริยาเคมีจากการปนเปื้อนจนเกิดการทำปฎิกริยากลายเป็นระเบิดเเรงดัน หากย้อนกลับไปในช่วง ปี 2490 ที่เท็กซัสซิตี้ เกิดเหตุระเบิดที่มีต้นเหตุจาก แอมโมเนียมไนเตรท 2,300 ตันทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 500 คนเช่นกัน 

นอกจากนี้ยังมีเหตุการที่เกิดขึ้นคล้ายๆ กันอีกหลายประเทศซึ่งมีความรุนเเรงเเละสร้างความเสียหายต่อชีวิตโดยสาเหตุหลักมาจาก  แอมโมเนียมไนเตรท ที่เกิดการปนเปื้อนจนเกิดปฏิกริยาสร้างเเรงระเบิดขึ้น แต่ถึงอย่างไรสาเหตุของการระเบิดยังเป็นข้อสงสัยเเละหาคำตอบกันอยู่ว่านอกจาก แอมโมเนียมไนเตรท ที่ถูกเก็บไว้นั้นได้ทำปฎิกริยากับสิ่งใดถึงเกิดการระเบิดที่รุนเเรงขนาดนี้ 

ขอบคุณข้อมูลจาก: theguardian.com, mtec.or.th

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ไทยแถลงความคืบหน้า พร้อมเปิดบ้านต้อนรับ 15,000 ผู้นำการเงินโลก ในฐานะเจ้าภาพจัดงาน IMF-World Bank Annual Meetings 2026

ประเทศไทยแถลงความคืบหน้า พร้อมเป็นเจ้าภาพ IMF–World Bank Annual Meetings 2026 ที่กรุงเทพฯ ต้อนรับผู้นำเศรษฐกิจโลกกว่า 15,000 คนจาก 191 ประเทศ ถกทิศทางเศรษฐกิจโลกท่ามกลางความผันผวน...

Responsive image

Meta ตั้งทีมวิศวกร AI ‘Applied AI Engineering’ ดึงมือดีจาก Reality Labs เข้ามาคุมทีม เพื่อเร่งแข่งสู่ยุค Superintelligence

Meta เดินหน้าตั้งทีมวิศวกรรม AI ประยุกต์ชุดใหม่ ดันเป้าหมาย Superintelligence พร้อมปรับโครงสร้างองค์กรแบบแบนราบ ผู้จัดการ 1 คนดูแลพนักงานถึง 50 คน เพื่อสร้างขุมพลังข้อมูลเร่งพัฒนาโ...

Responsive image

เปลี่ยนมือถือเป็น ‘เรดาร์เตือนภัย’ ตรวจจับสิ่งรอบตัวได้แม้ไม่เชื่อมเน็ต พลิกโฉมเครือข่ายไร้สายสู่อนาคต

ปกติแล้วค้างคาวจะใช้คลื่นเสียงสะท้อนเพื่อนำทางและจับตำแหน่งสิ่งต่างๆ ในที่มืด ล่าสุดมีเทคโนโลยีใหม่ที่ชื่อว่า ISAC (Integrated Sensing and Communication) ที่นำไอเดียคล้ายๆ กันนี้มา...