Yann LeCun ลาออกจาก Meta เตรียมตั้งสตาร์ตอัป AI ของตัวเอง

เรียกได้ว่าเป็นข่าวใหญ่ในวงการ AI เลยทีเดียว เมื่อ Yann LeCun หัวหน้าฝ่ายวิทยาศาสตร์ปัญญาประดิษฐ์ของ Meta และหนึ่งใน 3 ตำนานแห่ง Deep Learning เตรียมโบกมือลา Meta เพื่อออกไปตั้งสตาร์ตอัป AI ของตัวเอง

แหล่งข่าวจาก Financial Times เผยว่า LeCun กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นพูดคุยกับนักลงทุนเพื่อระดมทุนสำหรับโปรเจกต์ใหม่ที่ว่ากันว่าจะเป็น ‘แนวทาง AI แบบใหม่’ ซึ่งแตกต่างจากกระแสหลักในตอนนี้โดยสิ้นเชิง

สำหรับคนที่อาจไม่รู้จัก Yann LeCun เขาคือหนึ่งในผู้ให้กำเนิด Convolutional Neural Networks (CNN) ที่ทำให้คอมพิวเตอร์มองเห็นภาพและจดจำสิ่งต่างๆ ได้ เหมือนเป็นรากฐานของ AI ด้านการมองเห็นในปัจจุบัน (เช่น การจดจำใบหน้า, ภาพ, วิดีโอ ฯลฯ)

เขายังเคยได้รับรางวัล Turing Award ปี 2018 ซึ่งเปรียบได้กับรางวัลโนเบลของวงการคอมพิวเตอร์ ร่วมกับ Geoffrey Hinton และ Yoshua Bengio

ล่าสุดเมื่อวันที่ 11/11/2025 ก็เพิ่งได้รับรางวัล Queen Elizabeth Prize for Engineering ประจำปี 2025 ไปสดๆ ร้อนๆ

จุดเปลี่ยนของ Meta และวงการ AI

Meta ช่วงหลังมานี้ทุ่มสุดตัวกับการแข่งในสนาม AI โดย Mark Zuckerberg ได้จัดตั้งหน่วยงานใหม่ชื่อ Superintelligence Labs และดึง Alexandr Wang อดีตซีอีโอของ Scale AI มานำทีม ซึ่งส่งผลให้โครงสร้างภายใน Meta เปลี่ยนไปมาก รวมถึง LeCun เองที่ต้องย้ายมารายงานตรงต่อ Wang แทน

แต่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงนี้ มีรอยร้าวทางแนวคิดระหว่าง Zuckerberg ที่เชื่อใน Large Language Models (LLMs) อย่าง Llama กับด้านของ LeCun ที่มองว่า LLMs ยังห่างไกลจากการเข้าใจโลกอย่างแท้จริง

LeCun มีแนวคิดที่ต่างออกไป เขาเชื่อว่า AI ควรเรียนรู้จากโลกจริง ผ่านภาพ วิดีโอ และสภาพแวดล้อมรอบตัว ไม่ใช่แค่จากข้อความจำนวนมหาศาลบนอินเทอร์เน็ต แนวทางนี้เรียกว่า World Models หรือระบบ AI ที่สร้างความเข้าใจภายในของตัวเอง เพื่อทำนายเหตุการณ์และผลลัพธ์ได้แบบมนุษย์

เขาเคยกล่าวว่า AI ที่ฉลาดจริง จะต้องเข้าใจเหตุและผลของสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ใช่แค่ท่องจำคำตอบจากข้อความ และแนวคิดนี้เองอาจเป็นแกนหลักของสตาร์ตอัปใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น

นอกจากนี้ช่วงปีที่ผ่านมา มีเสียงจากวงในว่าแผนกวิจัย FAIR ที่ LeCun ก่อตั้งเริ่มอ่อนแรง หลัง Meta หันไปโฟกัสกับการพัฒนาโมเดลเชิงพาณิชย์อย่าง Llama มากขึ้น มีรายงานว่าพนักงานด้านวิจัย AI หลายร้อยคนถูกปลด และนักวิจัยระดับหัวกะทิกว่าครึ่งของทีม Llama รุ่นแรกก็ลาออก

ดังนั้น การที่ LeCun เตรียมออกตั้งบริษัทเอง จึงไม่ใช่แค่ย้ายงานธรรมดา แต่มันสะท้อนถึงการแตกต่างทางปรัชญาในเส้นทางสู่ AI ยุคถัดไป ระหว่าง AI ที่ขายได้เร็ว กับ AI ที่เข้าใจโลกจริง

ถ้าเขาทำได้สำเร็จ นี่อาจเป็นอีกจุดเปลี่ยนของวงการ AI ทั้งหมดก็ได้ เพราะอย่าลืมว่าครั้งหนึ่ง LeCun เคยเปลี่ยนโลกมาแล้วด้วย Deep Learning

อ้างอิง: fortunereuters

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

จุฬาฯ ยกทัพ 5 กลุ่มนวัตกรรมโชว์ศักยภาพ Deep Tech สัญชาติไทยสู่เวทีโลก Techsauce Global Summit 2026

CU Innovation Hub ยกทัพ 30+ นวัตกรรมจากจุฬาฯ และสตาร์ทอัพเครือข่าย แบ่ง 5 กลุ่ม Deep Tech, Health & Wellness, Food & Agriculture, Environment & Sustainability, Creative Arts โชว์ศั...

Responsive image

Anthropic เปิดรับสมัครแบรนด์แอมบาสเดอร์ Claude โอกาสทอง ป.ตรี-โท-เอก เงินสนับสนุน กว่า 1 แสน

Anthropic เปิดรับสมัคร Claude Campus Ambassador จ้างนักศึกษาร่วมจัดกิจกรรม AI ในมหาวิทยาลัย รับค่าตอบแทนสูงถึง 120,000 บาท สรุปเงื่อนไขและวิธีสมัครที่นี่...

Responsive image

ทำไมเงินของเราอาจกำลังสร้าง AI สีเขียว ที่ยังไม่มีเกณฑ์วัดชัดเจน ?

ก่อนหยิบของใส่ตะกร้า เราพลิกดูฉลากข้างขวด ดูว่าใครรับรอง เลข อย. อะไร ผลิตที่ไหน ขณะเดียวกัน เงินหลักล้านล้านบาทถูกกู้ไปสร้าง AI data center ภายใต้ฉลาก "สีเขียว" ที่ทำให้ผู้กู้สามา...