อนันดา เตรียมออกหุ้นกู้มูลค่าไม่เกิน 5,000 ล้านบาท แต่งตั้ง 5 สถาบันการเงิน เสนอขายผู้ลงทุนทั่วไป-สถาบัน ต้นปี 65 | Techsauce

อนันดา เตรียมออกหุ้นกู้มูลค่าไม่เกิน 5,000 ล้านบาท แต่งตั้ง 5 สถาบันการเงิน เสนอขายผู้ลงทุนทั่วไป-สถาบัน ต้นปี 65

บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ เตรียมออกและเสนอขายหุ้นกู้มูลค่าไม่เกิน  5,000 ล้านบาท โดยหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากทริส เรทติ้ง ที่ระดับ BBB- พร้อมแต่งตั้ง 5 สถาบันการเงินเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ คาดเสนอขายให้ผู้ลงทุนทั่วไปและผู้ลงทุนสถาบันในช่วงต้นปี 2565 มั่นใจได้รับความสนใจจากผู้ลงทุน จากภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มดีขึ้นชัดเจน และธปท. ผ่อนปรนมาตรการ LTV เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้มากขึ้น เผยแผนปี 2565 เดินหน้า 7 โครงการใหม่ มูลค่า 28,000 ล้านบาท ย้ำฐานะการเงินแข็งแกร่ง ทั้งกระแสเงินสดในมือ และโครงการสร้างเสร็จพร้อมขายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเดือนตุลาคมที่ผ่านมามียอดขายเติบโตจากเดือนกันยายน 2564 ถึง 30%

นายเสริมศักดิ์ ขวัญพ่วง ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN ผู้นำแห่งวงการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับคนเมือง ครองตำแหน่งผู้นำตลาดคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ยื่นข้อมูลเพื่อเสนอขายหุ้นกู้ให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป และผู้ลงทุนสถาบัน ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) แล้ว โดยหุ้นกู้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2564 ที่ระดับ “BBB-” เช่นเดียวกับอันดับเครดิตองค์กร แนวโน้ม “คงที่” (Stable) ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้แต่งตั้งสถาบันการเงิน 5 แห่งเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ ประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย ซีมิโก้ จำกัด โดยคาดว่าจะเสนอขายในช่วงต้นปี 2565 และจะมีการแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับอายุหุ้นกู้และผลตอบแทนให้ผู้ลงทุนทราบอีกครั้ง

บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ เป็นผู้ดำเนินธุรกิจด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทั้งโครงการคอนโดมิเนียม บ้านจัดสรรและทาวน์เฮ้าส์ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยโครงการคอนโดมิเนียมจะเน้นการเชื่อมโยงกับสถานีรถไฟฟ้า เพื่อสร้างความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตของผู้พักอาศัย ส่วนโครงการบ้านจัดสรรและทาวน์เฮ้าส์ เน้นแนวคิดและการออกแบบสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ตอบโจทย์ความต้องการในแต่ละกลุ่มลูกค้า 

ทั้งนี้ แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาจะมีปัจจัยท้าทายที่ต้องเผชิญ แต่บริษัทฯ ยังสามารถสร้างการเติบโตทั้งในด้านยอดขายและยอดโอนที่มีสัญญาณดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยเห็นได้จากช่วงเดือนกรกฎาคม – ตุลาคม 2564 บริษัทฯ มียอดขายเติบโตขึ้นทุกเดือน โดยเฉพาะเดือนตุลาคมมียอดขายเพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายนถึง 30% และในไตรมาสสุดท้ายของปี 2564 คาดว่าจะมียอดขายประมาณ 4,104 ล้านบาท และยอดโอนกว่า 2,557 ล้านบาท ทั้งนี้ การเติบโตมาจากโครงการคอนโดมิเนียมและโครงการแนวราบ นอกจากนี้ บริษัทฯ มียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) กว่า 12,821 ล้านบาท เพื่อรองรับการโอนในระยะ 2 ปีข้างหน้า และในปี 2565 บริษัทฯ มีแผนเปิดโครงการใหม่จำนวน 7 โครงการ มูลค่ากว่า 28,000 ล้านบาท โดยเป็นโครงการคอนโดมิเนียม 5 โครงการ และโครงการแนวราบ 2 โครงการ ด้วยกลยุทธ์ ANANDA NEW BLUE มองหาโอกาสใหม่ ๆ แนวคิดที่พัฒนาที่อยู่อาศัยและบริการในรูปแบบใหม่ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการชีวิตคนเมืองที่ปรับเปลี่ยนไปหลังโควิด 

พร้อมกันนี้ บริษัทฯ มีความแข็งแกร่งทางด้านการเงิน มีศักยภาพในการลงทุนขยายโครงการต่าง ๆ โดยมีเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 3 กว่า 5,900 ล้านบาท และมีเงินสดรับจากการขายและโอนโครงการที่สร้างเสร็จแล้วอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทฯ เพิ่งได้รับเงินเพิ่มทุนเพื่อเสริมความแข็งแกร่งและสภาพคล่องทางการเงิน จำนวนประมาณ 1,292 ล้านบาท ตามที่บริษัทฯ กำหนดไว้ จากจำนวนจองซื้อที่มากถึง 1,716 ล้านบาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยเงินเพิ่มทุนดังกล่าวจะนำไปสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ และลดความจำเป็นในการออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน (Perpetual Bond) เพื่อทดแทน Perpetual Bond 2 รุ่น ที่จะมีอายุครบ 5 ปี ในปี 2565 จำนวนเงินรวม 1,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ มีแผนจะไถ่ถอน Perpetual Bond ดังกล่าว การเพิ่มทุนในครั้งนี้ยังจะช่วยลดภาระต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ ลงได้อีกด้วย สำหรับการออกหุ้นกู้ฯ ในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งในการรองรับจังหวะที่สำคัญในการเติบโตของบริษัทฯ ต่อไป ขณะเดียวกันโครงการของบริษัทฯ ยังคงได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากพันธมิตรชั้นนำระดับอินเตอร์เนชั่นแนล เช่น มิตซุย ฟูโดซัง, บีทีเอส กรุ๊ป, เพรซิเดนท์ ดี เวนเจอร์, ดุสิตธานี, สแครทช์ เฟิร์สท์ และดิ แอสคอทท์ เป็นต้น

สำหรับประเด็นคดีความเรื่องการเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างโครงการแอชตัน อโศก ที่บริษัทฯ ถือหุ้นในโครงการดังกล่าวในสัดส่วน 51% ในลักษณะบริษัทร่วมค้านั้น โครงการนี้ไม่มีภาระหนี้คงเหลือและบริษัทฯ ไม่ได้เป็นผู้ถูกฟ้องร้องโดยตรง ส่งผลให้ความเสียหายสูงสุดที่จะกระทบต่อฐานะทางการเงินของบริษัทฯ จึงถูกจำกัดเพียงมูลค่าของยูนิตที่ยังไม่ได้โอนตามสัดส่วนที่เป็นของบริษัทฯ เท่านั้น ซึ่งตามที่ปรากฎในงบการเงิน ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 มีจำนวน 117 ยูนิต คิดเป็นมูลค่า 838.2 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ อาจได้รับผลกระทบต่อชื่อเสียงและความเชื่อมั่นของลูกค้าต่อบริษัทฯ และโครงการของบริษัทฯ ในอนาคตได้ บริษัทฯ จึงได้มีการเตรียมแผนต่าง ๆ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าและนักลงทุนมากขึ้น ซึ่งรวมถึงการเพิ่มทุนเพื่อเสริมความแข็งแกร่ง และการดำเนินการให้บริษัทร่วมค้ายื่นอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาของศาลปกครองกลางต่อศาลปกคลองสูงสุดเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2564 โดยปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างศาลปกครองสูงสุดแสวงหาข้อเท็จจริง ทั้งนี้บริษัทฯ และบริษัทร่วมค้าเชื่อมั่นว่าการก่อสร้างโครงการดังกล่าวได้ปฏิบัติตามกฎหมายในทุกขั้นตอน

“เรามั่นใจว่า ผู้ลงทุนจะให้ความสนใจลงทุนในหุ้นกู้ของบริษัทฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจลงทุนในช่วงเวลานี้ โดยเฉพาะหลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้มีมติผ่อนปรนมาตรการการปล่อยสินเชื่อ LTV (Loan to Value) สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทำให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น เพราะความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยตรง และจะยิ่งเพิ่มโอกาสในการเติบโตให้กับบริษัทฯ ในอนาคต รวมถึงจะเพิ่มความน่าสนใจให้กับผู้ลงทุนในการเลือกลงทุนหุ้นกู้ฯ ของบริษัทฯ อย่างแน่นอน”  นายเสริมศักดิ์กล่าว

ทั้งนี้ ผู้ลงทุนที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ทั้ง 5 แห่งได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ดังนี้

  • ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โทร.02-111-1111
  • ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) โทร.02-888-8888 ต่อ 819 
  • ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) โทร.02-626-7777
  • บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด  โทร.02-680-4004
  • บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย ซีมิโก้ จำกัด โทร.02-695-5000


RELATED ARTICLE

Responsive image

เงินติดล้อ (TIDLOR) เดินหน้าจัดตั้งคณะกรรมการการลงทุน เสริมความแข็งแกร่ง ขยายธุรกิจรองรับแผนเติบโต

เงินติดล้อ (TIDLOR) เสริมความแข็งแกร่ง ขยายธุรกิจรองรับแผนเติบโต จัดตั้ง ‘คณะกรรมการการลงทุน’ รองรับการพิจารณแผนการลงทุนในด้านต่างๆ สู่การเป็นผู้นำธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นป...

Responsive image

'ยืมมั้ย' ผนึก Bitkub Chain ทุ่ม 500 ล้านบาท เปิดตัวเหรียญ YES พร้อมแพลตฟอร์มเช่าสินทรัพย์ดิจิทัลครั้งแรกในไทย

ยืมมั้ย (Yuemmai) ผู้ให้บริการด้านสินค้าไอที โทรคมนาคม การเงินดิจิทัล และเทคโนโลยี เขย่าวงการ คริปโทฯเมืองไทย จับมือ บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี (BitKub Blockchain Technology) ผู้สร้...

Responsive image

AMATA ปักธงลงทุนพันล้านเหรียญสร้างเมืองทันสมัย สปป.ลาว ปี 65 พัฒนาเฟสแรกนาเตย 410 เฮกตาร์รับอุตสาหกรรมขั้นสูง

AMATA ปักหมุดลงทุนผุดเมืองอุตสาหกรรมทันสมัย AMATA SMART & ECO CITY ในสปป.ลาว หลังรัฐบาลร่วมลงนามในสัญญาอนุมัติให้สัมปทานเข้าพัฒนาที่ดินบนพื้นที่เป้าหมายนาเตย แขวงน้ำทา สำเร็จในระยะ...