บ้านปูฯ เผยไตรมาส 3 ปี 2563 สะท้อนการเปลี่ยนผ่านธุรกิจตามแผนกลยุทธ์ Greener & Smarter

บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลายในระดับนานาชาติ รายงานผลการดำเนินธุรกิจไตรมาสที่ 3 ของปี 2563 สะท้อนประสิทธิภาพของการดำเนินมาตรการลดต้นทุน และบริหารงบลงทุนอย่างรัดกุมตั้งแต่ต้นปี โดยในสามไตรมาสที่ผ่านมา บริษัทฯ เดินหน้าเต็มสูบเพื่อสร้างการเติบโตในพอร์ตธุรกิจที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ Greener & Smarter ทั้งความคืบหน้าในธุรกิจก๊าซธรรมชาติเพื่อรองรับราคาก๊าซธรรมชาติที่คาดการณ์ว่าจะปรับตัวสูงขึ้น รวมทั้งทยอยส่งมอบโซลูชันด้านธุรกิจเทคโนโลยีพลังงานออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง คุณสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ในช่วงเวลาที่ผ่านมา 

บ้านปูฯ ได้รับเสียงสะท้อนจากสื่อและสถาบันที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมพลังงานว่าเป็นหนึ่งในผู้เปลี่ยนผ่านธุรกิจไปสู่ธุรกิจที่ยั่งยืนได้อย่างชัดเจน ด้วยความมุ่งมั่นทุ่มเทในการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG และกลยุทธ์ Greener & Smarter ทำให้เรามีเป้าหมายที่ชัดเจนในการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม แม้เศรษฐกิจโลกในไตรมาส 3 มีสัญญาณฟื้นตัวขึ้นจากครึ่งปีแรก บริษัทฯ ยังคงดำเนินมาตรการลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง และบริหารงบลงทุนอย่างรัดกุม  เน้นการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนในทันทีและมีความเสี่ยงต่ำ รวมทั้งเน้นการรักษาสภาพคล่องทางการเงิน เพื่อสร้างความยืดหยุ่นและสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคง ทั้งนี้เพื่อให้บริษัทฯ มีเสถียรภาพในการเติบโตทางธุรกิจเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผู้มีส่วนได้เสียได้อย่างต่อเนื่อง”

ภาพรวมกลุ่มธุรกิจแหล่งพลังงานในไตรมาสที่ 3 ของปี 2563 บริษัทฯ ยังคงเน้นมาตรการลดต้นทุนการผลิตของเหมืองในทุกประเทศ เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านอุปสงค์และราคาตลาดที่อ่อนตัวลง ในขณะเดียวกัน ได้ต่อยอดกลยุทธ์เพื่อสร้างการเติบโตในธุรกิจก๊าซธรรมชาติ โดยมุ่งขยายธุรกิจต้นน้ำ เน้นมองหาโอกาสเพิ่มเติมในการลงทุนที่สามารถสร้างพลังร่วม (synergy) กับแหล่งก๊าซธรรมชาติ 2 แหล่งที่มีอยู่ ในจังหวะราคาซื้อขายที่ต่ำลง รวมทั้ง มองหาโอกาสการลงทุนเพิ่มเติมในธุรกิจกลางน้ำ เช่น ท่อส่งและระบบโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ของธุรกิจอย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนากระบวนการผลิตของแหล่งก๊าซที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด 

ตอกย้ำความเชื่อมั่นว่า ธุรกิจก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่บริษัทฯ ได้อย่างมั่นคงส่วนกลุ่มธุรกิจผลิตพลังงาน สามารถสร้างกระแสเงินสดและผลกำไรที่แข็งแกร่งให้กับบริษัทฯ ได้อย่างต่อเนื่อง รับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมในสาธารณรัฐประชาชนจีนเพิ่มขึ้นจากปริมาณขายไฟฟ้าและไอน้ำที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งได้รับส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าบีแอลซีพีและโรงไฟฟ้าเอชพีซีอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนมีการผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าได้อย่างราบรื่น รวมถึงการก่อสร้างโครงการต่างๆ ที่ยังคงเป็นไปตามแผน

สำหรับกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน ภายใต้การดำเนินงานของ  ‘บ้านปู เน็กซ์’  รุดหน้านำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์ผู้ใช้บริการ และใกล้ชิดประชาชนมากขึ้น โดยร่วมกับภูเก็ต พัชทรี ทัวร์ นำเรือ ‘บ้านปู เน็กซ์ อีเฟอร์รี่’ (Banpu NEXT e-Ferry) เรือท่องเที่ยวไฟฟ้าทางทะเลลำแรกของไทย มาให้บริการในเส้นทางภูเก็ต-พังงา ยกระดับการบริการด้านการท่องเที่ยวสีเขียว (Green Tourism) รวมทั้งผลักดันสมาร์ทโมบิลิตี้ (Smart Mobility) อันเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาสมาร์ทซิตี้ (Smart City) ส่งเสริมไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ให้หันมาใช้รถพลังงานสะอาดมากขึ้น โดยนำโครงการ ‘Banpu NEXT EV Car Sharing’ มานำร่องเปิดจุดบริการระดับแฟล็กชิพแห่งแรก ‘สามย่านมิตรทาวน์’ ครบครันทั้งจุดรับ-คืนรถ และจุดชาร์จที่ใช้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้งเดินหน้าขยายจุดบริการเช่ารถยนต์ไฟฟ้าทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล เเละต่างจังหวัด

ล่าสุด บ้านปู เน็กซ์ ลงนามความร่วมมือครั้งสำคัญกับ ‘ไทร เบคก้า เอ็นเตอร์ไพร์ส’ พัฒนา ‘โครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำ หรือโซลาร์ลอยน้ำ’ (Solar Floating) กำลังการผลิตรวมสูงถึง 16 เมกะวัตต์ นับเป็นโครงการโซลาร์ลอยน้ำของภาคเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เพื่อเสริมให้นิคมอุตสาหกรรมหลักชัยเมืองยาง จ. ระยอง ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน มีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ยกระดับนิคมอุตสาหกรรมสู่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ 

“แม้จะพบกับความท้าท้ายในยุค “Never normal” บ้านปูฯ ยังคงเดินหน้าดำเนินธุรกิจตามกลยุทธ์ Greener & Smarter ได้อย่างต่อเนื่อง เราพร้อมสร้างความเชื่อมั่นต่อกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียด้วย “อนาคตพลังงานเพื่อความยั่งยืน (Smarter Energy for Sustainability)” โดยเรามุ่งมั่นที่จะสรรสร้างโซลูชันด้านพลังงานแบบครบวงจรที่เหมาะกับความต้องการของลูกค้าแต่ละราย และไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ ด้วยการแสวงหานวัตกรรม และเทคโนโลยีดิจิทัลใหม่ ๆ เพื่อการสร้างความยั่งยืนด้านพลังงานแก่สังคม” คุณสมฤดี กล่าวปิดท้าย 

บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2563 รวม 470 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 14,739 ล้านบาท) โดยมีกำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย ค่าเสื่อมและค่าใช้จ่ายตัดจ่าย (EBITDA) รวม 146 ล้านเหรียญสหรัฐ  เพิ่มขึ้นร้อยละ  103  จากไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม จากการลดลงของปริมาณขายและราคาขายเฉลี่ยของถ่านหินและก๊าซธรรมชาติตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลก แม้จะมีการอ่อนค่าลงของค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลล่าร์สหรัฐที่ส่งผลให้บริษัทฯ รายงานกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 20 ล้านเหรียญสหรัฐ*  ทำให้บริษัทฯ มีผลขาดทุน 16  ล้านเหรียญสหรัฐ 

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

3 พันธมิตรเปิดตัว 'ESG Transformation Team' ปั้นโมเดล CORE TO CROWD สร้างคุณค่าองค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน

3 พันธมิตรใหญ่เปิดตัว ESG Transformation Team ชูโมเดล CORE TO CROWD ปลดล็อกศักยภาพองค์กร ขับเคลื่อนความยั่งยืนสู่ความสำเร็จและสร้างความเชื่อมั่นอย่างแท้จริง...

Responsive image

TECHLEAD NEXT เผยงบ Q1/69 รายได้โตเท่าตัว ธุรกิจเทคฯ ยังขยายตัวต่อเนื่อง ขณะที่ PayGenix กลายเป็นรายได้หลัก

บริษัท เทคลีด เน็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ TL เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 โดยมีรายได้รวม 112.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 100% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนการเติบโตของธุรกิจเทคโ...

Responsive image

L'Oréal เปิดเวที Big Bang 2026 ค้นหาสตาร์ทอัพไทยสาย Beauty Tech ดัน AI, Creator Economy, ความยั่งยืน พร้อมโอกาสสเกลธุรกิจใน 35 ประเทศทั่วโลก

L'Oréal เปิดตัวโครงการ Big Bang 2026 เฟ้นหาสตาร์ทอัพไทยและ SAPMENA ร่วมปฏิวัติวงการ Beauty Tech ด้วย AI, Creator Economy และความยั่งยืน ผู้ชนะรับโอกาสทำโปรเจกต์นำร่องและขยายตลาด 35...