EIC ธนาคารไทยพาณิชย์เผยผลการคาดการณ์เศรษฐกิจไทยหลังผ่านไตรมาสที่ 3 ของปี 2018 พบการชะลอตัว ปรับลดประมาณการเติบโตของทั้งปีเหลือ 4.2 เปอร์เซ็นต์

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานตัวเลข GDP ของไทยในไตรมาส 3 ปี 2018 ขยายตัว 3.3%YOY (เทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อนหน้า) หรือเติบโต 0.0% หากเทียบกับไตรมาสก่อนแบบปรับฤดูกาล ทำให้เศรษฐกิจไทย 3 ไตรมาสแรกของปี 2018 ขยายตัว 4.4%YOY

Analysis

  • เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 3 ชะลอจากอุปสงค์จากต่างประเทศเป็นสำคัญ โดย GDP ไทยในไตรมาสที่ 3 ขยายตัวต่ำสุดในรอบ 7 ไตรมาสที่ 3.3%YOY ชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่ 4.6%YOY นำโดยมูลค่าการส่งออกสินค้าที่แท้จริงในรูปสกุลเงินบาทในไตรมาสที่ 3 ที่หดตัว -0.1%YOY จากการขยายตัวในไตรมาสที่ 2 ที่ 6.8%YOY เป็นผลมาจากเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าสำคัญที่เริ่มชะลอตัว โดยหลายประเทศมีอัตราการเติบโตของ GDP ในไตรมาสที่ 3 ที่ชะลอลงจากไตรมาสก่อนหน้า ทั้ง ยูโรโซน ญี่ปุ่น จีน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ นอกจากนี้มูลค่าการส่งออกสินค้าไทยยังเริ่มได้รับผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนอีกด้วย สำหรับภาคการท่องเที่ยวก็มีการชะลอตัวเช่นกัน โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในไตรมาสที่ 3 ขยายตัวที่ 2.7%YOY ชะลอลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่ 9.1%YOY มีสาเหตุมาจากการลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวจีนในไตรมาสที่ 3 ที่หดตัว -8.8%YOY ลดลงจากการขยายตัวในระดับสูงที่ 21.3%YOY ในครึ่งปีแรก
  • การบริโภคภาคเอกชนเร่งตัวตามยอดขายรถยนต์นั่งเป็นหลัก สำหรับการบริโภคภาคเอกชนในไตรมาสที่ 3 เติบโตสูงสุดในรอบ 22 ไตรมาสที่ 5.0%YOY เร่งขึ้นจากการขยายตัวที่ 4.5%YOY ในไตรมาสก่อนหน้า โดยสินค้าหมวดสินค้าคงทนที่เติบโต 10.6%YOY โดยเฉพาะยอดขายรถยนต์นั่งที่เติบโตถึง 27.0%YOY เร่งขึ้นจาก 25.1%YOY ในไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่การเติบโตของการบริโภคในกลุ่มไม่คงทนซึ่งเป็นตัวแทนการบริโภคของครัวเรือนส่วนใหญ่ทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้า โดยทรงตัว 0.0%YOY ชะลอลงจากการเติบโตในไตรมาสที่ 2 ที่ 0.9%YOY สะท้อนถึงการบริโภคภาคเอกชนยังคงพึ่งพาผู้มีรายได้สูงเป็นหลัก สำหรับการบริโภคภาครัฐยังสามารถขยายตัวได้ดีเช่นกัน โดยขยายตัว 2.1%YOY เร่งขึ้นเล็กน้อยจาก 2.0%YOY ในไตรมาสก่อนหน้า
  • การลงทุนในภาพรวมยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยในไตรมาสที่ 3 ของปี 2018 การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวต่อเนื่องที่ 3.9%YOY เร่งขึ้นจาก 3.7%YOY ในไตรมาสก่อนหน้า นำโดยการลงทุนในเครื่องมือเครื่องจักร และการลงทุนในสิ่งก่อสร้างที่เร่งตัวขึ้นเป็น 3.4%YOY และ 5.4%YOY ในไตรมาสที่ 3 ตามลำดับ จาก 3.3%YOY และ 3.0%YOY ในไตรมาสก่อนหน้าตามลำดับ ขณะที่ด้านการลงทุนภาครัฐขยายตัวที่ 4.2%YOY ชะลอลงจาก 4.9%YOY ในไตรมาสก่อนหน้า ตามการลงทุนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักรโดยเฉพาะการนำเข้าเครื่องบิน ทั้งนี้ การลงทุนภาครัฐยังคงนำโดยการลงทุนของรัฐวิสาหกิจที่ขยายตัวที่ร้อยละ 9.9%YOY เร่งขึ้นจาก 8.9%YOY ในไตรมาสก่อนหน้าซึ่งเป็นการเร่งขึ้นในด้านการก่อสร้างเป็นสำคัญ

Implication

  • อีไอซีปรับลดประมาณการ GDP ปี 2018 ลงเหลือ 4.2% จาก 4.5% ในประมาณการครั้งก่อน ตัวเลข GDP ที่ออกมาในไตรมาสนี้ชะลอลงค่อนข้างมากจากไตรมาสก่อนหน้า อีไอซีมองว่าสาเหตุหลักมาจากการหดตัวของการส่งออกสินค้าและการชะลอลงของภาคการท่องเที่ยวเป็นสำคัญ ส่งผลให้ GDP ทั้งปีของไทยในปี 2018 นี้น่าจะมีค่าเฉลี่ยลดลงมาอยู่ที่ราว 4.2%YOY
  • อุปสงค์จากต่างประเทศในระยะต่อไปน่าจะมีการฟื้นตัวดีขึ้นจากไตรมาส 3 สำหรับด้านการส่งออกสินค้าของไทย อีไอซีมองว่ายังมีโอกาสขยายตัวได้ตามการค้าโลกที่ยังเติบโต ทั้งนี้ ทิศทางการส่งออกของหลายประเทศในเอเชียในเดือนตุลาคมมีสัญญาณดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า เช่น จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลีใต้ เวียดนาม และสิงคโปร์ เป็นต้น อย่างไรก็ดี อัตราการเติบโตของการค้าโลกอาจไม่ได้อยู่ในระดับสูงเหมือนในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2018 จากปัจจัยสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ที่เริ่มมีผลกระทบต่อสินค้าส่งออกที่เกี่ยวข้องแล้ว และมีความเสี่ยงที่จะส่งผลต่อเนื่องและรุนแรงขึ้นในระยะถัดไป ในด้านสถานการณ์การท่องเที่ยวไทยที่ได้รับผลกระทบชั่วคราวจากการลดลงของนักเที่ยวจีนนั้น คาดว่าจะทยอยฟื้นตัวและจะเห็นภาพการฟื้นตัวที่ชัดเจนในตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี 2019 เป็นต้นไป หลังภาครัฐได้ออกมาตรการสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวแล้ว รวมถึงภาคการท่องเที่ยวไทยยังได้ปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของนักท่องเที่ยวชาติอื่นๆ ที่ยังคงรักษาระดับการเติบโตได้ดีในไตรมาสที่ 3 ที่ 7.7%YOY เร่งขึ้นเล็กน้อยจากการเติบโตในครึ่งปีแรกที่ 7.4%YOY อย่างไรก็ตาม การลดลงของนักท่องเที่ยวจีนที่มีการใช้จ่ายต่อหัวโดยเฉลี่ยราว 5.5 หมื่นบาทต่อคนต่อทริป ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวชาติในอาเซียนที่เข้ามาทดแทนในช่วงหลัง ที่ใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ราว 3.1 หมื่นบาทต่อคนต่อทริป ส่งผลให้การเติบโตด้านรายได้จากการท่องเที่ยวอาจชะลอลงกว่าในช่วงก่อนหน้าที่การเติบโตของนักท่องเที่ยวจีนอยู่ในระดับสูง
  • การลงทุนในประเทศยังคงขยายตัวได้แม้การส่งออกชะลอตัว แม้ว่าในอดีตที่ผ่านมาการเติบโตของการลงทุนภาคเอกชนจะค่อนข้างอิงอยู่กับสภาวะของการส่งออกเป็นหลัก แต่ในไตรมาสนี้ภาคเอกชนมีการเร่งลงทุนมากขึ้นแม้การส่งออกจะชะลอตัวลงชัดเจน อีไอซีวิเคราะห์ว่าน่าจะมีสาเหตุมาจากปัจจัยสนับสนุนการลงทุนในด้านอื่นๆ ที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนการลงทุนของประเทศนอกเหนือไปจากการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนในส่วนที่ได้อานิสงส์จากโครงการเมกะโปรเจกต์ด้านคมนาคมของภาครัฐที่ยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง รวมถึงการส่งเสริมการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่เริ่มเห็นความสนใจจากภาคเอกชนชัดเจนมากขึ้น สะท้อนจากตัวเลขการขอรับการส่งเสริมการลงทุนที่เพิ่มขึ้นสูงมากกว่าเท่าตัวในช่วงครึ่งปีแรก และยอดการจดทะเบียนบริษัทที่เติบโตสูงขึ้นในเขต EEC ในกลุ่มธุรกิจที่คาดว่าน่าจะเป็นการลงทุนเพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง เช่น ธุรกิจอสังหาฯ การก่อสร้าง เป็นต้น
  • รายได้ครัวเรือนไทยยังฟื้นตัวช้า ส่งผลการบริโภคภาคเอกชนยังเติบโตแบบไม่กระจายตัว โดยการบริโภคสินค้าไม่คงทนซึ่งสะท้อนการบริโภคของกลุ่มครัวเรือนรายได้น้อยและปานกลางทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้า โดยเติบโต 0.0%YOY ซึ่งชะลอลงจากระดับการขยายตัวที่ต่ำอยู่แล้วในไตรมาสที่ 2 ที่ 0.9%YOY อีไอซีมองว่าส่วนหนึ่งมาจากการที่รายได้ครัวเรือนไทยเติบโตในระดับต่ำ โดยในไตรมาสที่ 3 รายได้เกษตรกร และค่าจ้างเฉลี่ยของลูกจ้างขยายตัวได้ที่เพียง 1.1%YOY และ 1.8%YOY ตามลำดับ ชะลอลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่ 1.6%YOY และ 2.0%YOY ตามลำดับ ซึ่งอีไอซีมองว่าแรงกดดันประการหนึ่งของรายได้ที่โตช้ามาจากอุปทานส่วนเกิน (slack) ที่มีอยู่ในตลาดแรงงานสะท้อนจากจำนวนชั่วโมงการทำงานเฉลี่ยที่ลดน้อยลงตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้เศรษฐกิจจำเป็นต้องมีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องอีกสักระยะเพื่อให้ slack ลดลงและนำไปสู่การเร่งตัวของค่าจ้างต่อไป นอกจากนี้ หนี้ครัวเรือนไทยยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 77.5% ต่อ GDP ดังนั้น ด้วยรายได้ที่ขยายตัวอย่างช้าๆ และหนี้ที่ยังอยู่ในระดับสูงโดยเฉพาะครัวเรือนรายได้น้อย ส่งผลให้แนวโน้มการใช้จ่ายภาคครัวเรือนอาจยังไม่สามารถเร่งตัวได้รวดเร็วนัก การขยายตัวของการบริโภคภาคเอกชนในภาพรวมจึงยังคงพึ่งพาการใช้จ่ายของผู้มีรายได้สูง และความคึกคักของตลาดรถยนต์อันเป็นผลมาจากการกลับมาซื้อรถยนต์ของผู้หมดภาระจากหนี้รถยนต์คันแรกและการกระตุ้นยอดขายด้วยโปรโมชั่นและสินเชื่อ

RELATED ARTICLE

Responsive image

Shopee เผยสถิติผู้ใช้งานมากกว่า 80 ล้านครั้ง และขายสินค้า 80 ล้านชิ้น ในแคมเปญ 12.12 Birthday Sale

‘Shopee’ สร้างประวัติศาสตร์ความสำเร็จ ในแคมเปญ 12.12 Birthday Sale ด้วยสถิติผู้ใช้งานมากกว่า 80 ล้านครั้ง และขายสินค้าได้ 80 ล้านชิ้น พร้อมเผยสถิติใหม่! กับ Shopee Live ที่มีการใช้...

Responsive image

Krungsri เปิดตัวประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์คนใหม่

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ในเครือมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) หนึ่งในกลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดของโลก แต่งตั้งคุณกฤติยา ศรีสนิทดำรงตำแหน่งประธานคณะเจ้าหน...

Responsive image

Spotify เผยโฉมแคมเปญ Wrapped ทั่ว SEA สะท้อนพฤติกรรมการฟังเพลงของผู้ใช้ตลอดปี 2019

แคมเปญนี้จะโลดแล่นอยู่บนสื่อดิจิทัล สื่อนอกบ้าน (OOH) โซเชียลมีเดีย และโทรทัศน์ในประเทศไทย อินเดียนีเซีย และฟิลิปปินส์ไปจนถึงสิ้นปีนี้ โดยจะฉายข้อมูลการสตรีมของศิลปินที่สุดแห่งปี...