Facebook เผยผลลัพธ์การใช้ Digital Marketing ช่วยเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมยานยนต์

Facebook ประเทศไทย ได้จัดงาน ‘Mobile Moves Metal’ ให้กับแบรนด์รถยนต์ค่ายต่างๆ และเอเจนซี่คู่ค้าในประเทศไทย งานครั้งนี้เกิดขึ้นจากความมุ่งมั่นของ Facebook ที่ต้องการเสริมการให้การสนับสนุนกับธุรกิจขนาดใหญ่เพื่อจัดการกับความท้าทายในการดำเนินกลยุทธ์ด้านดิจิตอลเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสู่อนาคตของยุคแห่งโทรศัพท์มือถือ 

อัตราการเติบโตอย่างรวดเร็วของการใช้งานโทรศัพท์มือถือได้มีอิทธิพลต่อไลฟ์สไตล์และความคาดหวังของคนไทย ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อกลยุทธ์การตลาดและเครื่องมือต่างๆ ที่ใช้วัดผล ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ธุรกิจจำนวนมากในประเทศไทยรวมถึงธุรกิจยานยนต์ตระหนักดีว่า ในปัจจุบัน เส้นทางการซื้อสินค้าของผู้บริโภคไม่ได้มีรูปแบบเหมือนในอดีต และได้ปรับกลยุทธ์การตลาดให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้อย่างประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตาม องค์กรต่าง ๆ จำเป็นต้องพยายามเร่งพัฒนากลยุทธ์เชิงดิจิตอลของพวกเขาอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อสร้างผลกำไรจากโอกาสในการเติบโตในประเทศไทยซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 318,000 ล้านบาทในปัจจุบัน จากการวิเคราะ์โดย BGC ในปี 2018

คุณจอห์น แวกเนอร์ กรรมการผู้จัดการ Facebook ประเทศไทย กล่าวว่า เราได้พบเห็นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่น่าประทับใจจำนวนมากในอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย จากการที่ผู้ผลิตเริ่มปรับเปลี่ยนกระบวนการทางความคิด ด้วยการคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคและประสบการณ์การใช้งานโทรศัพท์มือถือเป็นหลักมากขึ้น จากจำนวนคนไทยที่ใช้งาน Facebook ถึง 51 ล้านคนต่อเดือน ทำให้ Facebook มีหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มในการค้นหาข้อมูลสำหรับผู้ใช้งานชาวไทย ทั้งนี้ ผู้บริโภคชาวไทยกำลังอยู่ในระหว่างขั้นตอนการปฏิรูปสู่ดิจิตอล และ Facebook มุ่งมั่นที่จะช่วยให้ผู้ผลิตยานยนต์ในประเทศไทยก้าวล้ำหน้าอยู่เสมอ เพื่อผลักดันการเติบโตเชิงธุรกิจและเข้าถึงผู้บริโภคที่เชี่ยวชาญในการใช้โทรศัพท์มือถือได้มากขึ้น

เรื่องราวแห่งความสำเร็จ: การผลักดันให้เกิดการพิจารณาซื้อรถยนต์ผ่านนวัตกรรมบน Facebook

ในขณะที่ยอดขายยังคงเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับบริษัทยานยนต์อย่างต่อเนื่อง แบรนด์รถยนต์บางค่ายได้เปลี่ยนแนวคิดด้านการตลาดแบบเดิมที่ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์เป็นหลัก มาสู่การกำจัดอุปสรรคต่าง ๆ  และการทดลองใช้ฟีเจอร์ที่ล้ำสมัยบน Facebook

บริษัท นิสสัน ประเทศไทย ต้องการลองใช้วิธีการที่แตกต่างในการผลักดันการพิจารณาการซื้อรถยนต์รุ่น นิสสัน เทียน่า (Nissan Teana) ในประเทศไทย และสร้างการเชื่อมต่อที่มีความหมายกับลูกค้าระหว่างทุกขั้นตอนของเส้นทางการซื้อผลิตภัณฑ์ ทางบริษัทจึงได้นำกลยุทธ์ที่ให้ความสำคัญกับโทรศัพท์มือถือเป็นอันดับแรก มาใช้กับแผนการตลาดทั้งหมด ด้วยการใช้งาน Facebook และ Instagram เพื่อการสื่อสารที่ปรับให้เข้ากับผู้บริโภคเป้าหมาย ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ

นอกจากนี้ บริษัท นิสสัน ประเทศไทย ยังเป็นธุรกิจรายแรกที่ได้ทดลองและประสบความสำเร็จในการใช้งาน “การดูหน้าเริ่มต้น” (Landing Page View) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Facebook ที่ช่วยปรับการแสดงโฆษณาต่อผู้ใช้งานที่มีแนวโน้มในการเยี่ยมชมหน้าเริ่มต้นที่กำหนดไว้ให้เหมาะสม ด้วยจุดมุ่งหมายเพื่อการคลิกลิงก์ โดยทางบริษัทได้สร้างยอดคลิกและการเยี่ยมชมที่มีคุณภาพสู่หน้าเริ่มต้นของเว็บรถยนต์ นิสสัน เทียน่า โดยเพิ่มอัตราการเปลี่ยนแปลงของการดูหน้าเริ่มต้นได้สูงถึง125 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งยังลดต้นทุนต่อการดูหน้าเว็บได้ถึง 93 เปอร์เซ็นต์

คุณสุรีทิพย์ ละอองทอง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท นิสสัน ประเทศไทย กล่าวว่า การใช้นวัตกรรมใหม่ๆ คือหัวใจสำคัญสู่ความสำเร็จของนิสสันในประเทศไทย และเพื่อผลักดันการพิจารณาซื้อรถยนต์ บริษัท นิสสัน ประเทศไทย จึงได้ทดลองใช้งานโซลูชั่นใหม่ของ Facebookอย่างเต็มรูปแบบ และใช้เครื่องมือวัดผล เช่น Split Testing เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ฟีเจอร์การปรับการดูหน้าเริ่มต้นให้เหมาะสม ช่วยให้เราประสบความสำเร็จในการลดต้นทุนต่อครั้งของการเยี่ยมชมเว็บไซต์เป็นอย่างยิ่ง

เคล็ดลับเกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือและ Facebook สำหรับแบรนด์ผู้ผลิตยานยนต์

ปรับเปลี่ยนการให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์สู่ผู้บริโภค

ในปัจจุบัน แบรนด์ผู้ผลิตยานยนต์ส่วนใหญ่มักวางกลยุทธ์ตามแผนการเปิดตัวสินค้าที่โดดเด่นหรือมหกรรมการแสดงสินค้าครั้งใหญ่ เช่น มหกรรมยานยนต์นานาชาติในประเทศไทย แต่แท้จริงแล้ว ผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกกระตุ้นด้วยการเปิดตัวสินค้าหรืองานมหกรรมต่างๆ ของอุตสาหกรรมนี้ พวกเขาสามารถถูกกระตุ้นให้ซื้อสินค้าได้ตลอดทั้งปี โดยมีแรงจูงใจมาจากเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ในชีวิตของพวกเขา เช่น การเริ่มต้นครอบครัวใหม่ เป็นต้น

การวัดผลลัพธ์ที่สำคัญ

การเปลี่ยนไปให้ความสำคัญกับผู้บริโภคเป็นอันดับแรกส่งผลให้จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงขั้นตอนการวัดผล แทนที่ แบรนด์ต่างๆ จะนับจำนวนคลิกและการมีส่วนร่วมเหมือนที่ผ่านมา แบรนด์ควรให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ที่มีความหมายมากกว่านั้น ฟีเจอร์ Conversion Lift ของ Facebook ช่วยให้แบรนด์ยานยนต์ต่างๆ สามารถวัดผลลัพธ์ที่เป็นจริงได้ เช่น จำนวนครั้งในการเยี่ยมชมเว็บของตัวแทนจำหน่าย หรือจำนวนครั้งของการทดลองขับรถ เป็นต้น

คุณจอห์น แวกเนอร์ กล่าวเสริมว่า “ไม่ว่าจุดประสงค์ของคุณจะเป็นการสร้างแบรนด์ การประกาศวิสัยทัศน์ของคุณให้โลกรู้ การให้ความช่วยเหลือผู้ซื้อในการเลือกซื้อรถ หรือการสร้างความจงรักภักดีกับลูกค้าที่ซื้อรถไปแล้วนั้น ได้มีการเปลี่ยนแปลงจากการสร้างสรรค์แคมเปญแบบเดิมและให้ความสำคัญกับสินค้าเป็นหลัก มาสู่การสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมาย “อย่างสม่ำเสมอ” กับผู้บริโภคคือหัวใจสำคัญสู่ความสำเร็จ ซึ่งหมายถึงการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ตามสิ่งที่ลูกค้าใช้เวลาด้วยมากที่สุด นั่นก็คือโทรศัพท์มือถือนั่นเอง”

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

LH Fund เปิดตัวกองทุน ‘LHHUMANOID’ เจาะตลาดหุ่นยนต์ 4.7 ล้านล้านดอลลาร์ เปิดจอง IPO วันที่ 3-8 เม.ย. 69

LH Fund เปิด IPO กองทุน LHHUMANOID 3-8 เม.ย. 69 ลุยลงทุนแบบ Pure-play ในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์และ AI รับวิกฤตขาดแคลนแรงงานโลก คาดมูลค่าตลาดพุ่งแตะ 4.7 ล้านล้านดอลลาร์ พลิกโฉ...

Responsive image

MarTech Expo 2026 งานรวมพลคนการตลาดที่อัดแน่นกว่า 120 โซลูชันเพื่อธุรกิจ

สรุปภาพรวมความสำเร็จงาน MarTech Expo 2026 มหกรรมเทคโนโลยีการตลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุด อัดแน่นด้วยความรู้จาก 42 เซสชัน 120 โซลูชันธุรกิจ และการประกาศรางวัลสุดยอดนวัตกรรม เตรียมพร้อมรับม...

Responsive image

Synology เตือนภัยไซเบอร์ของประเทศไทยพุ่งสูง 164% สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก พร้อมเปิดทางรอดธุรกิจปี 2569

Synology เผยภัยไซเบอร์ไทยพุ่ง 164% แซงค่าเฉลี่ยโลก ทุบสถิติแรนซัมแวร์อาเซียน หวั่นกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล แนะธุรกิจเร่งสร้างภูมิคุ้มกันไซเบอร์ (Cyber Resilience) เน้นกู้คืนข้อมูลไว รอ...