4 เทรนด์ความนิยม สไตล์การออกแบบบ้าน ที่ถูกค้นหาบนโลกออนไลน์ | Techsauce

4 เทรนด์ความนิยม สไตล์การออกแบบบ้าน ที่ถูกค้นหาบนโลกออนไลน์

Wazzadu.com เปิดเผยข้อมูลจาก Wazzadu Social Insight Report การเจาะลึกเทรนด์หรือแนวโน้มด้านความนิยมสไตล์การออกแบบของสังคมออนไลน์ ที่เป็นความร่วมมือระหว่าง Wazzadu.com (อยู่ภายใต้กลุ่มบริษัท บารามีซี่) และทาง Computerlogy ผู้เชี่ยวชาญการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเก็บข้อมูลบนออนไลน์ ซึ่งข้อมูลที่จัดทำเป็นการใช้ข้อมูลจาก SocialEnable ที่เป็นระบบ Social Listening Tool นำไปสู่การวิเคราะห์จากทีมกลยุทธ์ของบริษัท Baramizi Group ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ธุรกิจสามารถต่อยอดการขับเคลื่อนเชิงกลยุทธ์ได้ โดยครั้งนี้เราได้จัดทำข้อมูลกับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับการตกแต่งก่อสร้าง (Architectural Material)

จากการเก็บข้อมูลใน Wazzadu Platform ที่เป็นระดับ Trend Spotter เราได้แนวโน้ม Signal ที่น่าสนใจของอุตสาหกรรมนี้ และนำไปกวาดข้อมูลบนโลกโซเชียลที่เกี่ยวข้องกับ Signal ดังกล่าว โดยเราทำการเก็บในช่วงมิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา พบว่ามีสัดส่วนการพูดถึงประเด็นที่เกี่ยวกับ Micromoment ต่างๆ กับเป็นแนวโน้ม Signal ของอุตสาหกรรม โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจ และมีข้อเสนอแนะเพื่อเป็นเข็มทิศทางกลยุทธ์ ดังนี้

เทรนด์ที่ 1 การพูดถึง “เทรนด์การออกแบบบ้าน” มีการพูดถึงบนโลกออนไลน์ที่สอดรับกับพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายดังนี้

พูดถึงในขั้นตอนหา Inspiration สูงที่สุด 76.6% รองลงมา Specification 15.7% และพูดถึงในขั้นตอน Maintainance 6.2% โดยมี Top 4 Keywords ที่พูดถึงสไตล์การตกแต่งบ้าน และ Top 4 ที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรม (Micromoment) ซึ่งแบ่งคะแนนสูงสุด ให้เห็นเป็นสัดส่วนของการพูดถึง (Mention) และค่าการมีปฏิสัมพันธ์ (EV) 

ข้อเสนอแนะเพื่อเป็นเข็มทิศทางกลยุทธ์ ระยะสั้น 1-2 เดือน 

เทรนด์ที่ 2 การพูดถึง “การปรับปรุง ต่อเติม ดูแลรักษาบ้าน” มีการพูดถึงบนโลกออนไลน์ที่สอดรับกับพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายดังนี้

พูดถึงในขั้นตอนหา Inspiration สูงที่สุด 54.1% รองลงมา Maintainance 29.3 % และพูดถึงในขั้นตอน Installation 7.9% โดยมี Top 4 Keywords ที่พูดถึงเกี่ยวกับการปรับปรุง ต่อเติม ดูแลรักษาบ้าน และ Top 4 ที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรม (Micromoment) ซึ่งแบ่งคะแนนสูงสุด ให้เห็นเป็นสัดส่วนของการพูดถึง (Mention) และค่าการมีปฏิสัมพันธ์ (EV)

ข้อเสนอแนะเพื่อเป็นเข็มทิศทางกลยุทธ์ ระยะสั้น 1-2 เดือน

เทรนด์ที่ 3 การพูดถึง “การทำให้บ้านไม่ร้อน” มีการพูดถึงบนโลกออนไลน์ที่สอดรับกับพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายดังนี้

พูดถึงในขั้นตอนหา Inspiration สูงที่สุด 47.3% รองลงมา Specification 29.5 % และพูดถึงในขั้นตอน Installation 11.4% โดยมี Top 4 Keywords ที่พูดถึงการทำบ้านให้ไม่ร้อน และ Top 4 ที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรม (Micromoment) ซึ่งแบ่งคะแนนสูงสุด ให้เห็นเป็นสัดส่วนการพูดถึง (Mention) และค่าการมีปฏิสัมพันธ์ (EV)

ข้อเสนอแนะเพื่อเป็นเข็มทิศทางกลยุทธ์ ระยะสั้น 1-2 เดือน

เทรนด์ที่ 4 การพูดถึง “วัสดุเหมือนธรรมชาติ” มีการพูดถึงบนโลกออนไลน์ที่สอดรับกับพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายดังนี้

พูดถึงในขั้นตอนหา Inspiration สูงที่สุด 54.8% รองลงมา Specification 28.8 % และพูดถึงในขั้นตอน Installation 5.2% โดยมี Top 4 Keywords ที่พูดถึงวัสดุเสมือนธรรมชาติ และ Top 4 ที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรม (Micromoment) ซึ่งแบ่งคะแนนสูงสุด ให้เห็นเป็นสัดส่วนการพูดถึง (Mention) และค่าการมีปฏิสัมพันธ์ (EV)

ข้อเสนอแนะเพื่อเป็นเข็มทิศทางกลยุทธ์ ระยะสั้น 1-2 เดือน

และนี่คือภาพรวมสถิติที่น่าสนใจตามเทรนด์ที่เกิดขึ้น กับพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย

จากข้อมูลที่ทุกท่านเห็นนี้ เจ้าของแบรนด์สามารถนำไปใช้ให้เกิดประสิทธิภาพการตลาดได้อย่างไร?

เจ้าของแบรนด์เมื่อเห็นข้อมูลเหล่านี้แล้ว สามารถนำไปกำหนดเป็นกลยุทธ์ทางการตลาด (Marketing Strategy) เช่น การพัฒนาสินค้า การพัฒนาด้านการขาย และการสื่อสารแบรนด์ ซึ่งด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน และการเปลี่ยนไปของรูปแบบการทำการตลาด สิ่งที่จะทำให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย / ผู้ใช้งาน เครื่องมือสำคัญ คือ เคร่ื่องมือการตลาดออนไลน์ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทำการตลาดผ่านกลยุทธ์ด้าน Content เป็นหลัก ดังนั้นการทำความเข้าใจกับวิธีการที่ถูกต้องนั้นจะก่อให้เกิดความยั่งยืนของธุรกิจไปพร้อมกับการสร้างยอดขายควบคู่ไปด้วย 

โดยการทำ Content นั้นมีหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับวัตุประสงค์ของทางเจ้าของแบรนด์ ที่ต้องการส่งสารไปยังกลุ่มเป้าหมาย 

ทั้งนี้หากเจ้าของแบรนด์จะวางแผนการปรับทิศทางการทำการตลาดให้เหมาะสมกับแบรนด์ของตนเอง ควรมีกระบวนการที่นำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น ผ่านกระบวนการทำ Data Strategic Compass Workshop เป็นต้น

โดยสรุปประโยชน์ของการหา Social Insight สำหรับนำไปใช้การเพิ่มพลังการตลาดให้กับแบรนด์

  • เข้าในพฤติกรรมของผู้บริโภคหรือลูกค้ามากขึ้น สามารถพัฒนาสินค้าที่ตรงเป้าหมายและตรงความต้องการยิ่งขึ้น 
  • การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เพิ่ม Productivity 
  • เข้าใจสภาพตลาด และคาดคะเนความต้องการของลูกค้า เพื่อมาปรับกลยุทธ์การตลาด ปรับปรุงบริการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 
  • เข้าใจคาดคะเนแนวโน้มของกระแสที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อเตรียมรับมือสภาวการณ์
  • เข้าใจภาพลักษณ์และจุดยืนของแบรนด์ในมุมมองของตลาดและผู้บริโภค

สำหรับหน่วยงานใดสนใจข้อมูล Social Insight Trend Report หรือต้องการใช้งาน Social Insight Data Platform นี้ สามารถติดต่อได้ที่ [email protected] หรือ Facebook: Wazzadu.com 


RELATED ARTICLE

Responsive image

เทศบาลนครแหลมฉบัง ผนึก UTE เดินหน้าโครงการ Smart City วางระบบแฟลต์ฟอร์ม บริหารจัดการเมือง

เทศบาลนครแหลมฉบัง จับมือ UTE เดินหน้าโครงการ Smart City นำเทคโนโลยีดิจิทัลสร้างเมืองอัจฉริยะ ด้าน “Smart Community” ภายใต้แนวคิดประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ตอบโจทย์ความต้องการของชุมชน และ...

Responsive image

Microsoft เปิดตัวโครงการ Code; Without Barriers ลดช่องว่างระหว่างเพศ เพิ่มโอกาสในสายงานเทคอย่างเท่าเทียม

Microsoft ได้จับมือกับองค์กรพันธมิตร 13 รายจาก 9 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อประกาศเปิดตัวโครงการ Code; Without Barriers ในวันนี้ ภายใต้จุดมุ่งหมายในการลดช่องว่างทางโอกาสระ...

Responsive image

Oracle Corporation ผนึก สสอท. สร้าง Oracle Academy เสริมทักษะด้านเทคโนโลยีให้เด็กไทย

สมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สสอท.) และ Oracle Corporation ประเทศไทย ร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำ 39 แห่ง พัฒนาต่อยอดทักษะด้านคอมพิวเตอร์ให้กับนักศึกษา และบุคลากรทางการศึกษา...