เจาะอินไซต์ภารกิจสุดล้ำของ GISTDA กับการนำเทคโนโลยีเพื่อการบริหารจัดการภัยพิบัติ

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ จิสด้า (GISTDA) ในฐานะหน่วยงานภาครัฐที่มีภารกิจในการพัฒนา และนำเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ตลอดจน องค์ความรู้ และนวัตกรรมใหม่ๆ มาสนับสนุนในการบูรณาการงานด้านข้อมูลเชิงลึกให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำไปสู่การบริหารจัดการ ทั้งการวางแผน การประเมิน การสำรวจ และการติดตาม เพื่อช่วยในการบรรเทาและฟื้นฟูอย่างมีประสิทธิภาพ จะพามาเจาะลึกอินไซต์ภารกิจสุดล้ำของ GISTDA กับการนำเทคโนโลยีเพื่อการบริหารจัดการภัยพิบัติ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย

เจาะอินไซต์ภารกิจสุดล้ำของ GISTDA กับการนำเทคโนโลยีเพื่อการบริหารจัดการภัยพิบัติเนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่าปัจจุบันทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยนั้นต้องเจอกับปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็น พายุ น้ำท่วม ไฟป่า ความแห้งแล้ง ปัญหาเหล่านี้นำมาซึ่งความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินเป็นอย่างมาก ส่งผลกระทบทั้งในเชิงเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม 

โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ประเทศไทยเองนั้น ก็ได้เผชิญกับปัญหาน้ำมันรั่วบริเวณทุ่นผูกเรือน้ำลึกในทะเลมาบตาพุด จ.ระยอง ส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายต่อทั้งทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นวงกว้าง จนนำมาสู่การตั้งคำถามว่าจะดีแค่ไหนหากประเทศไทยมีเทคโนโลยีที่สามารถช่วยบริหารจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก แสดงผลแบบเรียลไทม์ เพื่อใช้แก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที ลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ตลอดจนการป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต 

 บริหารจัดการวิกฤตไฟป่า – น้ำท่วม ผ่านดาวเทียมสำรวจทรัพยากร

สถานการณ์ไฟป่าและสถานการณ์น้ำท่วม นับเป็นภัยพิบัติที่เกิดขึ้นเป็นประจำซึ่งประเทศไทยได้เผชิญปัญหาเหล่านี้มาอย่างต่อเนื่องและเป็นเวลายาวนาน ทั้งเกิดจากสาเหตุทางธรรมชาติและสาเหตุจากพฤติกรรมของมนุษย์ การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่เกิดขึ้นจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นเร่งด่วน เพื่อลดความสูญเสียทั้งทางตรงและทางอ้อม ในเรื่องของการบริหารจัดการวิกฤตไฟป่า 

GISTDA ได้นำเทคโนโลยีดาวเทียมมาใช้ในการตรวจจับจุดความร้อน (Hotspot) โดยดึงข้อมูลจากข้อมูลดาวเทียมระบบ Terra/Aqua และ Suomi NPP เพื่อบริหารจัดการและติดตามสถานการณ์เป็นบริเวณกว้าง ประกอบกับการใช้เทคโนโลยี ‘โดรนเวตาล’ ในการลาดตระเวนและยืนยันการเกิดไฟป่า นอกจากนี้ GISTDA ยังได้พัฒนาระบบ FAIPA เพื่อบูรณาการการประมวลผลและแสดงผลข้อมูลในระดับใกล้เคียงเวลาจริงที่สุด (Near Real Time) ผ่านทาง Web Application และ Mobile Application

 เฉกเช่นเดียวกับการบริหารจัดการน้ำท่วม GISTDA จัดทำระบบ Thailand Flood Monitoring System โดยดึงข้อมูลภาพจากดาวเทียมระบบเรดาร์ รวบรวมเป็นสถิติ วิเคราะห์ข้อมูลส่งต่อให้กับหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบและที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปใช้สนับสนุนการบริหารจัดการตามภารกิจ ทั้งด้านการวางแผน การติดตาม การประเมินสถานการณ์ และการฟื้นฟูความเสียหายต่อไป

สร้างแพลตฟอร์ม ‘ออนไลน์’ ตรวจสอบคุณภาพอากาศอย่างแม่นยำ

หนึ่งในปัญหาที่คนไทยประสบในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาและคงยังเผชิญกันอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน คือปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่ได้สร้างผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้คนในทุกระดับ โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองขนาดใหญ่ ที่มีสภาพการจราจรคับคั่งและเต็มไปด้วยสิ่งปลูกสร้าง รวมไปถึงพื้นที่ในชนบทห่างไกล ซึ่งมีการเผาเพื่อทำการเกษตร อย่างไรก็ดี GISTDA เล็งเห็นถึงความสำคัญในการบริหารจัดการและแก้ไขเรื่องปัญหาคุณภาพอากาศ PM 2.5 ซึ่งต้องอาศัยข้อมูลที่นอกเหนือกจากค่าการตรวจวัดที่ได้จากสถานีตรวจวัดฯ 

GISTDA จึงบูรณาการความร่วมมือกับหลายภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคการศึกษา พัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่นำฐานข้อมูลของข้อมูลจากดาวเทียม ข้อมูลภูมิสารสนเทศ และข้อมูลจากสถานีตรวจวัดที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการ PM 2.5 เชิงพื้นที่ มาผสมผสานเชื่อมโยงกัน วิเคราะห์เป็นข้อมูลแสดงผลเป็นแผนที่ในภาพรวมของประเทศ เพื่อหาสาเหตุแหล่งกำเนิด รวมถึงการวางแผนป้องกัน ควบคุม ในระดับนโยบายต่อไป 

นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาแอปพลิเคชันที่ชื่อว่า “เช็คฝุ่น” ไว้บริการสำหรับภาคประชาชนให้สามารถใช้งานได้ด้วยตัวเอง ซึ่งจะทำให้รับรู้ และเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็ว และถูกต้อง สามารถหลีกเลี่ยงและป้องกันอันตรายจากมลภาวะทางอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ แอปพลิเคชันที่ชื่อว่า “เช็คฝุ่น” ถือเป็น 1 ใน 2 แปพลิเคชั่นที่จัดทำโดยหน่วยงานในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันสามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้แล้ว

เทคโนโลยี Remote Sensing ... พลิกวิกฤตการณ์น้ำมันรั่วอ่าวไทย 

เหตุการณ์วิกฤตการณ์น้ำมันรั่วบริเวณทุ่นผูกเรือน้ำลึกในทะเลมาบตาพุด จ.ระยอง เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2565 ได้สร้างแรงกระเพื่อมทางสังคมไทย ตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในบริเวณโดยรอบ รวมถึงส่งผลต่อภาคเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่หยุดชะงัก ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องระดมสรรพกำลังในการยับยั้งและแก้ไขวิกฤตการณ์ดังกล่าว 

GISTDA ในฐานะหน่วยงานที่สนับสนุนข้อมูลโดยใช้เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ได้ติดตาม วิเคราะห์สถานการณ์อย่างใกล้ชิดผ่านเทคโนโลยีด้านการรับรู้ระยะไกล (Remote Sensing) ที่สามารถช่วยตรวจสอบคราบน้ำมันที่ลอยอยู่กลางทะเล นอกจากนี้ ยังได้ตรวจสอบร่วมกับข้อมูลจากสถานีเรดาร์ชายฝั่งของ GISTDA ซึ่งเป็นสถานีที่ติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดกระแสน้ำ คลื่น และกระแสลม ในพื้นที่อ่าวระยอง ประมวลผลร่วมกับแบบจำลอง NOAA (National Oceanic and Atmospheric Administration) ช่วยในการวิเคราะห์และคาดการณ์การแพร่กระจายตัวของคราบน้ำมันและพื้นที่ชายฝั่งที่ได้รับผลกระทบ โดยข้อมูลที่ได้จะส่งต่อไปให้ศูนย์บัญชาการสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ปฏิบัติโดยมีหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมให้ข้อมูลและวางแผนการขจัดคราบน้ำมันเพื่อเร่งแก้ไขวิกฤตในครั้งนี้ได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที

อย่างไรก็ตาม GISTDA ยังคงมุ่งมั่นวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านอวกาศและภูมิสารสนเทศต่อไปเพื่อให้สามารถรองรับการบริหารจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที เพื่อลดความเสียหายที่เกิดต่อชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นในอนาคตของประเทศ

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

NIA และสมาคม Health Tech กางตัวเลขความสำเร็จ Thailand Innovation Hub ดันเศรษฐกิจหมุนเวียนแตะ 5 หมื่นล้าน

NIA และ สมาคมเฮลท์เทค เปิดผลสำเร็จ Thailand Innovation Hub กลุ่มการแพทย์และสุขภาพ ดันเศรษฐกิจหมุนเวียน 50,000 ล้าน ผู้ใช้งานกว่า 4 ล้านคน สร้างรายได้ในโครงการ 21 ล้านบาท และเป้ายอด...

Responsive image

SCG เผยวินัยทางการเงินปี 68 เข้มจัด! ปิดงบด้วยกระแสเงินสด 5.5 หมื่นล้าน มั่นใจปี 69 โตต่อแน่แม้ความท้าทายเพียบ!

ปี 2568 SCG บริหารกระแสเงินสดได้ 5.5 หมื่นล้านบาท แกร่งกว่าปี 2567 เสียอีก ทั้งที่เผชิญทั้งเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุนพลังงานผันผวน เงินบาทแข็งค่าขึ้น วิก...

Responsive image

การ์ทเนอร์คาดการณ์ปี 2026 ทั่วโลกจะทุ่มงบ AI แตะ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ ดันโครงสร้างพื้นฐานโตสวนกระแส

การ์ทเนอร์คาดการณ์ปี 2026 ยอดใช้จ่าย AI ทั่วโลกพุ่งแตะ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ เผยเทรนด์ใหม่องค์กรเน้นวัดผล ROI เลิกเห่อตามกระแส พร้อมดันตลาด Server และโครงสร้างพื้นฐานโตสวนทางเศรษฐกิจ...