กัญชง การเป็นพืชเศรษฐกิจแห่งอนาคตตัวใหม่ ยังขึ้นกับหลายเงื่อนไข

ตั้งแต่ 15 ธันวาคม 2563 ที่ภาครัฐได้ปลดล็อกกัญชาและกัญชงจากการเป็นยาเสพติดในหลายส่วน (ยกเว้นช่อดอก และเมล็ดกัญชา) ได้จุดกระแสความสนใจให้เกิดขึ้นเป็นวงกว้างทั้งฝั่งผู้บริโภคและผู้ผลิต นำมาสู่คำถามว่ากัญชาและกัญชงจะสามารถเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ได้หรือไม่ มีเงื่อนไขอะไรที่ต้องคำนึงถึง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จึงขอสรุปมุมมองที่มีต่อประเด็นนี้ ดังนี้

  • กัญชงน่าจะมีศักยภาพในการเป็นพืชเศรษฐกิจหรือ Cash Crop ที่เปิดกว้างสำหรับเกษตรกรและผู้ลงทุนได้มากกว่ากัญชา เนื่องจากเงื่อนไขการปลูก การสกัด การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อจำหน่ายกัญชายังคงมุ่งเน้นไปเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์เป็นหลัก จากการที่กัญชามีสาร THC ที่มีผลต่อระบบประสาท ขณะที่การปลูกและการใช้ประโยชน์จากกัญชงทั้งเพื่อสารสกัด CBD น้ำมันเมล็ดกัญชง และเส้นใย (Fiber) จะมีความผ่อนคลายมากกว่า แม้ตลอดซัพพลายเชนของทั้งคู่ยังต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของภาครัฐ โดยคาดว่า ผลผลิตกัญชงต้นน้ำของไทยรอบแรกหลังการปลดล็อก น่าจะทยอยออกสู่ตลาดได้ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2564
  • ความต้องการสารสกัด CBD และน้ำมันเมล็ดกัญชง เพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ได้แก่ อุตสาหกรรมยา เครื่องสำอาง อาหารและเครื่องดื่ม อาหารเสริม อาหารสัตว์ รวมถึงเส้นใยสำหรับเป็นวัตถุดิบในสินค้านวัตกรรม เช่น ชิ้นส่วนรถยนต์ พลาสติกชีวภาพ เป็นต้น ที่มีแนวโน้มเติบโตทั้งในประเทศและตลาดโลก จะเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เกิดการลงทุนเพาะปลูกกัญชงเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ โดยมีการประเมินว่า ตลาดกัญชงโลกในปี 2563 มีมูลค่าราว 4,748 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จะเร่งตัวขึ้นไปแตะ 18,608 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2570 หรือเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ร้อยละ 22.4 ต่อปี  

    ทั้งนี้ แม้อุปสงค์ในผลิตภัณฑ์ปลายน้ำจะมีแนวโน้มเติบโตดี แต่ประเด็นสำคัญสำหรับการลงทุนเพาะปลูกกัญชงของไทย คงจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการแข่งขันทั้งด้านคุณภาพและราคา โดยเฉพาะหากในอนาคตมีการเปิดเสรีนำเข้าวัตถุดิบหรือสารสกัดกัญชงจากต่างประเทศได้ ซึ่งแน่นอนว่า นอกจากการชั่งน้ำหนักระหว่างคุณภาพและราคาของกัญชงเมื่อเทียบกับสินค้าทดแทนอื่นๆ แล้ว กัญชงต้นน้ำของไทยจำเป็นต้องมีคุณภาพดี ราคาไม่สูงเกินไป และแข่งขันได้กับวัตถุดิบและสารสกัดกัญชงจากต่างประเทศด้วย กล่าวได้ว่า การลงทุนเพาะปลูกกัญชงจึงจำเป็นต้องคำนึงถึงประเด็นนี้

  • นอกจากประเด็นความสามารถในการแข่งขันเพื่อให้ตอบโจทย์อุตสาหกรรมปลายน้ำแล้ว ความสำเร็จของการปลูกกัญชงยังต้องอาศัยเงื่อนไขหลายประการโดยเฉพาะความรู้ในการปลูกที่ถูกต้อง การลงทุนโรงเรือน (Outdoor/Greenhouse/Indoor) การบริหารจัดการผลผลิตที่เหมาะสม เป็นต้น ดังนั้น จึงถือว่าไม่ใช่เรื่องง่ายและอาจต้องลองผิดลองถูกในระยะเริ่มต้น ส่งผลให้ผู้ลงทุนจำเป็นต้องศึกษาและมีศักยภาพในการรองรับการคืนทุนที่อาจต้องใช้ระยะเวลาหลายปี   
  • ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ในปี 2564 รายได้จากช่อดอกกัญชงจากการปลูกแบบระบบเปิด (Outdoor) ที่ให้ผลผลิตช่อดอกกัญชงแห้งราว 20-40 กิโลกรัมต่อไร่ อาจจะอยู่ที่ราว 0.2-1.0 ล้านบาทต่อไร่ เนื่องจากราคารับซื้อที่สูงเพราะผลผลิตที่ยังมีจำกัดเป็นหลัก ขณะที่ต้นทุนการปลูกที่คาดว่าจะต้องใช้เงินลงทุนเบื้องต้น 0.3-1.5 ล้านบาทต่อไร่ ทำให้เป็นไปได้ว่า ผู้ลงทุนปลูกกัญชงอาจต้องใช้ระยะเวลาคืนทุนประมาณ 4-5 ปี สำหรับการปลูกเพื่อเส้นใยกัญชงนั้น แม้ราคารับซื้อจะถูกกว่าช่อดอก แต่ผลผลิตที่ได้จะมากกว่า ทำให้รายได้ ต้นทุน และระยะเวลาคืนทุน อาจจะไม่แตกต่างกันมากนัก อย่างไรก็ดี หากผู้ลงทุนสามารถยกระดับการปลูกกัญชงแบบระบบปิด (Indoor) ได้ แม้เงินลงทุนจะสูงกว่าระบบเปิด แต่ผลผลิตช่อดอกที่ได้จะมีราคาที่สูงกว่า เช่น Medical Grade จะทำให้มีโอกาสคืนทุนเร็วกว่าได้เช่นกัน 

    ในระยะข้างหน้า เมื่อมีผู้ลงทุนปลูกกัญชงมากขึ้น อุปทานที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น อาจเป็นตัวแปรสำคัญที่กดดันราคาผลผลิตกัญชงให้มีแนวโน้มไม่สามารถยืนระดับสูงไปได้ตลอดเช่นในปีแรกๆ นี้ โดยเฉพาะถ้าในอนาคตภาครัฐมีการอนุญาตให้มีการนำเข้าวัตถุดิบหรือสารสกัดกัญชงจากต่างประเทศได้ (เบื้องต้นในกรอบ 5 ปีจากนี้) ก็จะส่งผลต่อรายได้ของผู้ลงทุนปลูกกัญชงที่อาจให้ภาพที่ลดลงอย่างยากจะหลีกเลี่ยง ดังนั้น ผู้ที่คิดจะลงทุนปลูกกัญชง คงต้องคำนึงถึงประเด็นต่างๆ ให้รอบคอบ ซึ่งการวางแผนเพื่อให้สามารถคืนทุนได้ในระยะเวลารวดเร็ว และการพัฒนาผลผลิตให้มีคุณภาพและราคาที่แข่งขันได้ทั้งในประเทศและตลาดโลก จะเป็นกุญแจสำคัญที่สนับสนุนการสร้างรายได้สุทธิให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน 

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

The 1 ตอกย้ำความสำเร็จ ‘The 1 Level’ ผนึกพลังกลุ่มเซ็นทรัลและพันธมิตร ทวีคูณสิทธิประโยชน์สุดพิเศษในทุก Level

The 1 Central Group ผนึกกลุ่มเซ็นทรัลและพันธมิตร จัดงาน The 1 Level UP รวมสิทธิประโยชน์ของสมาชิกทั้ง 4 ระดับไว้ในงานเดียว หลังเปิดตัว The 1 Level อัตราแลก Reward เพิ่มเป็น 1.5 เท่า...

Responsive image

สตม. เปิดตัวแอปพลิเคชัน THIM อย่างเป็นทางการ สู่ Digital Gateway สำหรับชาวต่างชาติ

สตม. เปิดตัวแอปพลิเคชัน THIM สู่ Digital Gateway สำหรับชาวต่างชาติ ยื่น TDAC สะดวก ปลอดภัย ยืนยันตัวตนแม่นยำ พร้อมรับสิทธิประโยชน์ Explore Thailand ตลอดการเดินทาง...

Responsive image

สรุปผล OIC InsurTech Award 2026 คปภ. เผยโฉม 10 สุดยอดนวัตกรรมประกันภัย พลิกโฉมการรับมือความเสี่ยงโลกอนาคต

สำนักงาน คปภ. ประกาศผล OIC InsurTech Award 2026 เผยสุดยอดนวัตกรรมประกันภัยประเภทนิสิต-ประชาชน เผยผลงานชนะเลิศ SufferpuffGirls และ BURT เตรียมดันต่อยอดใช้งานจริง...