รู้จัก ‘ยามีชีวิต’ นวัตกรรมจากมหิดล ไม้เด็ดปราบโรคมะเร็งและธาลัสซีเมีย

รู้จัก ‘ยามีชีวิต’ นวัตกรรมจากมหิดล ไม้เด็ดปราบโรคมะเร็งและธาลัสซีเมีย

ประเทศไทยติดกับดักเป็น “ผู้นำเข้ายา” มาเป็นระยะเวลากว่า 30 ปี โดยเฉพาะยารักษามะเร็ง ซึ่งเป็นโรคที่มีผู้เสียชีวิตสูงเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ ทางมหาวิทยาลัยมหิดล โดยคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ร่วมมือกับคณะวิทยาศาสตร์ และสถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล จึงได้ทำการคิดค้น พัฒนานวัตกรรมการรักษามะเร็งและโรคร้ายแรงหลายชนิด ด้วยเทคโนโลยีการตัดต่อพันธุกรรม นำไปสู่การพัฒนา ยามีชีวิต “the living drug”  

โดยได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วนสำคัญ ได้แก่ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือ TCELS, หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.), สำนักงานวิจัยและนวัตกรรมด้านการแพทย์และสาธารณสุข (สวลส.) และมูลนิธิรามาธิบดี ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการผลักดันงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการสู่การใช้ประโยชน์จริงในระบบสาธารณสุขของประเทศ

CAR T Cell : Chimeric Antigen Receptor T Cell ยามีชีวิตเพื่อการรักษามะเร็ง

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีร่วมมือกับคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ประสบความสำเร็จในการพัฒนาและผลิต CAR T Cell หรือ Chimeric Antigen Receptor T Cell เป็นแห่งแรกของประเทศไทย เป็นผลงานที่ได้รับสิทธิบัตรโดยนักวิจัยไทยและมหาวิทยาลัยมหิดล ที่ครอบคลุมสิทธิทั้งในประเทศและต่างประเทศ

กระบวนการผลิต CAR T cell โดยสังเขป คือ นำเม็ดเลือดขาวลิมโฟซัยท์ของผู้ป่วย หรือจากพ่อ แม่ พี่น้อง หรือจากผู้บริจาคสภากาชาดไทย มาตัดต่อพันธุกรรมโดยใช้โมเลกุลพันธุกรรมที่สังเคราะห์ขึ้นและอยู่ในไวรัลเวคเตอร์ นำมาตัดต่อในห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) แล้วนำเม็ดเลือดขาวลิมโฟซัยท์ที่ได้รับการตัดต่อพันธุกรรมนี้กลับมาให้ผู้ป่วย โดยเม็ดเลือดขาวลิมโฟซัยท์หลังการตัดต่อพันธุกรรมแล้วจะแข็งแรงขึ้นมากจนสามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้ 

ปัจจุบันคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ทำการรักษาผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว (acute lymphoblastic leukemia) และมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma) ไปแล้วกว่า 40 ราย นอกจากนี้มหาวิทยาลัยมหิดล ยังได้ร่วมกับภาคเอกชนจัดตั้ง บริษัท Genepeutic Bio Co, Ltd. ด้วยการลงทุนร่วมกว่า 250 ล้านบาท ในการสร้างห้องปฏิบัติการแห่งแรกในประเทศไทยและอาเซียน เพื่อใช้ในการผลิต CAR T cell ที่ได้มาตรฐานสากล ผลิตภัณฑ์ CAR T Cell ตัวแรก คือ CAR CD 19 T cell สำหรับมะเร็งเม็ดเลือดขาว (acute lymphoblastic leukemia) และมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma) คาดว่าจะได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ภายในปี พ.ศ. 2569 นี้

เซลล์และยีนบำบัดสำหรับโรคซีดพันธุกรรมธาลัสซีเมีย (thalassemia) และโรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียว (sickle cell disease)

ในปัจจุบันทั่วโลกมีผู้ป่วยโรคนี้กว่า 10 ล้านคน และในประเทศไทยมีผู้ป่วยรุนแรงประมาณ 100,000 คน ซึ่งผู้ป่วยจำเป็นต้องรับเลือดทุก 2–4 สัปดาห์ตลอดชีวิต มิฉะนั้นคนไข้จะเสียชีวิตจากซีด หรือหัวใจและปอดล้มเหลวจากการปล่อยให้ซีดมากจนเรื้อรังคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้ร่วมมือกับคณะวิทยาศาสตร์ สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ร่วมดำเนินการวิจัยจนประสบความสำเร็จ ในการสามารถรักษาคนไข้ให้หายขาดได้ โดยใช้โมเลกุลพันธุกรรมที่สังเคราะห์ขึ้นและอยู่ในไวรัลเวคเตอร์ นำมาตัดต่อพันธุกรรมของเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตของผู้ป่วยที่ผิดปกติกลับมาปกติในห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) แล้วนำกลับมาให้ผู้ป่วย

โดยเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตของผู้ป่วยที่ผิดปกติกลับมาปกตินี้ หลังจากนำกลับมาให้ผู้ป่วยธาลัสซีเมีย ผู้ป่วยเหล่านี้สามารถสร้างเม็ดเลือดแดงที่ปกติได้โดยไม่ต้องรับเลือดอีกต่อไป โดยมหาวิทยาลัยมหิดลได้ร่วมกับภาคเอกชนจัดตั้ง บริษัท Implement GT Co., Ltd. เพื่อนำผลงานวิจัยและสิทธิบัตรไปต่อยอดเชิงพาณิชย์อย่างยั่งยืนต่อไป

ผลประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน    

การพัฒนา “ยามีชีวิต” ด้วยองค์ความรู้และสิทธิบัตรของคนไทย ช่วยให้สามารถผลิตยาที่มีมาตารฐานสากล ผู้ป่วยคนไทยได้ใช้ยาราคาถูกลง 10-20 เท่า เมื่อเทียบกับยานำเข้าจากต่างประเทศ โดยปัจจุบัน CAR T cell จากบริษัทยาข้ามชาติมีราคาจำหน่ายสูง ถึงเข็มละ 15 ล้านบาท  เซลล์และยีนบำบัดธาลัสซีเมียและโรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียว มีราคาจำหน่ายราคาสูงถึงเข็มละ 90 ล้านบาท  

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีศักยภาพในก้าวสู่การเป็น Medical Hub ด้านยามีชีวิต ซึ่งเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงและมีมูลค่าสูง ผู้ป่วยจากต่างประเทศจะสามารถเข้ามามาทำการรักษาที่ประเทศไทยซึ่งจะเป็นศูนย์กลางด้านนี้ อีกประการหนึ่งเป็นโอกาสสำคัญให้ประเทศไทยก้าวเป็นผู้นำในการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตพร้อมกับจำหน่ายสิทธิบัตรในระดับนานาชาติ สร้างความมั่นคงทางยาและความยั่งยืนให้กับระบบสาธารณสุขไทยในระยะยาว

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

SIX Network กาง Roadmap 2026 ปักธง Institutional Bridge เชื่อมสินทรัพย์ระดับโลกสู่ Blockchain ตั้งเป้าปั้นโครงสร้างพื้นฐานรองรับ AI Economy

SIX Network ประกาศ Roadmap 2026 ปักธงโครงสร้างพื้นฐานการเงินดิจิทัลระดับสถาบัน โชว์พอร์ต RWA ทะลุ 90 ล้านดอลลาร์ พร้อมเตรียมระบบนิเวศบล็อกเชนรองรับธุรกรรมผ่าน AI และ PayFi เต็มรูปแ...

Responsive image

N Health ขับเคลื่อน Preventive & Precision Healthcare ด้วยเทคโนโลยีที่แม่นยำ และปลอดภัย

N Health ขับเคลื่อนเทรนด์ Longevity ด้วยเทคโนโลยี Preventive & Precision Healthcare เปลี่ยนผลแล็บเป็นข้อมูลเชิงลึกเฉพาะบุคคล เพื่อการวางแผนสุขภาพเชิงรุกที่แม่นยำและปลอดภัย...

Responsive image

ทำไม ExpresSo NB ถึงเลือกจับมือกับ Venture Spark ทั้งที่สร้างสตาร์ทอัพเองก็ได้ หรือเกมนี้กำลังเปลี่ยนไปแล้ว

การที่ ExpresSo NB เข้ามาสนับสนุน Venture Spark ไม่ใช่แค่ตามเทรนด์ แต่เป็นการสร้าง ‘สภาพแวดล้อม’ ที่ทำให้ธุรกิจใหม่เกิดขึ้นได้จริง...