
จีเอเบิล (GABLE) ผู้นำด้านดิจิทัลโซลูชันและโครงสร้างพื้นฐานไอทีแบบครบวงจรของไทย ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 ยกระดับองค์กรสู่การเป็น “AI Powered Tech Enabler” อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมเปิดตัวกลยุทธ์ “Flywheel for Growth 2026” วางรากฐานการเติบโตอย่างเป็นระบบผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร การปรับพอร์ตธุรกิจ และการสร้างเครื่องยนต์รายได้ใหม่จากเทคโนโลยี AI–Cloud–Cybersecurity โดยตั้งเป้ารายได้เติบโต 5–15% และเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Income) เป็น 40–50% เพื่อเสริมเสถียรภาพกระแสเงินสดและยกระดับความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
ดร.ชัยยุทธ ชุณหะชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีเอเบิล จำกัด (มหาชน) หรือ GABLE เปิดเผยว่า ปี 2569 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของบริษัทในการเร่งทรานส์ฟอร์มองค์กรลูกค้าสู่ยุค AI ระดับ Production โดยมุ่งสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงการติดตั้งเทคโนโลยี แต่ต้องช่วยให้องค์กรลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างโอกาสรายได้ใหม่ ควบคู่กับการวางโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการเติบโตระยะยาว ทั้งด้านข้อมูล ระบบคลาวด์ และความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
ยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานด้วยการปรับโครงสร้างต้นทุนอย่างยั่งยืน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และนำระบบ Automation และ AI มาประยุกต์ใช้ภายในองค์กร เพื่อเพิ่ม Operating Leverage รองรับการเติบโตโดยไม่เพิ่มต้นทุนในสัดส่วนเดียวกัน
ปรับพอร์ตธุรกิจสู่กลุ่มที่มีศักยภาพเติบโตสูงและอัตรากำไรสูง อาทิ Cloud Infrastructure, Data Platform, AI Solutions และ Managed Security Services พร้อมเพิ่มสัดส่วนบริการแบบ Subscription และ Managed Services เพื่อสร้างรายได้ที่ต่อเนื่อง คาดการณ์ได้ และยกระดับคุณภาพรายได้ในฐานะบริษัทจดทะเบียน
ต่อยอดฐานลูกค้าองค์กรเดิมผ่านการเชื่อมโยงโซลูชัน AI–Cloud–Data–Security แบบ End-to-End เพื่อเพิ่ม Wallet Share และขยาย Lifetime Value พร้อมพัฒนา AI Use Cases เชิงอุตสาหกรรมในระดับ Production และยกระดับโครงสร้างพื้นฐานสู่ AI-Ready Infrastructure รองรับงานระดับ Mission-Critical
สร้างแพลตฟอร์มและตลาดใหม่ในช่วง 3–5 ปีข้างหน้า ผ่านการพัฒนา Data Lake, Data Archiving และ Data-as-a-Service (DaaS) รวมถึงการขยายโซลูชันสู่กลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ โดยใช้จุดแข็งจากพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตในรูปแบบ Platform-led Growth
ในด้านความมั่นคงปลอดภัย บริษัทกำหนดแนวคิด Security-by-Design และ Zero Trust Architecture เป็นแกนหลักของทุกโครงการ ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน การบริหารจัดการตัวตนและสิทธิ์การเข้าถึง (Identity & Access Management) การปกป้องข้อมูล ไปจนถึง AI Security และระบบ Continuous Monitoring เพื่อรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์ที่มีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นในยุค AI
กลยุทธ์ดังกล่าวต่อยอดจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในปี 2568 ซึ่งบริษัทมีกำไรสุทธิเติบโต 30% มีงานในมือ (Backlog) มูลค่า 6,771 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และมีกระแสเงินสดกว่า 1,600 ล้านบาท สะท้อนฐานะการเงินที่มั่นคงและศักยภาพในการลงทุนขยายระบบนิเวศเทคโนโลยี เพื่อรองรับการเติบโตอย่างมีคุณภาพในระยะยาว
การเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำสู่ระดับ 40–50% จะช่วยเสริมความสามารถในการบริหารกระแสเงินสด ลดความผันผวนจากรายได้แบบโครงการ และสนับสนุนการขยายอัตรากำไรในระยะกลางถึงระยะยาว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน
“ปี 2569 คือปีแห่งการยกระดับองค์กรจากผู้ให้บริการเทคโนโลยี สู่การเป็นผู้นำด้าน AI Powered Tech Enabler อย่างเต็มรูปแบบ เรามุ่งสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพ เพิ่มรายได้ประจำ สร้างความได้เปรียบเชิงแข่งขันผ่าน AI–Cloud–Security และสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้ผู้ถือหุ้นในระยะยาว” ดร.ชัยยุทธกล่าวสรุป
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด