NIA และสมาคม Health Tech กางตัวเลขความสำเร็จ Thailand Innovation Hub ดันเศรษฐกิจหมุนเวียนแตะ 5 หมื่นล้าน

NIA และ สมาคมเฮลท์เทค เปิดผลสำเร็จ Thailand Innovation Hub กลุ่มการแพทย์และสุขภาพ ดันเศรษฐกิจหมุนเวียน 50,000 ล้าน ผู้ใช้งานกว่า 4 ล้านคน สร้างรายได้ในโครงการ 21 ล้านบาท และเป้ายอดขายรวม 1,200 ล้านบาทใน 3 ปี 

ดร. กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ NIA กล่าวว่า Thailand Innovation Hub ถูกออกแบบให้เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงระบบนิเวศนวัตกรรมทั่วประเทศ ผ่านแนวคิด Groom – Grant – Growth – Global เพื่อเร่งการเติบโตของผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมไทย และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างเป็นระบบ  ซึ่งงานในวันนี้สะท้อนผลลัพธ์ของการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่าง NIA และ 3 เครือข่ายพันธมิตรหลักในพื้นที่ ตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการ ได้สนับสนุนผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมการแพทย์และสุขภาพจำนวน 26 ราย 

โดยมีผลการตัดสิน The Best Performance จากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กลุ่มการแพทย์และสุขภาพ จากกิจกรรม Incubation ได้แก่ บริษัท วิสยีน (ไทยแลนด์) จำกัด – ชุดตรวจไข้เลือดออกด้วยตนเอง พร้อมระบบบันทึกผลแบบเรียลไทม์ และจากกิจกรรม Sandbox ได้แก่ บริษัท เฟมเม เวิร์ค จำกัด – NPI ที่นอนอัตโนมัติป้องกันแผลกดทับ

นายพงษ์ชัย เพชรสังหาร นายกสมาคมการค้าเฮลท์เทคไทย กล่าวว่า "สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ได้ร่วมกับ สมาคมเฮลท์เทคไทย กระทรวงสาธารณสุข ย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี ย่านนวัตกรรมการแพทย์สวนดอก ย่านนวัตกรรมการแพทย์กังสดาล ย่านนวัตกรรมการแพทย์ศิริราช โรงพยาบาลกรุงเทพ โรงพยาบาลพญาไท-เปาโล โรงพยาบาลสมิติเวช โรงพยาบาลพระรามเก้า สภาวิชาชีพ สมาคม เครือข่ายนักลงทุนร่วมโครงการ “พัฒนาศูนย์กลางนวัตกรรมประเทศไทย (Thailand Innovation Hub) – กลุ่มการแพทย์และสุขภาพ” ดันเป้ายอดขาย ที่เกิดจากโครงการกว่า 1,200 ล้านบาท ผู้ใช้งานกว่า 4 ล้านคน เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านแพลทฟอร์ม 50,000 ล้านบาทต่อปีใน 5 ปี ผลักดันผู้ประกอบการ 26 รายทั้งแพลทฟอร์มสุขภาพ ปัญญาประดิษฐ์การแพทย์ การแพทย์แม่นยำ เครื่องมือแพทย์เชิงลึกและเครื่องสำอางฝีมือคนไทยเข้าสู่ตลาดโลก 

ประเทศไทยเผชิญกับปัญหากับดักรายได้ปานกลาง สังคมสูงอายุ เด็กเกิดน้อย ขาดแคลนแรงงานทักษะสูง อัตราการขยายตัวเศรษฐกิจต่ำ การนำนวัตกรรมมาช่วยแก้ปัญหาต่างๆจึงเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน ประเทศไทยจึงต้องก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม (Innovation-driven Economy) โดยมี “อุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ” เป็นหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายสำคัญของประเทศ ที่มุ่งเน้นการยกระดับขีดความสามารถทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ระบบนิเวศด้านการแพทย์ของไทยได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในมิติของโรงพยาบาล มหาวิทยาลัย หน่วยงานวิจัย และผู้ประกอบการเทคโนโลยีการแพทย์และสุขภาพ หรือ เฮลท์เทค อย่างไรก็ตาม ยังมีช่องว่างระหว่าง “องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ” กับ “การต่อยอดเชิงพาณิชย์” ที่จำเป็นต้องได้รับการพัฒนาอย่างมีระบบ เพื่อให้แนวคิดเชิงนวัตกรรมสามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ บริการ หรือเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ความต้องการจริงของตลาด"

โครงการ “พัฒนาศูนย์กลางนวัตกรรมประเทศไทย (Thailand Innovation Hub) – กลุ่มการแพทย์และสุขภาพ” จึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อเป็นกลไกสำคัญในการบ่มเพาะผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมด้านสุขภาพของประเทศ ทั้งในรูปแบบ Sandbox และ Incubation โดยมุ่งเน้นให้ผู้ประกอบการและนักวิจัยที่มีศักยภาพสามารถพัฒนาเทคโนโลยีต้นแบบ (Prototype) ทดสอบการใช้งานจริง และเตรียมความพร้อมเข้าสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ในระดับประเทศและระดับสากลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการนี้ยังเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อสร้าง “ระบบนิเวศนวัตกรรมสุขภาพ” ที่เข้มแข็งและยั่งยืน ต่อยอดสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนไทย และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการ ประกอบด้วยการพัฒนาศักยภาพของผู้เข้าร่วม การสร้างรายได้หรือการได้รับการลงทุน ตลอดจนการเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจ ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จของโครงการในการขับเคลื่อนนวัตกรรมสุขภาพสู่การสร้างมูลค่าอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีรายละเอียดดังกล่าวตามรายงานการทดสอบการใช้งานในตลาดเป้าหมายของบริษัทที่มีการทดสอบการใช้งานสำเร็จเรียบร้อย

โดยโครงการประกอบด้วยการจัดกิจกรรมการสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการ การฝึกอบรมความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ 6 หลักสูตร การให้คำแนะนำรายบริษัท (invubation one on one mentor) รวม 100 ชั่วโมง กิจกรรม VIP Business Matching กิจกรรม Healthtech Buddy และกิจกรรม Onsite Business Matching ที่รพ.พญาไท-เปาโล รพ.กรุงเทพ รพ.สมิติเวชศรีราชาและชลบุรี ศูนย์การแพทย์ชั้นเลิศ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เยี่ยมชม ศูนย์เซลบำบัด ศูนย์ฟีโนมนานาชาติ เป็นต้นโครงการมีผู้ประกอบการเข้าร่วม 26 ราย และจัดส่งรายงานผลการดำเนินงานรวมทั้งสิ้นครบทุกราย

ภายหลังจากการทดสอบการใช้งานระบโซลูชัน พบว่าสามารถสร้างยอดขายรวมได้เป็นมูลค่า 21,099,900 บาท ในด้านการขยายฐานผู้ใช้งาน พบว่าจำนวนผู้ใช้งานหรือกลุ่มลูกค้าที่เพิ่มขึ้นหลังการทดสอบการใช้งานมีจำนวน 16,301 ราย จาก 10 แห่ง  คาดว่าโครงการจะสามารถสร้างรายได้รวมภายในระยะเวลา 3 ปี เป็นมูลค่า  1,229,185,600 บาท โดยคำนวณจากรายได้เฉลี่ยต่อปีของผู้เข้าร่วมโครงการและนำมาประมาณการตลอดช่วงระยะเวลา 3 ปีขณะเดียวกัน คาดว่าจำนวนผู้ใช้งานหรือกลุ่มลูกค้าที่จะเพิ่มขึ้นภายในระยะเวลา 3 ปี จะอยู่ที่ 4,023,918 ราย จาก 23 แห่ง ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพในการขยายผลการใช้งานอย่างต่อเนื่อง และการนำโครงการไปปรับใช้ในวงกว้างทั้งในระดับองค์กรและระดับพื้นที่ 

นอกจากนี้ แพลทฟอร์มการแพทย์และสุขภาพ ประมาณการก่อให้เกิดมูลค่าหมุนเวียนมากกว่า 50,000 ล้านบาทต่อปีภายใน 5 ปี เช่น แพลทฟอร์มคลินิกและกายภาพบำบัด มียอดหมุนเวียนปัจจุบันปีละ 3,000 ล้านบาทจากประมาณ 200 คลินิก จะขยายเป็น 15,000 ล้านบาท จาก 1,000 คลินิก แพลทฟอร์มยาและเวชภัณฑ์ จะขยายเป็น 15,000 ล้านบาท และ แพลทฟอร์มฟิตเนสมียอดหมุนเวียนปัจจุบันปีละ 300 ล้านบาทจากฟิตเนสประมาณ 20 แห่ง จะขยายเป็น 20,000 ล้านบาท จากฟิตเนสประมาณ 1,000 แห่ง เป็นต้น

สรุปผลกระทบเชิงสังคม (Social Impact)เพิ่มการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพให้ประชาชนสามารถดูแลตนเองได้มากขึ้น ทั้งด้านกล้ามเนื้อ การเคลื่อนไหว สุขภาพช่องปาก และสุขภาพทั่วไป ส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Care) ลดการเกิดโรคเรื้อรัง ภาวะแทรกซ้อน และแผลกดทับในผู้สูงอายุ รองรับสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) และแนวคิดการดูแลผู้ป่วยที่บ้าน (Home Ward) ช่วยให้ผู้สูงวัยและผู้ป่วยเรื้อรังมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์และกายภาพบำบัด โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลหรือขาดแคลนบุคลากร ลดภาระค่าใช้จ่าย เวลา และความเครียดของผู้ป่วย ครอบครัว และผู้ดูแล เพิ่มประสิทธิภาพระบบสาธารณสุข ลดเวลารอคอย เพิ่มคุณภาพบริการ และเพิ่มความโปร่งใสด้านการเงิน เสริมศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์ด้วยเทคโนโลยีและ AI ทำให้มีเวลามุ่งเน้นการดูแลผู้ป่วยมากขึ้น เพิ่มความปลอดภัยของผู้ป่วย เช่น ลดความผิดพลาดในการจ่ายยา ลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อซ้ำ สนับสนุนงานด้านระบาดวิทยาและการควบคุมโรค เช่น ระบบบันทึกและรายงานข้อมูลไข้เลือดออกแบบ Real-time เพิ่มการตระหนักรู้ด้านสุขภาพส่วนบุคคล และการปรับการใช้งานให้เหมาะสมกับผู้สูงวัย เป็นต้น

สรุปผลกระทบเชิงสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact) ลดการเดินทางไปโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล ช่วยลดการใช้น้ำมันและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศลดการใช้กระดาษ หมึก และสารเคมี ด้วยระบบดิจิทัลและซอฟต์แวร์คลินิก ส่งเสริมแนวคิด Green Healthcare ลดปริมาณขยะทางการแพทย์และขยะติดเชื้อ จากการป้องกันโรคและภาวะแทรกซ้อนตั้งแต่ต้นทาง (เช่น แผลกดทับ) ลดขยะจากความผิดพลาดทางการแพทย์ เช่น การจ่ายยาผิด ลดการใช้ทรัพยากรจากกระบวนการดูแลรักษาแบบเดิมที่ซ้ำซ้อนหรือไม่จำเป็น ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม โครงการนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ของการจุดประกายเฮลท์เทค เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ เพื่อรับมือวิกฤติสังคมสูงอายุของไทย จำเป็นต้องพัฒนาและส่งเสริมส่วนที่ขาด เช่น กฎหมายและระเบียบ การส่งเสริมสตาร์ทอัพ เงินทุนในระยะเริ่มต้นและเติบโต นวัตกรรมเชิงลึก เพื่อให้ไทยหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง สู่ประเทศที่พัฒนาแล้วได้ในอนาคต

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

SCG เผยวินัยทางการเงินปี 68 เข้มจัด! ปิดงบด้วยกระแสเงินสด 5.5 หมื่นล้าน มั่นใจปี 69 โตต่อแน่แม้ความท้าทายเพียบ!

ปี 2568 SCG บริหารกระแสเงินสดได้ 5.5 หมื่นล้านบาท แกร่งกว่าปี 2567 เสียอีก ทั้งที่เผชิญทั้งเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุนพลังงานผันผวน เงินบาทแข็งค่าขึ้น วิก...

Responsive image

การ์ทเนอร์คาดการณ์ปี 2026 ทั่วโลกจะทุ่มงบ AI แตะ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ ดันโครงสร้างพื้นฐานโตสวนกระแส

การ์ทเนอร์คาดการณ์ปี 2026 ยอดใช้จ่าย AI ทั่วโลกพุ่งแตะ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ เผยเทรนด์ใหม่องค์กรเน้นวัดผล ROI เลิกเห่อตามกระแส พร้อมดันตลาด Server และโครงสร้างพื้นฐานโตสวนทางเศรษฐกิจ...

Responsive image

JEDUCATION ผนึกกำลัง True Digital Park ยกระดับ JEDUCATION FAIR ครั้งที่ 48 สู่ความเป็น ‘Global Upskilling Hub’ มุ่งปั้นคนรุ่นใหม่ เติมเต็มทักษะสู่อนาคตญี่ปุ่น

งาน JEDUCATION FAIR ครั้งที่ 48 ผนึกกำลัง True Digital Park ขนทัพสถาบันการศึกษาญี่ปุ่น 30+ แห่ง พร้อมข้อมูลทุนการศึกษาและกิจกรรมอัปสกิลครบวงจร 31 ม.ค. - 1 ก.พ. 2569 นี้ ลงทะเบียนเข...