NRF จับมือ East Water ส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน เดินหน้าศึกษาการกักเก็บคาร์บอนจากสาหร่ายทะเลเป็นที่แรกในประเทศไทย | Techsauce

NRF จับมือ East Water ส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน เดินหน้าศึกษาการกักเก็บคาร์บอนจากสาหร่ายทะเลเป็นที่แรกในประเทศไทย

เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญที่น่าจับตามอง เมื่อบริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ NRF ผู้นำด้านการผลิตผลิตภัณฑ์ปรุงรสอาหาร อาหารสำเร็จรูป ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และได้รับมาตรฐานสากล ร่วมกับ บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ East Water ผู้นำด้านการบริหารจัดการน้ำครบวงจร ได้ร่วมมือกันพัฒนารูปแบบการปลูกสาหร่าย เพื่อกักเก็บคาร์บอนเป็นที่แรกในประเทศไทย ส่งเสริมระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนตลอดห่วงโซ่อุปทาน มุ่งอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเลอย่างยั่งยืนทั้งเชิงอนุรักษ์ และเชิงพาณิชย์ ยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนในละแวกใกล้เคียง

NRF และ East Water เล็งเห็นความสำคัญในการอนุรักษ์ และพัฒนาสิ่งแวดล้อมทางทะเลอย่างยั่งยืน โดยทั้ง 2 ฝ่าย ได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการจัดทำฟาร์มสาหร่าย ซึ่งเป็นพืชที่มีศักยภาพในการดูดซับและกักเก็บคาร์บอนที่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดสภาวะโลกร้อน (Global warming) เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาดังกล่าวและช่วยรักษาสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตในทะเลเป็นอย่างดี รวมถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน ชาวประมง และผู้อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียงให้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนโดยการนำสาหร่ายที่ได้ผลิตเป็น สินค้าอุปโภคบริโภค และแปรเป็นปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจพื้นฐานของประเทศ ตลอดจน เศรษฐกิจของชุมชนในพื้นที่อีกด้วย 

นายแดน ปฐมวาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ NRF เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้มุ่งมั่นดำเนินตามนโยบายที่เคยได้กล่าวไว้คือ การเป็นหนึ่งในบริษัทจดทะเบียนไทยที่ขับเคลื่อนองค์กรเพื่อก้าวไปสู่ความยั่งยืน วางรูปแบบธุรกิจที่มุ่งสู่การลดคาร์บอนซึ่งถือเป็นพันธกิจหลักในการดำเนินงาน เนื่องจากการปล่อยคาร์บอนจากภาคธุรกิจอาหารมีสัดส่วน 1 ใน 3 ของการปล่อยคาร์บอนทั่วโลก รวมทั้งการที่ให้ผู้บริโภคหันมาบริโภคโปรตีนจากพืช (Plant-based Food) มากขึ้น เพื่อก้าวเป็นบริษัทอาหารระดับโลกสำหรับศตวรรษที่ 22 จากสิ่งที่ได้ดำเนินนโยบายมา ถือเป็นสิ่งสะท้อนศักยภาพของภาคธุรกิจไทยที่พร้อมสร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อความยั่งยืนระดับโลก และการเป็นตัวอย่างขององค์กรธุรกิจที่นำเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 

“การที่ได้เข้าร่วมกับ East Water ถือเป็นการเดินหน้าการพัฒนาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเลรูปแบบใหม่ โดยจะร่วมมือศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการปลูกสาหร่ายทะเล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเคลป์ (Kelp) สาหร่ายสีน้ำตาลขนาดใหญ่ ซึ่งมีความสามารถในการดูดซับคาร์บอนจากชั้นบรรยากาศผ่านระบบนิเวศทางทะเล หรือ Blue Carbon เป็นที่แรกในประเทศไทย ระบบนิเวศทางทะเลถือเป็นแหล่งกักเก็บและดูดซับคาร์บอนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ผลผลิตสาหร่ายที่ได้สามารถต่อยอดนำไปผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์ให้เกษตรกรซึ่งถือเป็นต้นน้ำผู้ผลิตวัตถุดิบให้กับโรงงานของ NRF ผลักดันให้เข้าสู่ระบบ Regenerative Farming ส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) สู่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในห่วงโซ่อุปทานของเรา เราจึงส่งเสริมเกษตรกรเพาะปลูกแบบอินทรีย์ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในอาหารให้กับผลิตภัณฑ์ของ NRF เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้กับผู้บริโภค ถือเป็นการลงทุนสีเขียวอีกช่องทางหนึ่งของบริษัท ผมเชื่อว่าการลดการปล่อยคาร์บอน (Decarbonization) ในภาคเกษตรกรรมและอาหารจะเป็น S-curve ใหม่ของเศรษฐกิจไทย อีกทั้งยังเป็นการอนุรักษ์และดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เป็นมิตร และสร้างความยั่งยืนกับระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งมากยิ่งขึ้น รวมถึงเป็นตัวเร่งให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ Net Zero Emission หรือประเทศที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเท่ากับศูนย์ในปี พ.ศ. 2593 ซึ่งเร็วขึ้นกว่าที่รัฐบาลกำหนดไว้ในปี พ.ศ.2608” นายแดน กล่าว

นายชรินทร์ โซนี่ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ East Water ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “วันนี้ถือเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง NRF กับ East Water เพื่อเดินหน้าการพัฒนาโครงการนำร่องของการบริหารจัดการคาร์บอนเครดิต ด้วยศักยภาพและความเชี่ยวชาญด้านการผลิตอาหารสำเร็จรูป ผนวกกับความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการน้ำของ East Water จะช่วยผลักดันโครงการให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ให้แก่ ทั้ง 2 บริษัท พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ชุมชนในพื้นที่ และประเทศชาติในระยะเวลาอันใกล้” 

ทั้งนี้ ด้วยการดำเนินงานที่ผ่านมาของ East Water ซึ่งมีความเชี่ยวชาญการบริหารจัดการน้ำครบวงจร ทั้งการให้บริการน้ำดิบ โดยมีโครงข่ายท่อน้ำดิบที่ยาวกว่า 500 กิโลเมตร ครอบคลุม 3 จังหวัดในภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดระยอง จังหวัดชลบุรี และจังหวัดฉะเชิงเทรา การผลิตน้ำอุตสาหกรรม ด้วยระบบผลิตน้ำอุตสาหกรรมแบบศูนย์รวม (Centralized Plant) ที่ใช้เทคโนโลยี Sludge Return ที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก ซึ่งสามารถผลิตน้ำอุตสาหกรรมได้สูงสุด 200,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน สำหรับผลิตและส่งจ่ายให้แก่นิคมอุตสาหกรรมรายใหญ่ในจังหวัดระยอง นอกจากนี้ East Water ได้ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้เกิดความยั่งยืนมาโดยตลอด จึงมุ่งเน้นการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนให้แก่ประเทศชาติ

ความร่วมมือกันระหว่าง 2 ฝ่ายในครั้งนี้ ถือเป็นการผนึกกำลังของ 2 ผู้นำ จากทางด้านการผลิตอาหารอย่างยั่งยืน และ การบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากจะสามารถช่วยลดการปล่อยคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศแล้ว คาดว่าตลาดปุ๋ยอินทรย์ทั่วโลกจะเติบโตมากกว่า 13.56% มีมูลค่าตลาดสูงถึง 1.97 แสนล้านบาท ในปี พ.ศ. 2573 สามารถสร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ประกอบอาชีพประมงและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งทะเลและชุมชนโดยรอบมากมาย โดยการดำเนินงานในครั้งนี้มุ่งเน้นการเติบโตทางเศรษฐกิจสีเขียว ควบคู่กับการดำเนินงานอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม สอดคล้องตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของทั้ง 2 บริษัท


ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

NTT DATA เดินหน้า Sustainable Device-as-a-Service ให้บริการอุปกรณ์แบบยั่งยืน

NTT DATA บริษัทชั้นนำด้านโครงสร้างพื้นฐานและบริการไอที ประกาศเปิดตัวโซลูชัน Sustainable Device-as-a-Service เพื่อให้บริการอุปกรณ์แบบยั่งยืนผ่านความร่วมมือกับ HP โดยมีเป้าหมายเพื่อส...

Responsive image

สถาบันยานยนต์ จับมือ RX Tradex ดันนวัตกรรมยานยนต์ยั่งยืน รับมือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

สถาบันยานยนต์จับมือ RX Tradex ทะยานสู่ความยั่งยืน ขับเคลื่อนนวัตกรรมแห่งอนาคต ในสัมมนา “Automotive Summit 2024”...

Responsive image

ETDA จับมือ 80 บริษัทดิจิทัลชั้นนำ ชวน SMEs ไทยร่วม BUSINESS MATCHING ในงาน DGT2024

ETDA จับมือ 80 บริษัทผู้ให้บริการดิจิทัลชั้นนำ เปิดโซนกิจกรรม BUSINESS MATCHING & CONSULTING ในงาน Digital Momentum for the Future วันที่ 29-30 พฤษภาคม 2567 ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ...