สร้าง Smart Business เสริมธุรกิจไทยเพื่ออนาคต ด้วยเทคโนโลยี Cloud, AI, IoT ครบวงจร

ปี 2020 เป็นปีสำคัญที่เราจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงเชิงเทคโนโลยีในการดำเนินธุรกิจของหลายภาคอุตสาหกรรมในไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผสมผสานเทคโนโลยี Cloud, AI, หรือแม้แต่ IoT มาปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งมีแนวโน้มการนำมาปรับที่ชัดเจนยิ่งขึ้นหลังจากวิกฤติโควิด-19 เนื่องจากภาคธุรกิจตระหนักถึงความจำเป็นของการทำงานทางไกล การมี Cloud เก็บข้อมูลและการใช้ AI เพื่อประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลจึงเป็นสิ่งที่องค์กรต่างๆ ต้องพิจารณา ในขณะเดียวกันด้านสาธารณสุขก็มีการใช้ Cloud และ AI ในโรงพยาบาลหลายแห่งเพื่อช่วยวินิจฉัยโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น เทคโนโลยีจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาด จึงกล่าวได้ว่าการผสมผสานเทคโนโลยีใหม่อย่างครบวงจรเป็นสิ่งที่องค์กรธุรกิจและภาคส่วนต่างๆ ในไทยเป็นจำนวนมากล้วนให้ความสำคัญในขณะนี้

คุณอาเบล เติ้ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ชี้ว่า “เทคโนโลยี Cloud ไม่เพียงแต่จะแพร่หลายมากขึ้น แต่จะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เสริมเทคโนโลยีแห่งอนาคตทั้งหมด เปรียบเสมือนรันเวย์ที่จะพาธุรกิจทะยานสู่เทคโนโลยีขั้นสูงอื่น ๆ เช่น AI, IoT, และ VR/AR การผสานธุรกิจเข้ากับ Cloud, AI และ IoT จึงมอบโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ และมอบประสบการณ์ในภาพรวมที่ดีขึ้นให้แก่ลูกค้า โดยหัวเว่ยคาดว่าองค์กรธุรกิจทุกแห่งจะใช้ Cloud อย่างเต็มรูปแบบภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี”

เห็นได้อย่างชัดเจนว่า Cloud มีบทบาทสำคัญในทุกธุรกิจและจะเริ่มทวีความสำคัญขึ้นเรื่อยๆ จากรายงาน Huawei GIV ประจำปี 2020 (Global Industry Vision) พบว่าภายในปี ค.ศ. 2025 ธุรกิจองค์กรทั่วโลกทั้งหมดจะหันมาใช้งาน Cloud อย่างเต็มที่ โดยที่ 85% ของแอปพลิเคชันธุรกิจต่าง ๆ จะทำงานอยู่บนระบบ Cloud ในขณะเดียวกัน 86% ขององค์กรธุรกิจก็จะเริ่มหันมาใช้เทคโนโลยี AI และข้อมูลกว่า 80% ขององค์กรที่ไม่เคยถูกนำไปใช้มาก่อน จะถูกนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างจริงจังมากขึ้น 

การมีอีโคซิสเต็มที่ผสานทุกเทคโนโลยีได้อย่างครบวงจรจะช่วยประสานการทำงานและการดำเนินธุรกิจได้อย่างไร้รอยต่อ ยืดหยุ่น และมีประสิทธิภาพการทำงานสูงขึ้นพร้อมกันไปด้วย โดยปัจจุบัน มีเพียงหัวเว่ยที่สามารถส่งมอบเทคโนโลยี full-stack แบบครบวงจร ผสาน AI, IoT, และ Cloud ได้อย่างครบถ้วน จากการเป็นผู้ให้บริการ Cloud รายเดียวในโลกที่มีเทคโนโลยีครบทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ พร้อมให้บริการ Cloud ในทุกรูปแบบ จึงสามารถมอบการบริการที่ยืดหยุ่น สะดวกสบาย และทรงประสิทธิภาพให้แก่องค์กรธุรกิจในประเทศไทย 

จุดแข็งของหัวเว่ยมาจากการเป็นผู้ให้บริการ Cloud รายเดียวในประเทศไทยที่มีศูนย์ข้อมูลหรือ Data Center อยู่ในไทยถึง 2 แห่ง จึงทำให้สามารถมอบบริการ Cloud ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทั้งยังมีเจ้าหน้าที่ชาวไทยพร้อมให้การดูแล ออกแบบ ติดตั้ง และบริการอย่างเต็มที่ จึงดำเนินการแก้ไขปัญหาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น สามารถชำระค่าบริการเป็นค่าเงินบาทได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ การที่หัวเว่ยมีศูนย์ข้อมูล Cloud ในไทยยังช่วยเสริมปราการในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลสำหรับธุรกิจ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเด็นหลักที่ภาคธุรกิจให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ และเมื่อมีที่ตั้งศูนย์ข้อมูลอยู่ในประเทศ การให้บริการ Cloud นั้น ๆ ก็จะอยู่ภายใต้ความคุ้มครองของกฎหมายไทย ทั้งนี้ หัวเว่ยยังได้ออกเอกสารแนะนำการใช้งานเพื่อให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ของประเทศไทย และยังได้รับใบรับรองมาตรฐานระดับโลกกว่า 50 รายการ รวมถึงมาตรฐาน ISOA27701 ยิ่งไปกว่านั้น ข้อดีที่เห็นได้ชัดที่สุดของการมีศูนย์ข้อมูล Cloud ในประเทศไทยคือการลดค่าใช้จ่ายในการรับส่งข้อมูลจำนวนมหาศาล มีจุดเด่นเรื่องของความหน่วง (Latency) ที่ต่ำ ทั้งยังพร้อมรองรับนวัตกรรมโครงข่ายแห่งอนาคตที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่ช้า ตอบรับกับเทรนด์การใช้งานบริการ Cloud ขององค์กรในประเทศไทยที่จะให้ความสำคัญกับบริการ Cloud สาธารณะมากขึ้น (Public Cloud) เนื่องจากใช้งานได้สะดวกกว่า และให้ผลตอบแทนการลงทุน (RoI) ที่คุ้มค่ากว่า การมีศูนย์ข้อมูลในไทยจึงทำให้หัวเว่ยสามารถมอบประสิทธิภาพใน

การทำงานที่สูงกว่าบริการ Cloud ทั่วไปถึง 30% รวมถึงช่วยประหยัดต้นทุนการดำเนินงานได้ถึง 30% เช่นเดียวกัน เสริมอุตสาหกรรมและธุรกิจไทยให้เป็น Smart Business หรือ “ธุรกิจอัจฉริยะ” เต็มตัว เพื่อดึงศักยภาพของเทคโนโลยีนวัตกรรม AI และ IoT ทั้งอีโคซิสเต็มออกมาได้อย่างแท้จริง

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Betagro Ventures จับเทรนด์ผู้บริโภคยุคดิจิทัล ชูโมเดลครัวเดลิเวอรี ปลดล็อก SME เติบโตรับวิถีอาหารออนไลน์

Betagro Ventures เปิดตัว ‘Dishdash’ บริการ Kitchen as a Service ย่านเย็นอากาศ ครัวเดลิเวอรีครบวงจรที่ช่วย SME ร้านอาหารขยายสาขาได้ด้วยต้นทุนต่ำและความเสี่ยงน้อย...

Responsive image

นายกฯ พบนักลงทุนยักษ์ใหญ่จีน หารือผู้นำเทคโนโลยีแห่งอนาคต ต่อยอดการลงทุนไทย

นายกฯ อนุทินนำทีมพบนักลงทุน 4 บริษัทชั้นนำจีน ได้แก่ Xiaomi, ChangAn, InnoLight และ Eoptolink ระหว่างเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน หารือแผนการลงทุน ครอบคลุมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า อุปกรณ...

Responsive image

12 ขุนพลนวัตกรรมร่วมเปิดยุทธศาสตร์ธุรกิจไทย ยุค AI Realism ย้ำธรรมาภิบาลข้อมูล คือทางรอดระยะยาว

งานสัมมนาประจำปีครบรอบ 6 ปี The Story Thailand Forum 2026 ภายใต้หัวข้อ "The Future of AI: When Intelligence Meets Reality" ณ SCBX NEXT TECH ชั้น 4 สยามพารากอน ประสบความสำเร็จอย่างย...