
การเลือกตั้งทั่วไปของไทยในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ กำลังจะเป็นบททดสอบสำคัญของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียในฐานะสมรภูมิข่าวสาร ล่าสุด TikTok แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นระดับโลก ได้ประกาศความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่เชิงยุทธศาสตร์ ด้วยการเปิดตัว "ศูนย์ข้อมูลการเลือกตั้งไทย 2569" (Thailand Election Center 2026) โดยดึงเทคโนโลยีขั้นสูงและเครือข่ายพันธมิตรระดับประเทศมาร่วมสร้างพื้นที่ปลอดภัย หวังยกระดับความน่าเชื่อถือของข้อมูลก่อนวันลงคะแนนจริง
TikTok ประกาศเดินหน้าพันธกิจด้านความปลอดภัยทางดิจิทัล หรือ Digital Safety ครั้งสำคัญ ต้อนรับการเลือกตั้งทั่วไปที่กำลังจะมาถึง โดยร่วมมือกับ 3 เสาหลักความน่าเชื่อถือของไทย ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.), COFACT (ภาคีโคแฟค) และ Thai PBS Verify เพื่อเปิดตัวฟีเจอร์และมาตรการเชิงรุกในการรับมือกับความท้าทายจากข่าวปลอม ข้อมูลบิดเบือน และภัยคุกคามจากปัญญาประดิษฐ์ (Deepfakes) ที่อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
หัวใจสำคัญของแคมเปญนี้คือการเปิดตัว "ศูนย์ข้อมูลการเลือกตั้งไทย 2569" ภายในแอปพลิเคชัน TikTok ซึ่งทำหน้าที่เป็น One-Stop Service สำหรับข้อมูลการเลือกตั้งที่ผ่านการตรวจสอบแล้วเพื่อแก้ปัญหาอัลกอริทึมที่อาจนำส่งข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน โดย TikTok ได้ออกแบบระบบให้ผู้ใช้งานเข้าถึงศูนย์ข้อมูลฯ ได้อย่างเป็นธรรมชาติและง่ายดาย เพียงผู้ใช้ค้นหาคำว่า 'การเลือกตั้ง' หรือ 'Elections' ระบบจะแสดงผลนำทางไปยังศูนย์ข้อมูลฯ ทันที หรือผ่านแถบแจ้งเตือนที่จะปรากฏขึ้นเพื่อเชิญชวนให้ผู้ใช้เข้าไปตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้อง
ภายในศูนย์ข้อมูลฯ จะประกอบไปด้วยชุดข้อมูลอย่างเป็นทางการจาก กกต. ที่ครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการลงคะแนน สถานที่เลือกตั้ง ไปจนถึงรายชื่อผู้สมัครแบบเรียลไทม์ และยังมีการเชื่อมโยงกับแหล่งตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ได้รับมาได้ทันที ซึ่งในประเด็นนี้ นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เน้นย้ำว่า การผนึกกำลังกับ TikTok คือก้าวสำคัญในการนำเทคโนโลยีมาช่วยกระจายข้อมูลที่ถูกต้องสู่ประชาชน เพื่อส่งเสริมให้การมีส่วนร่วมในกระบวนการประชาธิปไตยเป็นไปอย่างมั่นใจและโปร่งใส

ในมิติของกลยุทธ์และเทคโนโลยี คุณชนิดา คล้ายพันธ์ Director of Public Policy – SEA ของ TikTok ระบุว่า การเลือกตั้งเป็นช่วงเวลาที่การสื่อสารมีความละเอียดอ่อน TikTok จึงวางกลยุทธ์ไว้ภายใต้ 3 แนวทางหลักเพื่อรักษาความปลอดภัยของแพลตฟอร์ม ประกอบด้วย Protect, Empower และ Partner โดยเริ่มจากแนวทางแรกคือ PROTECT หรือการป้องกันเชิงรุก ในยุคที่ Generative AI สามารถสร้างเนื้อหาบิดเบือนได้อย่างแนบเนียน TikTok ได้ยกระดับมาตรการป้องกันด้วยการนำมาตรฐานเทคโนโลยี Content Credentials (C2PA) มาใช้เป็นวิดีโอแพลตฟอร์มรายแรก เพื่อตรวจจับและติดป้ายกำกับเนื้อหาที่สร้างโดย AI (AIGC) โดยอัตโนมัติ ช่วยให้ผู้ใช้แยกแยะได้ว่าสิ่งที่เห็นคือความจริงหรือสังเคราะห์ขึ้น ควบคู่ไปกับการใช้ระบบ Machine Learning ทำงานร่วมกับทีมตรวจสอบเนื้อหากว่าหมื่นคนทั่วโลก เพื่อลบข้อมูลบิดเบือนที่เป็นอันตรายต่อกระบวนการเลือกตั้ง โดยสถิติจาก Community Guidelines Enforcement Report ปี 2025 ระบุว่า TikTok สามารถลบเนื้อหาที่ละเมิดในไทยได้ถึง 99.5% ก่อนที่จะมีผู้ใช้กดรายงานเข้ามา
แนวทางต่อมาคือ EMPOWER หรือการเสริมพลังให้ผู้ใช้งาน นอกจากระบบหลังบ้านแล้ว TikTok มุ่งเน้นการสร้าง Media Literacy ผ่านเครื่องมือต่าง ๆ เช่น Reporting Tools ที่ออกแบบมาให้ผู้ใช้งานรายงานข้อมูลที่สร้างความเข้าใจผิดหรือบิดเบือนได้อย่างง่ายดาย และการเชื่อมต่อผู้ใช้กว่าล้านคนเข้าสู่ศูนย์ข้อมูลการเลือกตั้งโดยตรง เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องเป็นอาวุธในการต่อสู้กับข่าวลวง และแนวทางสุดท้ายคือ PARTNER หรือพลังแห่งเครือข่าย เพราะแพลตฟอร์มเดียวไม่สามารถรับมือได้ทั้งหมด TikTok จึงทำงานร่วมกับเครือข่ายองค์กรตรวจสอบข้อเท็จจริงกว่า 20 แห่งทั่วโลก รวมถึงพาร์ทเนอร์ในไทยอย่าง COFACT และ Thai PBS Verify เพื่อตรวจสอบและยับยั้งปฏิบัติการข่าวสาร หรือ Influence Operations อย่างทันท่วงที
เพื่อรักษาประสบการณ์ของผู้ใช้งานให้เป็นพื้นที่แห่งความบันเทิงและความคิดสร้างสรรค์ ไม่ใช่พื้นที่โฆษณาชวนเชื่อ TikTok ยังคงยืนยันนโยบายที่เข้มงวดที่สุดในวงการโซเชียลมีเดีย ด้วยการประกาศจุดยืน "ห้ามโฆษณาการเมือง 100%" ซึ่งหมายความว่าจะไม่มีการอนุญาตให้ซื้อโฆษณาเพื่อโปรโมตพรรคการเมืองหรือผู้สมัครแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังรวมถึงมาตรการตัดสิทธิ์การสร้างรายได้ โดยบัญชีของนักการเมือง รัฐบาล หรือพรรคการเมือง จะไม่สามารถเข้าถึงฟีเจอร์สร้างรายได้ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นการรับของขวัญหรือฟีเจอร์อื่น ๆ เพื่อป้องกันข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนและรักษาความเป็นกลางของแพลตฟอร์ม
ทางด้านภาคประชาสังคม คุณสุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ร่วมก่อตั้งภาคีโคแฟค (ประเทศไทย) ให้ความเห็นที่น่าสนใจว่า ความท้าทายของการเลือกตั้งยุคใหม่ไม่ใช่แค่ข่าวปลอมแบบเดิม ๆ แต่เป็นข้อมูลบิดเบือนที่ซับซ้อน ความร่วมมือกับ TikTok ครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การลบเนื้อหา แต่เป้าหมายคือการเสริมภูมิคุ้มกันทางดิจิทัล (Digital Immunity) ให้คนไทยมีทักษะรู้เท่าทันสื่อ สามารถรับมือและตรวจสอบข้อมูลบนโลกออนไลน์ได้ด้วยตนเอง ซึ่งนับเป็นความปลอดภัยที่ยั่งยืนที่สุด
การเปิดตัวศูนย์ข้อมูลการเลือกตั้ง 2569 ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแคมเปญระยะสั้น แต่เป็นการต่อยอดจากโครงการระยะยาวอย่าง #ThaisAware ที่ TikTok ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานรัฐและประชาสังคมกว่า 12 แห่ง สะท้อนให้เห็นว่า TikTok กำลังพยายามวางตำแหน่งตัวเองให้เป็นแพลตฟอร์มที่มีความรับผิดชอบสูง (Responsible Platform) ควบคู่ไปกับการเป็นผู้นำด้านความบันเทิง การเลือกตั้งปี 2569 นี้จะเป็นกรณีศึกษาสำคัญว่า เทคโนโลยี AI การร่วมมือกับ Fact-Checkers และนโยบายที่เข้มงวด จะสามารถสกัดกั้นคลื่นลมแห่งข้อมูลเท็จได้มีประสิทธิภาพเพียงใด แต่นับเป็นสัญญาณที่ดีที่แพลตฟอร์มระดับโลกเลือกที่จะขยับตัวก่อนที่ปัญหาจะเกิดขึ้น
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด