4 เหตุผลที่อาจทำให้ QR Code ในไทยไปไม่ถึงฝัน

QR Code, QR Payment เป็นประเด็นที่คนในแวดวงธนาคารพูดถึงมากว่าปีนี้จะมา และมันจะเปลี่ยนประเทศไทยให้เป็น Cashless Society มีการทำ Standard QR Code เพื่อให้ใช้งานง่ายที่สุด ทุกธนาคารโปรโมทกันหนักมาก อัดโปรโมชั่นกันสุดฤทธิ์ พยายามครอบครองฝั่งผู้ขายและกระตุ้นให้ฝั่งคนซื้อทดลองใช้ ในความคิดผม ผมคิดว่า QR Code น่าจะติดตลาดมากกว่าพร้อมเพย์ แต่ไม่น่าจะเป็นเมกะเทรนด์ หรือเปลี่ยนพฤติกรรมได้อย่างเมืองจีน

4 เหตุผลที่อาจทำให้ QR Code ในไทยไปไม่ถึงฝัน

1. มีแค่ประเทศจีนที่เดียวที่คนใช้ QR Payment แทนเงินสด และที่สำเร็จเพราะที่นั่นมีปัญหาเงินปลอม เมื่อสิบปีที่แล้ว ร้านค้าในจีนต้องเสียเวลาส่องใช้เครื่องมือตรวจว่าเป็นเงินจริงหรือเปล่า ถ้าเลือกได้ คนก็อยากรับเงินด้วยหนทางอื่น แทนที่จะเป็นเงินสด

2. คนไทยไม่ได้รู้สึกว่าการพกเงินสดเป็นปัญหา คนที่เคยใช้ชีวิตที่อเมริกาหรือจีนอาจรู้สึกไม่อยากพกเงินสด แต่ก็เป็นส่วนน้อย คนไทยส่วนใหญ่ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นปัญหา อาจมีบ้างบางส่วนที่ไม่อยากพกเหรียญ เพราะหนัก

3. การจ่ายผ่าน QR Code ไม่ได้สะดวกกว่าการหยิบกระเป๋าตัง สำหรับคนซื้อ อย่างมีนัยยะสำคัญ QR Payment อาจจะใช้เวลาน้อยกว่าถ้าจ่ายเงินสดแล้วต้องทอนเงิน แต่ถ้ามองในมุมขั้นตอนในการจ่ายเงินสำหรับคนซื้อแล้ว แทบไม่ต่างกันเลย เวลาที่ใช้ในการหยิบกระเป๋าตังและหยิบแบงก์ ถ้าไม่น้อยกว่าก็เท่ากันกับเวลาที่ใช้ในการปลดล็อคมือถือ เข้าแอปธนาคาร ใส่รหัส สแกน ใส่จำนวนเงิน กดจ่าย กดยืนยัน และโชว์ให้ผู้รับเงินเห็น

4. ประโยชน์ของ QR Payment นั้นชัดเจนกับฝั่งคนขายและฝั่งธนาคาร แต่ไม่ใช่กับฝั่งคนจ่ายเงิน ซึ่งเป็นคนที่ต้องชักจูงให้เปลี่ยนพฤติกรรม ฝั่งคนขายไม่ต้องปวดหัวกับการทอนเงินการจัดการเงินสดไม่ให้หาย ฝั่งธนาคารลดต้นทุนการจัดการและขนย้ายเงินสด และที่สำคัญได้ข้อมูลการมธุรกรรมของลูกค้าและร้านค้า สามารถเอาข้อมูลนี้ไปปล่อยกู้หรือขายผลิตภัณฑ์อื่น

ผมทำนายว่าปีนี้คนมีคนเริ่มใช้ QR Payment มากขึ้น ด้วยโปรโมชั่นจากฝั่งธนาคารที่ต้องการจูงใจให้ลูกค้าจ่ายผ่าน QR Code บนแอปของธนาคารตัวเอง ด้วยเหตุผลที่กล่าวมา ผมคิดว่าเมื่อหมดโปรโมชั่นแล้ว คนส่วนใหญ่ก็คงจะกลับไปใช้เงินสดเป็นหลักเหมือนเดิม

ถ้าจะมีหนทางที่เป็นไปได้ ผมว่าน่าจะเป็นการให้สิทธิประโชน์จูงใจให้ร้านค้ารับแต่ QR Payment ไม่รับเงินสดหรือบัตรเครดิต ซึ่งน่าจะยากและท้าทายมากที่จะทำให้ร้านค้าจำนวนมากรับแต่ช่องทางนี้ทางเดียว แต่ถ้าทำได้ เราคงได้เห็นสังคมไทยกลายเป็นสังคม QR เหมือนประเทศจีน

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

‘AI ทำงานแทนคนมากขึ้น แต่คนกลับเหนื่อยกว่าเดิม’ รู้จักภาวะ AI Brain Fry เมื่อคนใช้ AI มากไปจนสมองล้า อีกด้านของ AI ที่องค์กรต้องระวัง

งานวิจัย Harvard Business Review เผยปรากฏการณ์ “AI Brain Fry” เมื่อการใช้ AI มากเกินไปทำให้เกิด Mental fatigue เพิ่ม Decision fatigue และอาจลด Productivity ในที่ทำงาน...

Responsive image

5 เทคนิคเขียนเรซูเม่ให้ผ่านระบบ ATS เพิ่มโอกาสถูกเรียกสัมภาษณ์ได้เร็วขึ้น

ข้อมูลจาก Resume Genius ระบุว่า ปัจจุบัน ประมาณ 71% ของ HR ใช้ระบบ ATS ในการช่วยคัดกรองเรซูเม่ ระบบนี้ทำงานคล้ายตัวช่วยกรองข้อมูล โดยใช้ AI วิเคราะห์เนื้อหาในเรซูเม่เพื่อดูว่าผู้สม...

Responsive image

ซีอีโอ Xiaomi ชี้ AI อาจเปลี่ยนโลกการทำงาน อนาคตมนุษย์อาจทำงานเพียง 3 วัน/สัปดาห์ แทน 5 วัน

แนวคิดเรื่อง การทำงาน 3 วัน/สัปดาห์ กำลังถูกพูดถึงมากขึ้นในยุคของ AI และล่าสุด Lei Jun ซีอีโอของ Xiaomi ก็ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในประเด็นนี้ระหว่างการประชุมของ National People's C...